พรีวิวรีวิว / พรีวิว

5 ประเด็นน่าสนใจจากการทดลองเล่น Honkai: Star Rail 2.0

ออกผจญภัยไปในดาวดวงใหม่ ที่เหมือนกับเป็นเกมใหม่อยู่กราย ๆ

Honkai: Star Rail 2.0 “หากนิทราฝันกลางราตรี” เป็นอัปเดตที่จะพาเราออกผจญภัยไปในดาวดวงใหม่ที่มีชื่อว่า Penacony ซึ่งดาวดวงนี้ก็จะนำเสนอการผจญภัยในธีมของความฝันที่บอกได้เลยว่ามีอะไรมากมายรอเซอร์ไพรส์ผู้เล่นอยู่ และในวันนี้ผู้เขียนได้หยิบเอา 5 ประเด็นน่าสนใจจากการทดลองเล่น Honkai: Star Rail 2.0 มาให้ทุกคนได้ติดตามกันครับ

ประเด็นที่ 1 – ดีไซน์ดวงดาวที่แปลกตา แฝงด้วยอิสระที่ไม่เคยมีมาก่อน

มาในประเด็นแรกที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดตลอดการผจญภัยภายในเกม Honkai: Star Rail 2.0 เลยก็คือ ดีไซน์ของโลกที่แปลกตาไปจากเดิมเป็นอย่างมาก โดยตลอดการสำรวจดาวดวงนี้ผู้เล่นจะได้พบกับสิ่งที่ค่อนข้างแหวกแนวไปจากเดิมพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นประตูที่มีลูกตา ป้ายโฆษณาที่เต้นได้ ถังขยะที่มีแขนและขา รวมไปถึงดีไซน์องค์ประกอบต่าง ๆ ภายในเกม โดยเฉพาะศัตรูที่ดีไซน์นั้นเรียกได้ว่าค่อนข้างที่จะแหวกแนวไปจากดาวก่อน ๆ เป็นอย่างมาก

ความแตกต่างนี้ไม่ใช่แค่ในแง่ของเอกลักษณ์ แต่ผู้เขียนยังรู้สึกว่าใน Penacony เหมือนกับเป็นสนามเด็กเล่นของทีมพัฒนาเกมที่อยากจะใส่ไอเดียที่บรรเจิดแค่ไหนก็ได้ เพราะธีมของดาวดวงนี้คือ “ความฝัน” ทำให้การออกแบบไม่ต้องไปยึดกับธีมแห่งความเป็นจริงมากนัก ส่งผลให้ตลอดการสำรวจดาวดวงนี้เราจะได้ตื่นตาตื่นใจไปกับดีไซน์สุดล้ำที่ไม่เคยเห็นมาก่อนใน Jarilo-VI และ Xianzhou Luofu อย่างแน่นอน

ประเด็นที่ 2 – เนื้อเรื่องที่เต็มไปด้วยปริศนา และความเข้มข้นแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน

ถ้าจะให้ผู้เขียนพูดถึงฉากบทนำที่นำเข้าสู่ดวงดาวต่าง ๆ ภายในเกม Honkai: Star Rail ก็ต้องบอกเลยว่า Penacony เป็นการนำเข้าสู่ดวงดาวที่ชวนให้ผู้เล่นได้ตะลึงกับปริศนาที่เกิดขึ้น รวมไปถึง “ปมใหญ่” ที่ถูกโยนไว้ในตอนแรกนั้นจะทำให้ผู้เล่นจะต้องตะลึงอย่างแน่นอน

นอกจากนี้การเล่าเรื่องภายใน Penacony ก็มีความแตกต่างไปจาก Jarilo-VI และ Xianzhou Luofu อย่างมาก โดยก่อนหน้านี้เราจะถูกนำเสนอในฐานะผู้บุกเบิกที่เป็นฮีโร่ การเล่าเรื่องจะเป็นแบบเส้นตรงไม่มีปริศนาอะไรซับซ้อนมากมาย ซึ่ง Penacony นั้นแตกต่างออกไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เพราะการเล่าเรื่องจะเน้นเป็นการโยนปมให้เราเกิดความสงสัย ในหลาย ๆ ครั้ง ทำให้เราเกิดความสับสนได้ว่าอะไรคือความจริง อะไรคือความฝัน บุคลิกของคนที่เราได้พบเจอตลอดการผจญภัยนั้นสรุปแล้วพวกเขา/เธอเป็นคนยังไงกันแน่ รวมไปถึงการเข้าสู่รูปแบบของฝันซ้อนฝันคล้ายกับภาพยนตร์ Inception ซึ่งหากใครที่ชื่นชอบการติดตามเนื้อเรื่องเข้มข้นก็บอกได้เลยว่า Honkai: Star Rail 2.0 อัดแน่นไปด้วยรายละเอียดที่คุ้มค่าแก่การอ่านทุกตัวอักษรอย่างแน่นอน

ประเด็นที่ 3 – มีมินิเกมสอดแทรกให้เราได้เห็นอยู่ตลอดการผจญภัยใน Penacony

อีกหนึ่งประเด็นที่ผู้เขียนประทับใจใน Honkai: Star Rail 2.0 ก็คือการออกสำรวจดวงดาวดวงนี้ถูกทำออกมาให้คล้ายกับเป็นมินิเกมขนาดใหญ่ ที่ภายในนั้นจะมีมินิเกมย่อย ๆ ให้เราได้ใช้งานกันอีกมากมาย จนเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งความเซอร์ไพรส์เลยก็ว่าได้

ตั้งแต่ที่เราก้าวเท้าเข้ามาใน Penacony เราจะได้รับพาสปอร์ตการผจญภัย ซึ่งภายในพาสปอร์ตนี้จะเปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้สะสมสติ๊กเกอร์ และนำมาแปะเพื่อสะสมความคืบหน้าเพื่อรับรางวัลต่าง ๆ อย่างไรก็ตามสติ๊กเกอร์เหล่านี้จะได้มาจากการสำรวจดวงดาว หรือการเล่นมินิเกมต่าง ๆ ที่มีภายในนี้ เช่น การออกดึงขนนกที่ติดอยู่ตามที่ต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือนกตัวอ้วน, การเล่นตู้สล็อต เพื่อรับรางวัลมากมาย (แต่ต้องใช้เหรียญในการเล่น) มินิเกมการซ่อมนาฬิกา ที่ผู้เล่นจะต้องไขปริศนาที่ท้าทายเหนือความคาดหมาย, ปริศนาพินบอลหรรษา รวมไปถึงการแปลงร่างเป็นตัวการ์ตูนเพื่อปฏิบัติการของลูกพี่ Hanu ให้เรียบร้อย เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำให้การใช้เวลาภายใน Penacony เพิ่มขึ้นจากเดิมหลายเท่าตัวเลยทีเดียว

ประเด็นที่ 4 – ดนตรีประกอบที่ส่งให้การผจญภัยกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น

ผู้เขียนยอมรับว่าตั้งแต่ที่เทรลเลอร์ WHITE NIGHT ซึ่งเป็นการนำเสนอเพลงธีมหลักของ Penacony ถูกปล่อยออกมา ผู้เขียนตั้งหน้าตั้งตาคอยที่จะเข้าไปผจญภัยภายใน Honkai: Star Rail 2.0 เพื่อฟังเพลงประกอบอย่างใจจดใจจ่อ

และในการทดสอบนี้ผู้เขียนก็ยืนยันได้เลยว่าหากใครชื่นชอบดนตรี Jazz ที่สนุกสนานแล้วล่ะก็ คุณจะเพลิดเพลินไปกับการผจญภัยภายใน Penacony แบบยิ้มไม่หุบอย่างแน่นอน เพราะตลอดการสำรวจดวงดาวใบนี้เราจะได้ฟังเพลง Jazz ที่ไพเราะอยู่ตลอดเวลา ทำให้ผู้เขียนมองว่าทีมพัฒนาเกมใส่ใจในรายละเอียดเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

ประเด็นที่ 5 – ภาษาไทยที่แปลออกมาได้ดีเช่นเคย

จริง ๆ ต้องบอกว่าทีมแปลของเกม Honkai: Star Rail นั้นทำการบ้านมาได้ดีอยู่เสมอ โดยตลอดเวลาที่ผู้เขียนได้เล่นเกมนี้ก็ยังคงทึ่งกับความสามารถและทักษะการแปลภาษาไทยของทีมงานทีมนี้มาก ๆ และแน่นอนว่าภายในเกม Honkai: Star Rail 2.0 ก็ไม่ทำให้ผิดหวังเช่นเคย

อย่างที่ได้บอกไปว่าเนื้อเรื่องใน Honkai: Star Rail 2.0 อัดแน่นไปด้วยปริศนามากมาย การแปลเนื้อหาออกมาให้ผู้เล่นได้เข้าใจง่าย และจดจำในสิ่งที่เกิดขึ้นได้นั้น ผู้เขียนยอมรับเลยว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายแม้แต่น้อย แต่ทีมงานแปลเกมนี้ก็ทำออกมาได้ดี น่าประทับใจแบบสุด ๆ โดยในหลาย ๆ ครั้งผู้เขียนมองว่า “ประเด็น” หรือ “อารมณ์” ที่ถูกถ่ายทอดผ่านตัวอักษรนั้นได้ขยายสิ่งที่ภาพกราฟิกพยายามอธิบายออกมาให้ชัดเจนยิ่งขึ้น รวมไปถึงการเล่าเรื่องราวในฉากสำคัญต่าง ๆ ก็ทำออกมาได้เรียบง่ายแต่น่าสนใจ จนผู้เขียนยังคงยกนิ้วให้การแปลภาษาไทยนี้เช่นเคย

Honkai: Star Rail เป็นเกมมือถือ Turn Based RPG ซึ่งภายในเกมนี้ผู้เล่นจะได้พบกับเรื่องราวที่น่าติดตาม แถมผู้เล่นจะได้ควบคุมตัวละครสำรวจฉากภายในเกมอีกด้วย โดยเกมดังกล่าวจะพาผู้เล่นไปผจญภัยในจักรวาลข้ามดวงดาว ถึงเวลากระโดดขึ้นรถไฟ Astral Express และสัมผัสกับความมหัศจรรย์ที่ไม่มีที่สิ้นสุดของกาแลคซีในการเดินทางครั้งนี้ที่เต็มไปด้วยการผจญภัยและความตื่นเต้น

ทั้งนี้ “Honkai: Star Rail” รองรับแพลตฟอร์ม PC, iOS, Android, Epic Games Store และ PS5™ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา ผลงานนี้ได้รับรางวัล App Store Game of the Year, Google Play Best Game รวมถึง The Game Awards BEST MOBILE และถูกจัดเรตให้เป็นเกมสำหรับวัยรุ่นหรือ T (Teen) ใน ESRB และสำหรับอายุ 12 ปีบน PEGI หากต้องการทราบรายละเอียด และข้อมูลการอัปเดตเพิ่มเติม โปรดเยี่ยมชมได้ที่ https://hoyo.link/18zDCBAd และติดตาม @HonkaiStarRail บน Twitter (หรือ X), Instagram และ Facebook

Youryu

นักผจญเกมที่ไม่จำกัดประเภทและแพล็ตฟอร์ม
Back to top button