
ชาวเกมเมอร์ต้องเตรียมตัวรับมือกับข่าวใหญ่จากทาง Microsoft ที่ล่าสุดออกมาประกาศปรับขึ้นราคาเครื่องเล่นเกม Xbox ทั่วโลกอีกครั้ง โดยมีผลอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2026 เป็นต้นไป ซึ่งการปรับราคาครั้งนี้ถือเป็นการขึ้นราคาครั้งที่สามในรอบ 13 เดือน ทำให้บรรดาแฟนคลับเริ่มกังวลกับทิศทางของราคาสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ในอนาคต
สำหรับการปรับราคาในครั้งนี้ รุ่นที่มีความจุ 512 GB จะมีราคาเพิ่มขึ้น 100 ดอลลาร์ ประมาณ 3,400 บาท ส่วนรุ่นความจุ 1 TB จะปรับราคาขึ้นถึง 150 ดอลลาร์ ประมาณ 5,000 บาท ส่งผลให้ราคาของ Xbox Series X รุ่นมาตรฐานขยับสูงขึ้นไปแตะระดับ 800 ดอลลาร์ ในขณะที่รุ่น Xbox Series S ก็ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 499.99 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นราคาที่สูงมากเมื่อเทียบกับตอนที่เครื่องเปิดตัวครั้งแรก
เหตุผลสำคัญที่ Microsoft หยิบยกขึ้นมาชี้แจงคือ วิกฤตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่กำลังลุกลามไปทั่วโลก โดยเฉพาะราคาของหน่วยความจำและพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่พุ่งสูงขึ้นกว่า 2.5 เท่าตัว และคาดว่าจะทวีความรุนแรงขึ้นอีกจนราคาอาจเพิ่มเป็นสองเท่าภายในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2027 เนื่องจากการแย่งชิงทรัพยากรไปผลิตฮาร์ดแวร์สำหรับงานด้าน AI

ทางค่ายยังแจ้งข่าวเศร้าเพิ่มอีกว่า จะยุติการวางจำหน่ายรุ่นความจุ 2 TB อย่างเป็นทางการ เพื่อลดความซับซ้อนของสายการผลิตและจัดการทรัพยากรชิปที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด แม้จะเป็นการตัดสินใจที่ยากลำบาก แต่บริษัทให้เหตุผลว่าจำเป็นต้องทำเพื่อพยุงธุรกิจฮาร์ดแวร์ที่ปกติก็แทบไม่ได้กำไรจากการขายเครื่องอยู่แล้ว
เพื่อให้สถานการณ์ดูผ่อนคลายลง Microsoft ได้เปิดตัวทางเลือกใหม่เพื่อช่วยให้การซื้อ Xbox เข้าถึงได้ง่ายขึ้น เช่น โปรแกรมซื้อก่อนจ่ายทีหลัง หรือการผ่อนชำระแบบไม่มีดอกเบี้ยนานสูงสุด 12 เดือน รวมถึงมีการร่วมมือกับร้านค้าปลีกเพื่อจัดทำโครงการรับซื้อเครื่องเก่ามาแลกเป็นส่วนลดสำหรับเครื่องใหม่ หรือการขายเครื่องสภาพมือสองที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพในราคาที่ถูกลงกว่าเดิม
สำหรับใครที่กำลังเล็งว่าจะซื้อเครื่องใหม่ การตัดสินใจให้เร็วขึ้นก่อนถึงกำหนดวันที่ 1 สิงหาคมอาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าวงการเกมอาจเข้าสู่ยุคของเครื่องเล่นเกมราคาหลักพันดอลลาร์ในไม่ช้า แม้แต่ โน้ตบุ๊ก หรืออุปกรณ์อื่นๆ ก็ยังได้รับผลกระทบไม่ต่างกัน คงต้องรอดูกันต่อไปว่าวิกฤตชิ้นส่วนครั้งนี้จะสิ้นสุดลงเมื่อไหร่







