Sony กับแผนเลิกผลิตแผ่นเกมในปี 2028 หายนะราคาที่ผู้เล่นต้องแบกรับ
การผูกขาดอาจทำลายเสรีภาพในการเลือกซื้อเกมไปตลอดกาล

กลายเป็นประเด็นที่ทำเอาเหล่าเกมเมอร์ทั่วโลกนั่งไม่ติด เมื่อแผนการของ Sony ที่จะยุติการผลิตแผ่นเกมอย่างเป็นทางการในปี 2028 ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากกลุ่มผู้บริโภคในเนเธอร์แลนด์ ซึ่งออกมาส่งสัญญาณเตือนภัยว่า นี่ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลธรรมดา แต่เป็นการมอบอำนาจเบ็ดเสร็จในการกำหนดราคาเกมไว้ในมือ Sony แต่เพียงผู้เดียว
ปัญหาสำคัญที่หลายคนกังวลคือการขาดคู่แข่งในตลาดขายปลีก เมื่อไม่มีแผ่นเกมวางจำหน่ายตามร้านค้าทั่วไป Sony จะกลายเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มและร้านค้าเพียงหนึ่งเดียวบนเครื่องเกม PlayStation ทำให้สามารถตั้งราคาเกมในรูปแบบดิจิทัลได้สูงเท่าไรก็ได้ตามใจชอบ โดยไม่มีส่วนลดจากการแข่งขันเหมือนที่เคยเป็นมาในยุคที่มีการเปรียบเทียบราคาระหว่างร้านค้าและแพลตฟอร์มอื่น
ทางกลุ่มผู้เชี่ยวชาญยังชี้ให้เห็นว่า ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบจะทำให้ผู้เล่นสูญเสียสิทธิ์ในการครอบครองเกมอย่างแท้จริง เพราะหากวันใดที่เซิร์ฟเวอร์มีปัญหาหรือมีการถอนเกมออกจากคลัง ผู้เล่นที่ซื้อมาด้วยเงินตัวเองอาจสูญเสียสิทธิ์เข้าถึงผลงานนั้นทันที โดยไม่มีทางเลือกในการขายต่อหรือเปลี่ยนมือเหมือนการถือแผ่นเกมที่จับต้องได้ในมือ

นอกจากเรื่องราคาและการเป็นเจ้าของแล้ว ความกังวลยังรวมไปถึงเรื่องการจัดเก็บข้อมูลและการเข้าถึงเกมในระยะยาว หากบริษัทเลือกปิดให้บริการร้านค้าออนไลน์ในอนาคต ผู้เล่นที่สะสมเกมดิจิทัลไว้มากมายอาจเหลือเพียงอากาศธาตุแทนที่จะเป็นคอลเลกชันที่สามารถเปิดเล่นได้ทุกเมื่อ ซึ่งเป็นสิ่งที่แฟนเกมยุคดั้งเดิมยอมรับไม่ได้อย่างแรง
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ของ Sony ถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นผลกำไรสูงสุดโดยไม่คำนึงถึงความสะดวกของผู้ใช้งานในระยะยาว เพราะการบีบให้ทุกคนต้องซื้อผ่านช่องทางเดียวช่วยลดต้นทุนการผลิตแผ่นและการขนส่งลงได้มหาศาล แต่เงินส่วนต่างนั้นกลับไม่ได้ถูกนำมาลดราคาเกมให้กับผู้เล่นแต่อย่างใด
สุดท้ายแล้วการตัดสินใจครั้งนี้อาจกลายเป็นดาบสองคม เพราะหากกระแสต่อต้านยังคงรุนแรงและยอดผู้ใช้งานเริ่มหันไปหาทางเลือกอื่นที่ให้ความยืดหยุ่นมากกว่า Sony อาจต้องกลับมาทบทวนท่าทีอีกครั้งก่อนถึงกำหนดการในปี 2028 ไม่อย่างนั้นอนาคตของ PlayStation บนเส้นทางดิจิทัลเพียวๆ อาจไม่ได้สวยหรูอย่างที่คิดไว้ในตอนแรก







