
สำหรับวงการเกม การเล่นเกมต่อเนื่องยาวนานหลายชั่วโมงไม่ใช่เรื่องแปลก โดยเฉพาะในยุคที่มีสตรีมเมอร์จำนวนไม่น้อยถ่ายทอดสดกันยาวหลายชั่วโมงเพื่อให้ได้แรงค์ที่ต้องการ แต่ในมุมของ “Gaming Health” หรือสุขภาพของเกมเมอร์ มีเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นในไต้หวันที่จะกลายเป็นอุทาหรณ์สำคัญของวงการนี้
เมื่อมีรายงานว่านักศึกษาหนุ่มรายหนึ่งเสียชีวิต หลังเล่นเกมต่อเนื่องหลายวันโดยแทบไม่ได้พักผ่อนเลย
.
🕹️ เล่นต่อเนื่อง 4 วัน 3 คืน 🕹️
กรณีดังกล่าวถูกเปิดเผยโดย Lin Ting พยาบาล ICU ชาวไต้หวัน ที่เล่าเรื่องนี้ผ่านโซเชียลมีเดีย โดยเธอระบุว่า มีนักศึกษามหาวิทยาลัยรายหนึ่งใช้เวลาช่วงวันหยุดอยู่หน้าคอมพิวเตอร์แทบตลอดเวลา เล่นเกมออนไลน์เกือบต่อเนื่อง 4 วัน 3 คืน
ตลอดช่วงเวลาดังกล่าว เขาแทบไม่ได้พักผ่อน ลุกจากหน้าจอเพียงเพื่อเข้าห้องน้ำและกินขนมเล็กน้อย ก่อนจะกลับไปเล่นเกมต่อทันที
แม้ครอบครัวจะพยายามเตือนให้พัก แต่เจ้าตัวก็ยังคงเล่นเกมต่อเนื่องเหมือนเดิม
.
⚠️ อาการผิดปกติที่เกิดขึ้นก่อนหมดสติ ⚠️
เหตุการณ์เริ่มผิดปกติขึ้นในคืนหนึ่ง เมื่อชายหนุ่มลุกไปเข้าห้องน้ำกลางดึก แต่จู่ ๆ ก็ร้องด้วยความเจ็บปวดก่อนจะล้มหมดสติ
เมื่อถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล แพทย์พบว่าเขาเกิด หลอดเลือดสมองโป่งพองแตก (Ruptured cerebral artery) ซึ่งทำให้เกิดภาวะเลือดออกในสมองอย่างรุนแรง
ทีมแพทย์พยายามผ่าตัดฉุกเฉินเพื่อช่วยชีวิต แต่ผลการรักษาไม่ดีขึ้น นักศึกษารายนี้ต้องพึ่งพาเครื่องช่วยชีวิตและยาเพื่อรักษาความดันโลหิต
ครอบครัวเฝ้าดูอาการอยู่หลายเดือน ก่อนจะตัดสินใจยุติการรักษาในที่สุด
.
🧠 เมื่อการเล่นเกมยาวเกินไปกลายเป็นความเสี่ยง 🧠
ในมุมของ Gaming Health แพทย์ระบุว่า ภาวะหลอดเลือดในสมองแตกไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับผู้สูงอายุเท่านั้น ปัจจัยอย่าง ความเครียดสะสม การอดนอนเป็นเวลานาน การทำงานหนัก การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ หรือความเครียดเรื้อรัง ล้วนทำให้หลอดเลือดสมองอ่อนแอลงและมีโอกาสแตกได้
กรณีนี้จึงกลายเป็นอุทาหรณ์สำคัญ โดยเฉพาะในช่วงต้นเดือนเมษายนที่กำลังจะเข้าสู่ช่วงปิดเทอมของนักเรียนหลายคน และใกล้กับวันหยุดยาวสงกรานต์ ซึ่งมักเป็นช่วงเวลาที่หวานเจี๊ยบสำหรับหลายคนที่ตั้งใจจะปั่นแรงค์ยาว ๆ
บางครั้งคำเตือนเล็ก ๆ จากคนรอบตัวอาจช่วยได้มากกว่าที่คิดถ้ามีแฟนก็เตือนแฟน มีเพื่อนก็เตือนเพื่อน ให้พักสายตา ลุกเดิน หรือหาเวลานอนบ้าง
เพราะถ้าปล่อยให้ถึงวันที่พ่อแม่ต้องมาเตือนเอง บางทีคำเตือนนั้นอาจไม่ได้มาในรูปแบบคำพูดปกติทั่วไป แต่อาจเป็นการเรียกชื่อคุณให้ไปล้างจาน กวาดบ้าน เก็บที่นอน และใช่ คุณอาจจะทำมันไปแล้วด้วยซ้ำ ซึ่งรูปแบบนี้มักมาในจังหวะที่ลงแรงค์เสมอ
ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นคำเตือนจากแฟน จากเพื่อน หรือจากพ่อแม่ สุดท้ายแล้วมันก็เป็นคำเตือนจากคนที่หวังดีกับคุณ และรักคุณมากที่สุด มันอาจฟังดูน่ารำคาญในบางครั้ง แต่ก็ดีกว่าการที่วันหนึ่ง ร่างกายต้องเป็นฝ่ายส่งสัญญาณเตือนเอง ในแบบที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้นเลย







