
แม้ Assassin’s Creed Black Flag Resynced จะเปิดตัวได้อย่างสวยงามบน Steam แต่ก็ไม่วายโดนรีวิวบอมบ์เรื่อง Microtransactions ซึ่งเป็น DLC แฟชันกับแผนที่บอกตำแหน่งของในเกม จริงอยู่ที่ DLC เป็นเพียงทางลัดสำหรับคนที่อยากประหยัดเวลา แต่ผู้เล่นส่วนใหญ่กลับมองว่ามันทำลายบรรยากาศการสำรวจที่ควรเป็นหัวใจสำคัญของเกมไปอย่างน่าเสียดาย
ทว่าในแง่ของยอดขายแล้ว Ubisoft ก็ได้เงินจากส่วนนี้มาไม่น้อยเลย
รายงานล่าสุดจาก Alinea Analytics ระบุว่า Assassin’s Creed Black Flag Resynced สามารถทำยอดขายบน Steam ไปได้ถึง 701,000 ชุด สร้างรายได้รวมราว 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากตัวเกมหลัก ซึ่งในวันแรกที่วางจำหน่ายสามารถทำรายได้ไป 22.4 ล้านดอลลาร์ แซงหน้าภาคก่อนอย่าง Assassin’s Creed Shadows มากถึง 2.35 เท่า ซึ่งเป็นตัวเปรียบเทียบเดียวเพราะเกมนี้เป็นเกมที่ 2 ถัดจากภาค Shadows ที่วางจำหน่ายบน Steam พร้อมกับแพลตฟอร์มอื่นตั้งแต่วันแรก ทั้งนี้ ภาค Black Flag Resynced ก็มีราคาต่ำกว่าภาค Shadows อยู่หน่อย (59.99 กับ 69.99 ดอลลาร์ หรือ 1,600 บาทกับ 1,999 บาท) แถมยังเป็นการรีเมกเกมเก่าจึงอาจมีผลต่อการตัดสินใจซื้อ
เมื่อเทียบยอดขายดังกล่าวกับเกมภาคก่อนๆ ที่ Ubisoft ยังไม่วางจำหน่ายเกมบน Steam พร้อมแพลตฟอร์มอื่น ความแตกต่างก็ยิ่งชัดเจนมากขึ้น โดย Black Flag Resynced ทำรายได้มากกว่า Assassin’s Creed Valhalla ถึง 9 เท่าและมากกว่า Assassin’s Creed Mirage เกือบ 19 เท่า ในช่วงเวลาเดียวกัน สะท้อนให้เห็นว่า Steam กลายเป็นแพลตฟอร์มเปิดตัวที่มีความสำคัญต่อ Ubisoft มากขึ้นภายในเวลาเพียงไม่กี่ปี
ในแง่ของรีวิวบอมบ์นั้น บางส่วนเป็นเรื่องของผู้เล่นจีนที่ไม่พอใจต่อการที่สตรีมเมอร์บางรายได้เล่นเกมก่อนผู้ที่สั่งซื้อล่วงหน้าเลยเข้ามารุมกดรีวิวแง่ลบ อีกส่วนหนึ่งเป็นประเด็น Microtransactions เพราะนอกจากจะใส่ DLC ต่างๆ เข้ามาแล้ว การโปรโมตร้านค้าในเกมอย่างหนักในเกมเล่นคนเดียวทำให้ผู้เล่นหลายคนไม่พอใจหลักการขายที่ยัดเยียดแบบนี้
โดย DLC ตัวที่ขายได้มากที่สุดคือ Map Pack (ราคา 4.99 ดอลลาร์หรือ 149 บาท) ที่จะเผยตำแหน่งของสิ่งที่เก็บได้ทุกอย่าง ได้แก่ Mayan Stelae, Shanties, Treasure Maps, Letters, Special Chests และ Animus Keys ซึ่งนับเป็น 6.34% ของยอดขาย DLC ทั้งหมด
เมื่อสรุปตัวเลขโดยรวมแล้ว DLC ของ Black Flag Resynced สามารถทำรายได้ไปราวๆ 3% ของยอดขายทั้งหมด แต่ตัวเลขเกือบ 3% นี้ก็ทำเงินให้มากถึง 1 ล้านดอลลาร์เลยทีเดียว ถือเป็นตัวเลขที่ไม่ควรมองข้ามแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม Black Flag Resynced ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของ Ubisoft จริงๆ
ข้อมูลน่าสนใจเพิ่มเติมจากรายงานคือ ผู้เล่นที่ซื้อ Black Flag Resynced จำนวน 29% มีเกม Sea of Thieves อยู่ในบัญชี, 25% มีเกมภาคต้นฉบับหรือ Assassin’s Creed IV: Black Flag อยู่ในบัญชี และ 12% มีเกม Windrose อยู่ในบัญชี (ไหน Skull and Bones)
Assassin’s Creed Black Flag Resynced เกมมือสังหารยุคโจรสลัดจะวางจำหน่ายแล้วบน PC (Ubisoft Store, Steam, Epic Games Store), PlayStation 5 และ Xbox Series X|S
ผู้อ่านท่านใดต้องการติดตามข่าวเกมพีซีและคอนโซลทั้งหมดของ This Is Game Thailand ก็สามารถตามมาอ่านได้ที่นี่เลย! → ข่าวเกมคอนโซล / พีซี







