Xbox One โดนเจาะระบบสำเร็จครั้งแรกหลังยืนหยัดมานานกว่า 13 ปี
ใช้อุปกรณ์พิเศษเป็นตัวช่วยในการเจาะ

ถือเป็นข่าวใหญ่ในวงการ เมื่อเครื่อง Xbox One ที่เคยได้ชื่อว่าเป็นป้อมปราการที่ไม่มีวันถูกเจาะได้ กลับต้องพ่ายแพ้ให้กับแฮกเกอร์ที่ใช้ชื่อว่า Bliss โดยเหตุการณ์นี้ถูกเปิดเผยในงานสัมมนา RE//verse 2026 ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการสิ้นสุดระยะเวลาอันยาวนานกว่าทศวรรษที่ Microsoft สามารถรักษาความปลอดภัยของเครื่องนี้เอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่นนับตั้งแต่การเปิดตัวในปี 2013
Markus ‘Doom’ Gaasedelen คือผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้ โดยเขาได้สาธิตวิธีการที่เรียกว่า Bliss double glitch ซึ่งเป็นการโจมตีผ่านฮาร์ดแวร์ด้วยวิธี Voltage Glitch Hacking (VGH) หรือการรบกวนแรงดันไฟฟ้าของ CPU ในจังหวะที่แม่นยำระดับเสี้ยววินาที เพื่อข้ามระบบตรวจสอบความปลอดภัยที่เข้มงวด วิธีการนี้คล้ายคลึงกับ Reset Glitch Hack (RGH) ที่เคยใช้กำราบเครื่อง Xbox 360 ในอดีต แต่วิธีของ Bliss นั้นมีความซับซ้อนและต้องใช้ความพยายามที่สูงกว่ามาก
ย้อนกลับไปในช่วงหลายปีที่ผ่านมา วิศวกรของ Microsoft มักจะเคลมด้วยความภูมิใจเสมอว่า Xbox One คือผลิตภัณฑ์ที่มีระบบความปลอดภัยสูงที่สุดเท่าที่บริษัทเคยสร้างมา เนื่องจากมันถูกออกแบบมาให้ป้องกันการรันโค้ดที่ไม่ได้รับอนุญาตในทุกระดับชั้น แม้แต่เหล่าแฮกเกอร์มือฉกาจก็ยังแทบจะมองไม่เห็นช่องโหว่ภายในระบบเลย ทำให้ตลอด 7 ปีแรกหลังวางจำหน่าย เครื่องเกมรุ่นนี้แทบไม่มีข่าวการโดนเจาะระบบที่สมบูรณ์ออกมาให้เห็นเลยจนกระทั่งวันนี้
ความน่าสนใจของ Bliss คือมันเป็นการโจมตีไปที่ Boot ROM ซึ่งฝังอยู่ในซิลิคอนของตัวชิปโดยตรง ทำให้ทาง Microsoft ไม่สามารถออกซอฟต์แวร์มาอัปเดตเพื่อปิดช่องโหว่นี้ได้เลย การเจาะระบบครั้งนี้ช่วยให้สามารถเข้าถึงการทำงานได้ในทุกระดับ ตั้งแต่ Hypervisor ไปจนถึงตัวระบบปฏิบัติการ (OS) รวมถึงยังสามารถเข้าถึงโปรเซสเซอร์ด้านความปลอดภัยเพื่อถอดรหัสเกมและเฟิร์มแวร์ต่างๆ ได้อย่างอิสระ ซึ่งเป็นสิ่งที่นักสะสมและเหล่านักพัฒนาโปรแกรมจำลองเครื่องเกมรอคอยมานาน
สำหรับก้าวต่อไปของวงการ หลังจากนี้เราอาจจะได้เห็นการพัฒนาชิปดัดแปลง (Mod Chip) เพื่อช่วยให้การทำ Bliss glitch เป็นไปอย่างอัตโนมัติและง่ายดายขึ้นสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป นอกจากนี้เหล่านักอนุรักษ์ข้อมูลดิจิทัลจะสามารถเข้าถึงไฟล์ระบบและไฟล์เกมของ Xbox One ได้ลึกซึ้งกว่าเดิม ซึ่งอาจนำไปสู่ความก้าวหน้าในการพัฒนาโปรแกรม Emulator สำหรับเล่นบนเครื่อง PC ในอนาคต แม้ว่าความต้องการเล่นเกมเก่าเหล่านี้บนคอมพิวเตอร์อาจจะไม่สูงมากนักเพราะเกมส่วนใหญ่มักมีเวอร์ชัน PC อยู่แล้วก็ตาม
อย่างไรก็ตาม การจะทำตามวิธีของ Markus ‘Doom’ Gaasedelen นั้นไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะทางที่มีราคาสูงพอสมควร เช่น เครื่องมือวิเคราะห์สัญญาณไฟฟ้าและบอร์ดควบคุมที่มีความแม่นยำสูง ซึ่งหากใครอยากลองอาจต้องเตรียมงบประมาณสำหรับอุปกรณ์เบื้องต้นไว้ประมาณ 500 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 18,000 บาท) ขึ้นไป แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความรู้ทางเทคนิคระดับสูงที่ต้องใช้ในการแกะรอยระบบไฟฟ้าของตัวเครื่องนั่นเอง







