เจาะลึกกราฟิก Resident Evil Requiem เล่นได้ทุกเครื่องแต่ PS5 Pro คือที่สุด
RE Engine โชว์ความเก๋าในวัย 9 ปี พร้อมยกระดับความสมจริงจนแยกไม่ออก

ผ่านมาแล้วกว่า 9 ปีตั้งแต่การเปิดตัว Resident Evil 7 ที่ใช้เอนจิน Reach for the Moon หรือ RE Engine เป็นรากฐานสำคัญ จนมาถึงภาคล่าสุดอย่าง Resident Evil Requiem ที่แสดงให้เห็นถึงความทรงพลังขั้นสุดของเทคโนโลยีนี้ โดยเฉพาะบนเครื่อง PS5 Pro ที่มอบภาพลักษณ์ระดับก้าวกระโดด ด้วยสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยรายละเอียด บรรยากาศเมืองที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยสายฝน และงานแสงเงาแบบ Ray Tracing ที่เรียกได้ว่าเป็นมาสเตอร์พีซของยุคนี้เลยทีเดียว
ความโดดเด่นของเวอร์ชัน PS5 Pro คือการทำลายข้อจำกัดเดิมๆ เพราะสามารถรันโหมด Ray Tracing ได้ที่ 60fps เกือบตลอดการเล่น แม้ความละเอียดภาพพื้นฐานจะใกล้เคียงกับ PS5 รุ่นปกติ แต่ด้วยระบบอัปสเกลภาพอัจฉริยะ ทำให้ผลลัพธ์ที่ออกมาดูคมชัดใกล้เคียงกับระดับ 4K แท้ๆ ทั้งที่ต้นทางมีความละเอียดสูงกว่า 1080p เพียงเล็กน้อยเท่านั้น นอกจากนี้ระบบแสงเงายังช่วยเปลี่ยนโลกในเกมให้ดูมีมิติมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับรุ่นมาตรฐาน
หากขยับมาดูโมเดลตัวละคร ต้องยอมรับว่า Capcom ทำออกมาได้สมจริงที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา ทั้งรายละเอียดของเนื้อผ้า การจัดวางแสงบนผิวหนัง ไปจนถึงการสะท้อนของดวงตา ส่วนระบบเส้นผมแบบ Strand-based ที่เคยเห็นในภาค 4 Remake ก็ถูกนำมาปรับปรุงใหม่ให้กินทรัพยากรน้อยลงแต่สวยงามกว่าเดิม ซึ่งในโหมด 120Hz ของ PS5 Pro แม้จะปิดระบบ Ray Tracing ออกไปเพื่อให้เฟรมเรตสูงขึ้น แต่ก็ยังรักษาความลื่นไหลได้ดีเยี่ยมโดยเฉพาะเมื่อใช้งานร่วมกับจอที่รองรับ VRR
เมื่อเปรียบเทียบข้ามแพลตฟอร์ม PS5 Pro นำโด่งมาเป็นที่หนึ่งอย่างชัดเจน ในขณะที่ Xbox Series X ทำผลงานได้สูสีกับ PS5 รุ่นปกติ โดยใช้การอัปสเกลภาพจากความละเอียดที่สูงกว่า 1080p เล็กน้อย ส่วนน้องเล็กอย่าง Xbox Series S ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน แม้จะต้องลดทอนความละเอียดพื้นฐานลงไปอยู่ที่ 720p และตัดระบบเส้นผมแบบละเอียดออกไปเพื่อให้เกมรันได้ลื่นไหล แต่ภาพรวมก็ยังถือว่าเล่นได้สนุกและจัดการระบบจัดการภาพได้ดีพอสมควร
นอกเหนือจากเรื่องกราฟิกแล้ว ทีมพัฒนาได้แก้ไขปัญหาเรื่องระดับสีดำ (Black Levels) ที่เคยเป็นประเด็นในภาคก่อนๆ ให้มีความลึกและสมจริงมากขึ้น ส่งผลให้บรรยากาศที่มืดมิดในเกมดูน่ากลัวและกดดันกว่าเดิม เมื่อบวกกับระบบเสียง 3D Audio ที่ช่วยระบุตำแหน่งศัตรูได้อย่างแม่นยำ ยิ่งทำให้การเล่น Resident Evil Requiem กลายเป็นประสบการณ์สยองขวัญที่สมบูรณ์แบบและน่าประทับใจที่สุดภาคหนึ่งในซีรีส์
สรุปได้ว่าแม้ RE Engine จะสามารถปรับตัวให้เข้ากับคอนโซลทุกรุ่นได้อย่างสง่างาม แต่หากต้องการสัมผัสประสบการณ์ระดับพรีเมียมที่ดึงศักยภาพของฮาร์ดแวร์ออกมาได้ถึงขีดสุด PS5 Pro คือคำตอบที่ชัดเจนที่สุดในเวลานี้ ตัวเกมไม่เพียงแต่โดดเด่นในด้านเทคนิค แต่ยังรักษามาตรฐานเกมเพลย์ที่ยอดเยี่ยมเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น สมกับการรอคอยของแฟนเกมทั่วโลก







