รีวิวรีวิว / พรีวิวเกม

[รีวิว] Resident Evil Requiem ผีชีวะ ภาพทรงจำ เพลงย้ำตาย

สามทศวรรษของการสูญเสีย สู่สงครามอาวุธชีวภาพ

หมายเหตุ: ตัวเกมที่นำมารีวิวเป็นเวอร์ชัน PlayStation 5 รุ่นมาตรฐานประสบการณ์ที่ได้รับอาจมีความแตกต่างกัน ขอขอบคุณ CAPCOM Asia สำหรับตัวเกมสำหรับการรีวิวในครั้งนี้

ตลอดระยะเวลา 30 ปีของแฟรนไชส์ Resident Evil เราได้เห็นวิวัฒนาการของเกมในหลากหลายรูปแบบ ผ่านการลองผิดลองถูกกันมาจนมีสูตรสำเร็จมาเป็นภาคที่สี่บนเครื่อง GameCube ก่อนจะเปลี่ยนไปมาระหว่างความสยอง ความแอ็กชัน ไปมาจนตอนนี้ได้มาถึงคิวของ Requiem ที่เป็นภาคใหม่ล่าสุด และผมคิดว่านี่คือโอกาสสำคัญที่จะฉลองความยิ่งใหญ่ ด้วยทุกองค์ประกอบที่มันดีที่สุด! จึ้งที่สุด! อยู่ในเกมเกมเดียว ซึ่ง ThisIsGame Thailand ก็ไม่พลาดที่จะมาแบ่งปันความประทับใจกันในรีวิวนี้ครับ

ฝันร้ายที่ยังคงหลอกหลอนแม้ผ่านมาสามศวรรษ

หลังจากภาค Village ได้นำเสนอเรื่องราวต่อเนื่องจากภาค VII แต่การกลับมาของ Resident Evil Requiem ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเนื้อหาที่เล่าต่อกันกับภาคเก่า ซึ่งแน่นอนครับว่ามันก็มีความเกี่ยวโยงกันกับสถานที่สำคัญของเกมอย่างเมือง Raccoon City หากแต่การนำเสนอเนื้อหาถือว่าพยายามดึงออกมาให้เป็น Standalone ได้ในระดับหนึ่ง คนไม่ติดตามภาคเก่ามาก็ ‘พอ’ เข้าใจเนื้อหาและบริบทของเกมโดยรวมได้ด้วยการเล่าเรื่องผ่านสองตัวละคร คนหนึ่งเป็นคนธรรมดาที่โคตะระโชคร้าย แต่อีกคนผ่านสมรภูมิสงครามชีวภาพมาจนตอนนี้วิกฤตชีวิตของเขาน่าจะเป็นอาการปวดหลังมากกว่า

เนื้อเรื่องของเกมนี้แม้จะเป็นสองตัวละคร แต่ทั้งคู่จะมีเส้นเวลาที่ต่อเนื่องกัน ตัดสลับกันไปมา แต่ไม่ต้องกลัวว่าจะงงเลยครับ โดย Grace Ashcroft ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าของเธอให้ไปสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับศพปริศนาในโรงแรมที่เธอเคยสูญเสียแม่ไป ซึ่งก็เป็นโอกาสที่ตนเองจะได้เผชิญหน้ากับความกลัว แต่มันกลับกลายเป็นฝันร้ายที่ไม่อาจคาดคะเนและจินตนาการได้ ส่วน Leon S. Kennedy เองก็พบอีกหนึ่งเคสที่ดูจะเชื่อมโยงกับเรื่องราวเหล่านี้ จนได้มาเจอกับ Grace แบบที่เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงมี FBI มาปรากฏตัวในคดีของเขา

[รีวิว] Resident Evil Requiem ผีชีวะ ภาพทรงจำ เพลงย้ำตาย

ปูมหลังและแรงจูงใจของทั้งคู่แตกต่างกัน แต่มีจุดร่วมกันในความเชื่อมโยงสู่เมือง​ Raccoon City สถานที่อันเป็นฝันร้ายบนดิน ขณะที่คนหนึ่งกำลังมีความหวังริบหรี่ที่จะได้รอดพ้นออกไปจากเรื่องราวบ้าๆ แต่ Leon พบว่าตนเองมีเวลาที่เหลือน้อยลงไปทุกที ส่วนตัวรู้สึกว่ามันคือความขัดแย้งที่ไปด้วยกันได้อย่างแปลกประหลาดแกมกลมกล่อม เสริมด้วยเกมเพลย์ที่พบคิดว่าทำออกมาได้อย่างให้ความเคารพทั้งเกมต้นฉบับและเกมยุคปัจจุบัน

[รีวิว] Resident Evil Requiem ผีชีวะ ภาพทรงจำ เพลงย้ำตาย

เกมเพลย์ที่รวมส่วนที่ดีที่สุดของสมัยเก่าและสมัยใหม่

ก่อนที่เราจะไปพูดถึงมุมกล้องของเกมที่มีทั้งสองแบบให้เล่น ขอคุยกันเรื่องเกมเพลย์ก่อน ทั้ง Grace และ Leon มีลักษณะการควบคุมในแบบเดียวกันเกือบเป๊ะ แม้ Grace จะเน้นจังหวะการเล่นที่ช้ากว่าแต่เธอก็ยังมี Melee เป็นของตัวเองด้วย ซึ่งตัวละครสาวดวงซวยนี้จะเป็นตัวแทนของเกมเพลย์ในยุคเก่า ถ้าให้เห็นภาพจะบอกว่าอ้างอิงระบบควบคุมแบบ Resident Evil VII ผสมกับ Resident Evil 2 เวอร์ชันรีเมค นั่นคือวิ่งช้า! ช่องเก็บของจำกัด! ต่อให้เก็บอัปเกรดอะไรมาได้ แม้จะสวมแล้วมันก็ยังติดอยู่ในช่องเก็บของเหมือนเดิม นั่นหมายความว่าเราจะต้องจัดสรรทรัพยากรให้ได้มากที่สุดเพื่อเอาตัวรอด

ส่วน Leon จะค่อนไปทาง Resident Evil 4 เวอร์ชันรีเมค ตั้งแต่ช่องเก็บของแบบตารางจัดสรรสี่เหลี่ยม มีการอัปเกรดคล้ายๆ กันด้วย แต่ที่ขาดไม่ได้ก็คือขวานคู่ใจ ที่เราสามารถใช้ฟาดศัตรูได้แทนมีดเลย ส่วนตัวคิดว่าไม่ค่อยแรงนักและน่ารำคาญที่ต้องลับอยู่เรื่อยๆ แต่ปรับอารมณ์ความน่ากลัวให้มันเป็นเกมแอ็กชันได้ชัดเจน ใครจะไปคิดว่าเราจะได้แพร์รี่เลื่อยยนต์ด้วยขวาน แต่ Requiem พิสูจน์แล้วว่ามันทำได้ (แต่อย่าไปทำในชีวิตจริง) นอกจากนี้ขั้นตอนการได้รับอาวุธของ Leon ก็ดูจะได้มาแบบถี่ๆ ตามเนื้อหา กราดกระสุนไม่กลัวหมดเลย ทั้งนี้ทั้งคู่มีเมนูการย่อตัวเพื่อใช้ลอบเร้นในบางจุด

หากเป็น Resident Evil แล้วจะขาดเรื่องของปริศนาภายในเกมไปไม่ได้เลยครับ ส่วนใหญ่แล้ว Grace จะต้องเจอกับเรื่องปวดหัวนี้เสียมากกว่า เพราะเธอก็อิงเกมเพลย์ยุคดั้งเดิมที่ต้องเอาตัวรอดในสถานการณ์บีบคั้นมากกว่า ซึ่งปริศนาไม่ถือว่ายากต่อการทำความเข้าใจแต่เน้นการวิ่ง Backtracking ระหว่างสถานที่ที่ไกลพอสมควร แต่เพิ่มความท้าทายด้วยศัตรูที่โผล่มาตามทางให้เราได้จุ๊กหนี แต่สำหรับ Leon จะเป็นเหมือนกับการวิ่งจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง และมีความรู้สึกว่ามันเป็นเหมือนกับ Zapping System ในเกมภาคสองเวอร์ชันต้นฉบับเพราะบางไอเทม บางศัตรูที่เราไม่เคลียร์ทางให้ดี มันจะโผล่มาในส่วนของ Leon (ที่มักต้องผ่านทางในทีหลัง) รวมไปถึงระบบคราฟต์ก็กลับมาเหมือนกัน ทั้งคู่มีของให้คราฟต์แตกต่างกันด้วยนะเออ

[รีวิว] Resident Evil Requiem ผีชีวะ ภาพทรงจำ เพลงย้ำตาย

พูดถึงของที่เคยมีมาแล้ว รอบนี้มาคุยกันกับสิ่งที่เพิ่มเข้ามาบ้าง ทั้ง Grace และ Leon จะมีเมคานิกเฉพาะตัวที่ช่วยเพิ่มกลยุทธ์การเล่นด้วย โดย​ Grace สามารถใช้เครื่องมือในการเก็บเลือดเข้าหลอดเพื่อนำไปคราฟต์เป็นไอเทมต่างๆ เช่นเครื่องมือแปลงเลือดที่ปักซอมบี้ให้เชื้อตายจนระเบิด ขณะที่ Leon สายแอ็กชันแบบนี้แน่นอนว่าถ้าเกิดศัตรูมีอาวุธติดมือมาด้วยแล้วเผลอทำตก เราก็วิ่งไปหยิบมาฟาดต่อได้เลย แต่อาวุธหนักอย่างเลื่อยยนต์จะอยู่ติดมือเรานานกว่า กระนั้นต้องระวังให้ดี ตอนมันตกครั้งแรกเลื่อยจะยังไม่หยุดทำงาน ดังนั้นอย่าวิ่งไปเก็บเพราะมันอาจดีดมาเชือดเราแทน

โดยรวมแล้วผมคิดว่าการตีความของคำว่า ‘คลาสสิก’ สำหรับ Resident Evil Requiem มันคือ Resident Evil 4 (2004) แล้ว เพราะเราเหลือเพียงแค่มุมกล้อง Over-the-shoulder และมุมกล้องบุคคลที่หนึ่งที่กำลังจะกล่าวในเรื่องถัดไป เกมเพลย์แบบ Tank Control และฉากที่ฉายเหมือนกล้องวงจรปิด กลายเป็นของเก่าตกยุคและหายไปจากสารบบโดยสมบูรณ์ และผมก็โอเคกับสิ่งที่เกมนี้ออฟเฟอร์ และอีกจุดที่ชอบคือแก้เรื่องจุกจิกออกไป เช่นประตูที่ล็อคกุญแจ จากภาคเก่าๆ เวลาเราวิ่งไปกดสำรวจ หากมีไอเทมสำหรับแก้ปริศนาจุดนั้นแล้ว จะรันคัตซีนหรือปลดล็อกให้ทันที

Resident Evil Requiem นำเสนอสองมุมมอง สองสไตล์

จุดเด่นของภาคนี้ก็คือผู้เล่นสามารถสนุกกับเกมได้ทั้งในมุมกล้อง First-person แบบสมัยใหม่อย่างภาค VII และ Village หรือจะเล่นในมุมกล้อง Over-the-shoulder มุมกล้องมาตรฐานแบบ Resident Evil 4 ก็ได้ ซึ่งเราจะต้องเลือกปรับตามตัวละคร และสองมุมกล้องนี้ให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันมากเลยครับ ส่วนตัวผมเล่นเกมด้วยมุมมองฉายแผ่นหลังแบบทั้งสองตัวละครในรอบแรก ก่อนจะเริ่มที่มุมกล้องบุคคลที่หนึ่งในการเล่นรอบที่สอง โดยทั้งสองแบบทำให้รู้สึกเหมือนเป็นเกมคนละเกมกันเลยครับ

สำหรับแบบ Over-the-shoulder ผมคิดว่าเหมือนเราต้องเล่นเกม RE2 สลับกับ RE4 ดังนั้นระหว่างที่เปลี่ยนตัวละครมันจะรู้สึก เอ๊ะๆ แปลกๆ ที่ตอนแรกต้องเล่น Grace ที่เน้นเกมเพลย์ช้าๆ ก่อนที่จะเป็น Leon ที่พร้อมกระทืบทุกสิ่งที่เคลื่อนไหวตรงหน้า แต่กับมุมกล้องบุคคลที่หนึ่งมันชวนให้เราคิดว่านี่แหละคือเกมผีชีวะที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่เคยทำมาเลย โดยช่วง Grace นั้นก็จะมีสถานที่ที่ปิดทึบเป็นส่วนใหญ่ และศัตรูก็พุ่งมาหาได้รวดเร็วทีเดียว โอกาสหนีจึงน้อยและทำให้เราลนลานกว่าปกติ ในทางกลับกันเมื่อเล่นมุมกล้องนี้กับ Leon มันก็จะเหมือนกับ Gun Survivor ที่วิ่งเร็วขึ้น (เพราะช่วง Leon เอาจริงมันก็มีปริศนาอยู่บ้าง แต่ไม่ถือว่าวิ่งข้ามฟาก เล่นท่ายากสลับชั้นบนลงชั้นล่าง)

[รีวิว] Resident Evil Requiem ผีชีวะ ภาพทรงจำ เพลงย้ำตาย
อย่างพี่ Leon ต้องเล่นมุมกล้องนี้เท่านั้นถึงจะมันส์พะยะค่ะ!

หากใครติดตามบทสัมภาษณ์เก่าๆ จะทราบว่ามุมกล้องที่ได้รับคำแนะนำให้ใช้งานตั้งแต่ต้นคือ ปรับให้ Grace เป็นรูปแบบบุคคลที่หนึ่ง และใช้มุมกล้องฉายแผ่นหลังกับ Leon ซึ่งจะช่วยลดความรู้สึกน่ารำคาญระหว่างเปลี่ยนตัวละครได้เพราะเหมือนหลอกเซนส์ของเราให้เชื่อว่าทั้งสองคนคือคนละเกมกัน พอเปลี่ยนมุมกล้องมันก็เลยไม่ได้รู้สึกว่าถูกจำกัดด้วยเกมเพลย์ที่ไม่เหมือนกันนั่นเองครับ แต่ที่สำคัญที่สุดคืออารมณ์ร่วมจากมุมกล้องบุคคลที่หนึ่งของ Grace หลายคนน่าจะเห็นแล้วว่าศัตรูในเกมภาคนี้มีลักษณะเป็นซอมบี้ที่ยังคงเหลือความทรงจำก่อนตาย ด้วยการฉายภาพในระดับสายตา มันเลยเหมือนว่าเรากำลังโดนจู่โจมด้วยศพเดินได้ที่มันพูดคุยกับตัวละคร เพิ่มความหลอนไปอีก

[รีวิว] Resident Evil Requiem ผีชีวะ ภาพทรงจำ เพลงย้ำตาย

Requiem ชื่อนี้ไม่ได้เป็นแค่เพียงชื่อเท่ๆ หรือสัญลักษณ์ของคำว่า ‘เพลงส่งท้ายชีวิต’ เท่านั้น แต่มันคือภาพความหลังตลอด 30 ปีที่ผ่านมาของจักรวาลเกม จากวันแรกของ Leon ในฐานะตำรวจมือใหม่สู่เจ้าหน้าที่รัฐที่ต้องลงสนามกันอย่างต่อเนื่องแม้ใกล้ถึงวันเกษียณทุกที ขณะที่ Grace แม้จะไม่ได้เห็นโศกนาฏกรรมใน Raccoon City ทว่าในฐานะของลูกสาวของผู้รอดชีวิต มันทำให้เธอต้องมาพัวพันกับผลกระทบของฝันร้ายนี้ไม่ได้

สมบูรณ์ที่สุดแต่ไม่ใช่ว่าไม่มีข้อติ

ผมคิดว่า Resident Evil Requiem เป็นเกมผีชีวะที่ดีมากๆ และเล่าเรื่องได้อย่างสมบูรณ์แบบมีอะไรให้อ้าปากค้างในทุกองก์ ฉันใดก็ดีครับ ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีจุดที่ไม่ถูกใจอยู่หลายอย่าง เช่นการนำเสนอเมคานิกบางอย่างที่ดูจะช้าเกินไป และคิดว่าการแก้ปริศนาแบบ Backtracking โดยเฉพาะกับสถานที่แคบ ไม่ใช่เรื่องที่สนุกอีกต่อไป แถมเป็นอะไรที่น่าเวียนหัวแทนมากกว่า จากทั้งการเล่นในรอบแรกและรอบที่สอง ขณะเดียวกันพัฒนาการตัวละครของ Grace ต่อให้เธอเป็นมือใหม่ของเหตุการณ์บ้าบอคอแตกแบบนี้ แต่การตัดสินใจและชุดความคิดหลายอย่างไม่ค่อยสมเหตุสมผลนัก ท้ายที่สุดแม้เกมจะเป็น Standalone ทว่าหากไม่มีความรู้เบื้องหลังแฟรนไชส์ผีชีวะมาก่อน บอกได้ว่ามี ‘งง’ แถมจะไม่ผูกพันกับความเศร้าโศกาที่เกมจะสื่อไปแบบน่าเสียดายเลยแหละ

กราฟิกและเพลงประกอบ

Resident Evil Requiem เป็นเกมแรกในจักรวาล Resident Evil ที่ได้รับการพัฒนาเพื่อประสบการณ์เจนเนอชันปัจจุบันโดยเฉพาะ โมเดลตัวละคร ซอมบี้ และการใช้เสียงประกอบ การก้องของกระสุนปืนที่ยิงไปแต่ละนัด เสียงของตกชวนขนหัวลุก ทำออกมาได้สมจริง เช่นเดียวกับเพลงที่เราอาจจะได้ยินอะไรที่คิดถึงสมกับที่เป็นเกมฉลอง 30 ปีของแฟรนไชส์พอดี ขณะเดียวกัน เฟรมเรตในโหมดแสดงผลเน้นความไหลลื่น พบว่า 60FPS ไม่ตกให้เสียอารมณ์ ส่วนหนึ่งอาจเพราะปริมาณวัตถุไม่ได้มีมาก เน้นความอลังการ ความว้าว มากกว่า

บทสรุป

Resident Evil Requiem เป็นประสบการณ์เกมผีชีวะที่จัดเต็มทั้งความสยอง ความมันส์ และเซอร์วิสที่รวมเอาทุกอย่างที่ดีที่สุดของเกมภาคหลักเข้ามาไว้ด้วยกัน และผู้อ่านทุกคนจะรู้ทันทีว่าทำไมเกมนี้ถึงเป็นภาคที่สมชื่อ ‘Biohazard’ มากที่สุดเมื่อเล่นจนจบ แถมการนำเสนอสองโหมดมุมกล้องก็ทำให้เราสามารถเล่นเกมได้เหมือนกับ 2-in-1 ในเกมเดียวด้วยความประทับใจที่จะได้รับคนละแบบ ส่วนใครที่เป็นสายเก็บของสะสมบอกเลยว่าไฟล์มีให้เก็บกันเต็มอิ่ม ทั้งนี้หากใครหงุดหงิดง่ายกับการวิ่งวน ขอบอกว่าคุณจะหงุดหงิ๊ดหงุดหงิดขึ้นไปอีก แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามขอย้ำว่ามันก็คือผีชีวะภาคที่ยิ่งใหญ่สมค่าน้ำตาซึมแบบร้อยเปอร์เซ็นต์!

[รีวิว] Resident Evil Requiem ผีชีวะ ภาพทรงจำ เพลงย้ำตาย

เพื่อนๆ ที่สนใจขอบอกว่าอดใจรออีกนิด 48 ชั่วโมงเท่านั้น ตัวเกมจะวางจำหน่ายในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ของปี 2026 ทั้งบน PlayStation 5, Xbox Series X|S, Nintendo Switch 2 และ PC โดยจะนำเสนอประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นและชวนขนหัวลุกด้วยขุมพลังของ RE Engine ที่ก้าวหน้ายิ่งขึ้น พัฒนาเพื่อบนอุปกรณ์รุ่นใหม่โดยเฉพาะให้เราได้เห็นตัวละคร สถานการณ์ตรงหน้า และการเล่าเรื่องที่สมจริงเหนือชั้นมากกว่าเดิมในฐานะเกมภาคหลักลำดับที่เก้าอย่างเป็นทางการนั่นเองครับ

GantaroZX

นักข่าวเกมที่แต่งตัวโป๊ที่สุดในประเทศไทย
Back to top button