7 ทริคที่ช่วยชนะได้ง่ายขึ้นในเกม Dissidia Duellum Final Fantasy
เข้าใจเกม วางแผนเป็นทีม พลิกทุกไฟต์ให้เป็นชัยชนะของคุณ

สวัสดีครับเพื่อน ๆ ชาวเกมเมอร์ทุกท่าน ใครที่กำลังสนุกอยู่กับ Dissidia Duellum Final Fantasy และอยากยกระดับฝีมือให้เล่นได้เฉียบคมขึ้น บอกเลยว่าเกมนี้ไม่ใช่แค่การกดสกิลรัว ๆ แล้วจะชนะได้ แต่ต้องอาศัยทั้งการวางแผน การแบ่งหน้าที่ และความเข้าใจในระบบของเกมประมาณนึง เพราะในแต่ละแมตช์ ทุกการตัดสินใจเล็ก ๆ สามารถเปลี่ยนผลลัพธ์ของเกมได้ทั้งหมด บทความนี้เลยได้รวบรวม 7 ทริคสำคัญ ที่จะช่วยให้คุณเล่นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเล่นคนเดียวหรือเป็นทีม ก็สามารถเพิ่มโอกาสคว้าชัยชนะได้แบบเห็นผลครับ
1. แบ่งหน้าที่กับเพื่อนว่าใครจะทำอะไร

การเล่นเกมแบบ 3vs3 แบบเรียลไทม์นั้น การจะทำให้ทีมได้รับชัยชนะมาได้ มันจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการแบ่งงาน แบ่งหน้าที่กัน ไม่ว่าคุณจะเล่นกับเพื่อนร่วมทีม หรือสุ่มทีมในการเล่นจริงก็ตาม อย่างน้อย ๆ ก็มองเพื่อนร่วมทีมให้ออกว่าอีกฝ่ายเล่นสไตล์ไหน แล้วเราค่อยเติมส่วนที่ขาดก็ได้ โดยส่วนใหญ่แล้วสไตล์การเล่นในเกมนี้จะแบ่งออกเป็น 3 แบบ
- คนไปล่าคริสตัล เก็บ Bravery : ตรงส่วนนี้มักจะเป็นคนเล่นสาย Support เน้นไปยืนตีธรรมดาเก็บมอนสเตอร์ให้ตาย ล่าคริสตัล เก็บแต้ม Bravery ให้กับเพื่อนร่วมทีม แล้วเอาแต้ม Bravery ไปเหมือนโหมด Bravery เพื่อตีบอส คนกลุ่มนี้มักจะมีสกิลซัพพอร์ตดี ๆ ไว้กดสนับสนุนทีม เช่น การฮีล การวาร์ป บาร์เรีย หรือการเติมเกจ Bravery ให้เพื่อนครับ
- คนกั๊กสกิลไว้ตีบอส ทำดาเมจปิดเกม : สายนี้มักจะเป็น Melee หรือไม่ก็ Ranged ที่จะเน้นปล่อยสกิลแบบกั๊ก ๆ ตีมอนบ้าง ตีคนบ้าง แต่เป้าหมายหลักจริง ๆ คือการเก็บสกิลที่แรงที่สุดไว้เบิร์สดาเมจใส่บอส เวลาที่มีแต้ม Bravery ครบแล้ว จะทำให้ทีมได้เปรียบอีกฝ่ายมาก ๆ เวลาที่ Bravery ถึงจุดที่กำหนด แทบจะเป็นตัวพลิกเกมเลยก็ว่าได้ แต่ถ้ากั๊กมั่ว ๆ แล้วไม่ได้ใช้ หรือใช้สกิลมันส์มือเกินไป ก็อาจทำให้เล่นยากขึ้น
- คนตัดเกมอีกฝ่าย เน้นตีคน ไม่ตีมอน : สายนี้มักจะเป็น Agile หรือไม่ก็สาย Melee ที่มีสกิลพุ่งไกล ๆ กระโดดไกล ๆ เพื่อเข้าประชิดตัวผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามได้เร็ว คนกลุ่มนี้จะไม่ยุ่งกับ Main Objective เลย คือเน้นฆ่าอีกฝ่ายตัดเกม ไม่ให้เก็บแต้ม Bravery ไม่ให้ตีบอส เน้นป่วน เน้นทำคะแนนจากการฆ่าผู้เล่น แต่ถ้าเจอผู้เล่นเก่ง ๆ ตึง ๆ คนที่เล่นสายนี้ก็จะรับมือหนักสุดครับ เพราะอาจจะโดนรุม 3vs1 ได้ง่าย ๆ
2. เลือกเล่นตัวละครที่เหมาะกับหน้าที่

ตัวละครที่เลือกเล่นได้ ไม่ว่าจะมาจากการเลือกของคุณตอนเริ่มเกม หรือตัวที่เปิดกาชามาได้ จะมีโรลทั้งหมด 4 สาย ได้แก่ Support, Melee, Ranged และ Agile ซึ่งตัวละครแต่ละตัวจะมีสกิลประจำตัวที่เหมาะแก่การเล่นสายนั้น ๆ และการเลือกหน้าที่ว่าจะทำอะไรนั้น การดูสกิลประจำตัวก็มีผลต่อการเล่นให้ชนะง่ายขึ้นเช่นเดียวกัน เช่น ถ้าคุณต้องการจะเล่นเป็นสายตัดเกมอีกฝ่าย เน้นตีคนไม่ตีมอน แต่คุณเอาตัวละคร Support อย่างนักรบแห่งแสงมา ก็อาจจะทำให้สกิลโจมตีของคุณในการสังหารศัตรูนั้นมีน้อยกว่า หรือไม่มีสกิลพุ่งเข้าประชิดตัว ไม่มีสกิล Movement ดี ๆ ไว้สร้างจังหวะการบุก เพราะงั้นจะทำหน้าที่อะไร เลือกสายของตัวละครที่เล่นให้เข้ากันด้วยครับ
3. พยายามฝึกเล่นตัวที่มี Abilities ประจำตัวเยอะ ๆ

อันนี้เป็นเรื่องที่น่าเศร้าของเกม Dissidia Duellum Final Fantasy เพราะเวลาที่คุณเปิดกาชาได้ Abilities ระดับ UR ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของเกม แต่ Abilities นั้นกลับไม่ใช่ของตัวละครที่คุณมี เช่น คุณอาจจะเล่น Kain เป็นหลัก แต่คุณเปิดได้ Abilities UR ของ Cloud ผมบอกเลยว่ามันใช้ไม่ได้ครับ แม้จะจัดลงไปเป็น Support Abilities ได้ แต่มันก็ไม่ดีเท่าอยู่กับตัวละครหลัก ดังนั้น บางทีการเลือกเล่นตัวละคร อาจเลือก Base On ว่าตัวละครตัวไหนมี Abilities UR เยอะ ก็เป็นคำตอบที่ไม่ได้แย่เหมือนกัน
4. อย่าใส่แต่ Abilities สายโจมตี มีสกิลบัพบ้าง

ในเรื่องของการจัดเด็ค Abilities ซึ่งสามารถใส่มาได้สูงสุด 5 อย่าง และมันก็มี Abilities หลากหลายแบบ เช่น สกิลโจมตี เวทมนตร์ สกิลบัพ สกิลฮีล สกิลสนับสนุนต่าง ๆ ซึ่งก็แยกกันไปตามสถานการณ์ แต่สิ่งหนึ่งที่ระวังก็คือไม่ค่อยแนะนำให้ใส่แต่สกิลโจมตีเท่าไหร่ครับ ควรมีสกิลเอาตัวรอดติดตัวมาด้วย เช่น สกิลลดดาเมจเอาไว้เอาตัวรอดตอนนัว ๆ กันมั่ว ๆ หรือสกิลฮีลเอาไว้ตั้งหลัก สกิลเพิ่ม Movement ทำให้พุ่งเข้าหรือถอยหนีได้อย่างง่ายดายมากขึ้น ไม่งั้นเราจะได้แค่เดินตัวเปล่าเข้าไปดุ่ม ๆ แล้วก็ตี มันเป็นอะไรที่เสี่ยงมากครับ เพราะเกมนี้ตายง่ายมากถ้าไม่ใช้ Abilities ช่วยสนับสนุน
5. มอนสเตอร์ตัวเล็กที่อยู่ตามคริสตัล ไม่ต้องจ่ายสกิลก็ได้

ในการเล่นเกมเพลย์หลักของเกม Dissidia Duellum Final Fantasy ผู้เล่นจะต้องบุกยึดคริสตัลตามจุดต่าง ๆ เพื่อเก็บสะสมแต้ม Bravery แล้วเปิดใช้งาน Bravery Burst เพื่อตีบอส ซึ่งคริสตัลตามจุดต่าง ๆ จะมีมอนสเตอร์ตัวเล็กคอยปกป้องคริสตัลไว้อยู่ มอนสเตอร์เหล่านี้เอาจริง ๆ ไม่ต้องจ่ายสกิลก็ได้ เพราะแค่ตีธรรมดา 2-3 ที มันก็ตายแล้ว แต่ถ้าในกรณีที่อยากทำเวลา หรือเร่งรีบ ก็ใช้สกิลเบา ๆ กับมันไปก่อนก็ได้ โดยยังเก็บสกิลใหญ่แรง ๆ ไว้ใช้กับบอสหรือผู้เล่นอื่นจะคุ้มกว่าครับ
6. กาชาที่เปิดได้ซ้ำ อย่าลืมเอาไป Raise Level Cap

ตอนที่เราเปิดกาชาหา Abilities มาใช้ มันก็มีโอกาสที่เราจะเปิดกาชาได้ Abilities ซ้ำที่เคยได้มาก่อนแล้ว แต่ไม่ต้องเสียใจนะครับ เพราะ Abilities นั้นแรกเริ่มเดิมทีมันอัปเลเวลได้น้อย ทำให้ความแรงของมันมีไม่มาก แต่ถ้าได้ Abilities ซ้ำ หมายความว่าเราสามารถเอาไปปลดเพดานเลเวล แล้วอัป Abilities ให้เลเวลสูงขึ้น แรงขึ้น ใช้งานได้ดีขึ้นนั่นเอง
7. ตอนเปิดโหมด Bravery Burst จะใช้สกิลโจมตีได้ครั้งเดียว

หากคุณเป็นผู้เล่นสายตีบอส หรือมีแต้ม Bravery ถึงกำหนดแล้ว การจะเปิด Bravery Burst ไปตีบอสนั้น ก็เป็นเรื่องที่ต้องทำ เพราะถ้าบอสตายเกมก็จะจบ ทีมที่ทำดาเมจใส่บอสได้เยอะสุดก็จะชนะ แต่ในการเล่นจริง มันมีปัจจัยภายนอกมาก่อกวนจำนวนมาก เช่น ผู้เล่นอื่นที่มาขัดขวางคุณ ทำให้คุณต้องจ่ายสกิลใส่พวกเขาบ้างเพื่อเอาตัวรอด แต่บอสก็ต้องสู้เพื่อทำเกม แต่สิ่งที่ผมอยากจะบอกคือ หลังเปิดใช้งาน Bravery Burst แล้ว คุณจะสามารถใช้สกิลโจมตีประจำตัวได้แค่ครั้งเดียวแล้ว Bravery Burst จะปิดครับ ต้องเก็บใหม่ เพราะงั้นตอนที่คุณเปิด Bravery Burst คุณสามารถใช้ประโยชน์จากมันให้เต็มที่ ก่อนที่เวลาจะหมดและรีบโจมตีบอสเลย
สุดท้ายแล้ว Dissidia Duellum Final Fantasy เป็นเกมที่ให้รางวัลกับคนที่เข้าใจระบบและเล่นอย่างมีแผนมากกว่าการพึ่งพาฝีมือเพียงอย่างเดียว ยิ่งคุณรู้ว่าควรทำอะไรในแต่ละจังหวะ รู้หน้าที่ของตัวเองในทีม และเลือกใช้สกิลได้อย่างเหมาะสม ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสพลิกเกมและคว้าชัยชนะได้ง่ายขึ้น หวังว่า 7 ทริคที่นำมาฝากกันในครั้งนี้ จะช่วยให้เพื่อน ๆ เล่นได้สนุกและไต่แรงค์ได้ลื่นขึ้น ใครที่ยังไม่เคยลองปรับการเล่นตามนี้ ลองเอาไปใช้ดู แล้วคุณอาจจะเห็นความแตกต่างแบบชัดเจนในทุกแมตช์ครับ







