Switch

ประธาน Nintendo จับตาราคา RAM พุ่งและภาษีนำเข้าอาจกระทบ Switch 2

Shuntaro Furukawa เผยยังไม่มีแผนขึ้นราคาในตอนนี้

Shuntaro Furukawa ประธานบริษัท Nintendo ออกมาแสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ต้นทุนการผลิตสมาร์ทโฟนและคอนโซลที่พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาหน่วยความจำหรือ RAM ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากการที่ศูนย์ข้อมูล AI กว้านซื้อไปใช้งานจำนวนมาก รวมถึงผลกระทบจากนโยบายภาษีนำเข้าในสหรัฐอเมริกาที่เริ่มส่งผลต่อกำไรของบริษัทอย่างชัดเจน โดยเฉพาะกับเครื่องรุ่นใหม่อย่าง Nintendo Switch 2 ที่เพิ่งวางจำหน่ายได้ไม่นาน

ในการสัมภาษณ์กับสื่อญี่ปุ่นอย่าง Kyoto Shimbun ทางประธาน Shuntaro Furukawa ระบุว่ากำไรของฮาร์ดแวร์นั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งเงื่อนไขการจัดซื้อชิ้นส่วน การลดต้นทุนผ่านการผลิตจำนวนมาก รวมถึงอัตราแลกเปลี่ยนและภาษีนำเข้า แม้ในปัจจุบัน Nintendo จะยังไม่ได้รับผลกระทบต่อรายได้ในทันที เนื่องจากการวางแผนจัดซื้อชิ้นส่วนในระยะกลางถึงระยะยาวไว้ล่วงหน้า แต่ตลาดหน่วยความจำที่ผันผวนอย่างมากในขณะนี้คือสิ่งที่บริษัทต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

เมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้ในการปรับขึ้นราคาเครื่อง Nintendo Switch 2 เพื่อชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้น Shuntaro Furukawa ตอบเพียงว่าเป็นเรื่องสมมติที่ยังไม่สามารถให้ความเห็นได้ในตอนนี้ อย่างไรก็ตาม นโยบายพื้นฐานของบริษัทคือการมองว่าภาษีนำเข้าเป็นต้นทุนอย่างหนึ่ง ซึ่งหากมีความจำเป็นก็อาจจะต้องสะท้อนออกไปที่ราคาสินค้า เหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับตลาดในสหรัฐอเมริกาและภูมิภาคอื่นๆ มาแล้วก่อนหน้านี้

nintendo-about-ram-hike

ย้อนกลับไปในช่วงเดือนสิงหาคม 2025 ที่ผ่านมา Nintendo ได้สร้างความประหลาดใจด้วยการประกาศขึ้นราคาเครื่องรุ่นดั้งเดิมในสหรัฐอเมริกา โดยรุ่นปกติขยับขึ้นจาก $299 เป็น $339 หรือประมาณ 11,525 บาท รุ่น OLED เพิ่มจาก $349 เป็น $399 หรือประมาณ 13,565 บาท และรุ่น Lite เพิ่มจาก $199 เป็น $229 หรือประมาณ 7,785 บาท ซึ่งสาเหตุหลักมาจากสภาวะตลาดและผลกระทบด้านภาษีที่รุนแรงขึ้น

สำหรับเครื่องรุ่นใหม่อย่าง Nintendo Switch 2 แม้ราคาเครื่องจะยังคงอยู่ที่ $449 หรือประมาณ 15,265 บาท แต่บรรดาอุปกรณ์เสริมต่างๆ ได้มีการปรับราคาขึ้นไปรอแล้ว เช่น Joy-Con 2 ที่ขยับขึ้นเป็น $99 หรือประมาณ 3,365 บาท จากเดิมที่เปิดตัวไว้ $94 โดยทาง Nintendo ชี้แจงว่าเป็นการปรับเปลี่ยนตามสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในช่วงปี 2025 ถึงต้นปี 2026 นี้

อย่างไรก็ตาม Nintendo ยังคงให้ความสำคัญกับการขยายฐานผู้ใช้งานเครื่องรุ่นใหม่ในช่วงเริ่มต้นให้แข็งแกร่งที่สุด จึงพยายามที่จะตรึงราคาส่วนของตัวเครื่องและซอฟต์แวร์เกมเอาไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่หากสถานการณ์ราคาชิ้นส่วนยังคงพุ่งสูงต่อเนื่องเกินกว่าที่แผนการจัดซื้อระยะยาวจะรับไหว แฟนเกมอาจจะต้องเตรียมรับมือกับการปรับราคาที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต

ที่มา
Videogameschronicle

Artherlus

แค่คนทั่วไปที่หลงใหลในวงการไอที
Back to top button