Switchรีวิวเกม

[รีวิว] Dungeon Encounter – ดำดิ่งสู่ดันเจี้ยนสุดแหวกแนวในโลกต่างมิติ

Dungeon Encounter เกมที่ให้ผู้เล่นออกผจญภัยแบบบอร์ดเกม ที่มาพร้อมระบบต่อสู้ RPG ที่ต้องใช้สมอง

Dungeon Encounter จะพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อประตูแห่งโลกต่างมิติได้ปรากฏขึ้นมากลางหมู่บ้านเล็ก ๆ โดยผู้เล่นจะเป็นผู้กล้าที่เดินทางเข้าไปผจญภัยสำรวจดันเจี้ยนซึ่งผู้เล่นต้องอาศัยกลยุทธ์ในการเดินเกมแต่ละช่อง และต่อสู้กับบอสต่าง ๆ แบบเทิร์นเบส นอกเหนือจากนั้นยังมีไอเทมหายาก ออกพบเจอกับนักเดินทางคนอื่น ๆ ที่แข็งแกร่งระหว่างการสำรวจ

และในวันนี้ผู้เขียนได้มีโอกาสสัมผัสกับเกม Dungeon Encounter เวอร์ชั่น Nintendo Switch และก็ไม่พลาดที่จะนำรีวิวมาให้ทุกคนได้ติดตามกันครับ

ออกสำรวจดันเจี้ยนแบบตารางบอร์ดเกม

องค์ประกอบแรกที่ผู้เขียนเห็นแล้วแปลกใจเป็นอย่างมากนั่นก็คือ การออกสำรวจดันเจี้ยนในรูปแบบของตารางที่คล้ายกับบอร์ดเกม โดยผู้เล่นจะได้ลงสำรวจดันเจี้ยนที่เป็นตารางช่องต่อเนื่องกันไปเรื่อย ๆ จำนวนมาก โดยแต่ละชั้นก็จะมีจำนวนช่องให้เดินแตกต่างกันไป ยิ่งลงไปลึกเท่าไหร่ก็ยิ่งมีช่องให้เดินมากเท่านั้น โดยช่องที่มีให้ผู้เล่นเดินนั้นนอกเหนือจากช่องเปล่าแล้วก็ยังมีองค์ประกอบที่น่าสนใจอีก 2 แบบได้แก่

ช่องที่มีตัวเลขหรือตัวอักษรสีขาว – โดยช่องเหล่านี้ถือว่าเป็นช่องที่มีประโยชน์ต่อผู้เล่นอย่างมาก ซึ่งตัวเลขแต่ละช่องก็จะมีความหมายที่แตกต่างกัน เช่น 01 ลงไปชั้นต่อไป, 02 ขึ้นไปชั้นก่อนหน้า, 03 จัดการ Ability, 05 ชุบชีวิต, 06 ฮีล เป็นต้น นอกจากนี้บางช่องก็ยังมีไอเทมให้ผู้เล่นได้เก็บไปใช้งาน หรืออาจจะมีปริศนาคำใบ้ให้ผู้เล่นได้ขายเพื่อรับรางวัลพิเศษก็เป็นได้ โดยช่องเหล่านี้ผู้เล่นจะต้องกดปุ่มตอบรับเสียก่อนจึงจะสามารถใช้งานช่องนี้ได้

ช่องที่มีตัวเลขหรือตัวอักษรสีดำ – ช่องเหล่านี้คือช่องที่อยู่ของศัตรูจำนวนมาก ซึ่งโดยปกติแล้วผู้เล่นจะไม่สามารถมองเห็นช่องสีนี้ได้ แต่ถ้าหากผู้เล่นติดตั้งสกิลที่ชื่อว่า Fiend Scouting ก็จะสามารถทำให้เห็นช่องเหล่านี้ได้ ซึ่งช่องศัตรูเหล่านี้จะสุ่มเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่ผู้เล่นกลับเข้ามาในชั้น

โดยภาพรวมของระบบดันเจี้ยนภายในเกมนี้ก็ถือว่าเข้าใจได้ง่ายเป็นอย่างมาก แต่ก็มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย กับสิ่งที่ผู้เขียนรู้สึกประทับใจอยู่พอสมควรก็คือ ตัวเกมแม้ว่าจะไม่ได้บังคับให้ผู้เล่นต้องสำรวจให้ครบทุกช่อง แต่ถ้าผู้เล่นสามารถสำรวจดันเจี้ยนของทุกช่อง ก็จะได้รับแต้ม Ability พิเศษไปใช้งาน ซึ่งแต้มนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมาก 

การต่อสู้ที่แยบยล ต้องวางแผนให้ดีด้วยระบบ ATB

องค์ประกอบที่ 2 ที่ถือว่าเป็นหัวใจหลักของเกมนี้เช่นกันคือ ระบบการต่อสู้ภายในเกมที่เรียบง่าย แต่ต้องใช้การวางแผนอย่างมาก เพราะเกมจะใช้ระบบ ATB (Active Time Battle) ที่ตัวละครแต่ละตัวจะมีเกจแอ็กชั่นค่อย ๆ เพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ โดยความเร็วในการเพิ่มของเกจนี้ขึ้นอยู่กับค่า Speed ของตัวละคร ยิ่งตัวละครมีแต้ม Speed มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้ออกแอ็กชั่นได้เร็วมากขึ้นเท่านั้น

ในการต่อสู้ภายในเกมนี้ มีสิ่งที่ผู้เล่นจะต้องเข้าใจก่อนก็คือ ผู้เล่นไม่สามารถโจมตีเข้าค่า HP ของศัตรูได้โดยตรง (ในทางกลับกันศัตรูก็ไม่สามารถโจมตีเข้าค่า HP ของผู้เล่นได้โดยตรงเช่นกัน) เพราะในเกมนี้จะมีองค์ประกอบที่เรียกว่าเกราะอยู่ 2 แบบได้แก่ เกราะป้องกันทางกายภาพ (Physical Defense) และเกราะป้องกันทางเวทมนตร์ (Magic Defense) ซึ่งผู้เล่นจะต้องทำการโจมตีเกราะให้แตกเสียก่อนจึงจะโจมตีเข้าค่า HP ของศัตรูได้ แต่เดี๋ยวก่อน… หากผู้เล่นทำลายเกราะกายภาพของศัตรูจนหมดแล้ว และผู้เล่นเลือกที่จะโจมตีด้วยเวทมนตร์ การโจมตีของผู้เล่นจะถูกนำไปหักล้างกับเกราะป้องกันทางเวทมนตร์ทันที ฉะนั้นผู้เล่นจะต้องคำนึงถึงรูปแบบการโจมตีให้เหมาะสมด้วย

นอกเหนือจากระบบ ATB และเกราะป้องกัน ผู้เขียนยอมรับเลยว่าประทับใจในเรื่องของรายละเอียดของมอนสเตอร์แต่ละตัวเป็นอย่างมาก เพราะมอนสเตอร์แต่ละตัวจะมีความสามารถที่แตกต่างกันออกไป ตั้งแต่มอนสเตอร์บางตัวมีค่าเกราะและค่า HP สมดุลกัน, มอนสเตอร์บางตัวมีค่าเกราะป้องกันทางกายภาพสูงแต่ไม่มีเกราะป้องกันทางเวทมนตร์เลย รวมไปถึง มอนสเตอร์บางตัวไม่มีเกราะเลย  แต่มีค่า HP ที่สูงมากเป็นการชดเชย นอกจากนี้มอนสเตอร์บางตัวก็จะมีความสามารถในการสะท้อนเวทมนตร์ทำให้ผู้เล่นสามารถใช้เวทมนตร์ในการโจมตีมันได้ (แถมยังโดนสะท้อนกลับใส่ตัวละครภายในทีมอีก),  มอนสเตอร์บางตัวมีความสามารถในการทำให้ผู้เล่นกลายเป็นหิน, ติดพิษ หรือติดสถานะแปลก ๆ ต่าง ๆ มอนสเตอร์บางตัวมีความสามารถในการรีเซ็ตเกจ ATB หรือแม้กระทั่งมอนสเตอร์บางตัวไม่สามารถโจมตีด้วยดาบได้เพราะมันกำลังบินอยู่กลางอากาศ ซึ่งผู้เล่นจะต้องค่อย ๆ ศึกษาไปเรื่อย ๆ ระหว่างการผจญภัยภายในเกมนี้

การออกตามหาตัวละครตลอดการผจญภัย

แม้ว่าในตอนเริ่มแรกมีตัวละครให้ผู้เล่นได้เลือกใช้งานมากมาย แต่นอกเหนือจากตัวละครที่มีการจัดเตรียมไว้ให้แล้ว ผู้เล่นจะสังเกตเห็นตัวละครอีกจำนวนมากที่อยู่ในรายการแต่ไม่สามารถใช้งานได้ บางตัวละครจะมีการระบุสถานที่ชัดเจนว่าอยู่ที่ชั้นใดและอยู่ในช่องใด ผู้เล่นสามารถเดินไปที่สถานที่ดังกล่าวแล้วเลือกตัวละครนั้นเข้าทีมได้ทันที แต่ถ้าเกิดตัวละครนั้นติดสถานะบางอย่างอยู่ (เช่น แข็งเป็นหิน) ผู้เล่นจำเป็นที่จะต้องรักษาให้หายก่อนถึงจะชวนเข้าทีมได้ หรือบางตัวละครติดสถานะ KO ผู้เล่นสามารถชวนเข้าทีมได้ทันที แต่ก็ต้องพาตัวละครนี้ไปชุบชีวิตเสียก่อนถึงจะนำเข้าสู่การต่อสู้ได้

นอกเหนือจากตัวละครที่มีสถานที่ระบุชัดเจนแล้ว จะมีตัวละครหลาย ๆ ตัวที่ขึ้นสถานะว่า Wandering ซึ่งสถานะนี้เป็นการระบุชัดเจนว่าตัวละครเหล่านี้ไม่มีสถานที่ที่ชัดเจนว่าอยู่ ณ จุดใดหรือชั้นใด เพราะตัวละครนี้กำลังเดินสุ่มไปเรื่อย ๆ ในชั้นหรือช่องต่าง ๆ หรือนั่นแปลว่าหากผู้อ่านคนใดสนใจที่จะใช้ตัวละครเหล่านี้ ก็ต้องหมั่นขยันเปิดดูหน้าจอตัวละครอยู่เรื่อย ๆ ว่าตัวละครที่เราต้องการนั้นปรากฏตัวขึ้นมาให้เปลี่ยนเข้าทีมได้หรือไม่ ซึ่งแทบจะเรียกว่าเดิน 1 ช่องเปิด 1 ทีเลยทีเดียว 

ส่วนตัวผู้เขียนขออนุญาตให้คะแนนเกมนี้ที่ 9 เต็ม 10 ครับ ผู้เขียนขอย้ำว่า รีวิวนี้ รวมถึงคะแนนนี้เป็นมุมมองของผู้เขียนเท่านั้น แฟนเกมคนอื่น ๆ อาจจะมีมุมมองที่แตกต่างกันก็ได้ครับ

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณ Bandai Namco ที่เอื้อเฟื้อและสนับสนุนเกมมาให้เราได้รีวิวกันในครั้งนี้ครับ สามารถสั่งซื้อเกมได้ที่ : https://bandainamcoent.asia/product/dungeon-encounters/

ภาพ Screenshots เพิ่มเติม

บทสรุป

Dungeon Encounter เป็นเกมที่ถูกทำออกมาได้แหวกแนวไม่น้อยเลยครับ โดยเฉพาะในระบบของการสำรวจดันเจี้ยน โดยในส่วนของระบบเกม Turn-Based RPG ก็ทำออกมาได้ละเอียดถูกใจผู้เล่นอย่างแน่นอน โดยผู้เขียนก็โดนดูดเข้าไปในดันเจี้ยนเป็นเวลาหลายชั่วโมงโดยไม่รู้ตัวเช่นกัน - 9

9

คะแนน

เกมเพลย์สำรวจดันเจี้ยนที่แหวกแนว สไตล์ Turn-Based RPG มีความเข้มข้น มีรายละเอียดเยอะ มีปริศนาให้ได้แก้ไขอยู่เรื่อย ๆ ในการสำรวจ แต่จุดสังเกตุคือ ตัวเกมไม่มีตัวเลือกป้องกันหรือหลบในการต่อสู้และการสุ่มของช่องจะสุ่มเฉพาะช่องของมอนสเตอร์เท่านั้น

User Rating: Be the first one !

Now Loading

ชอบเพลง Metal | บันเทิงกับการถ่ายรูป | ของโปรดคือเนื้อย่าง | เล่นเกมบ้างบางเวลา
Back to top button