คอนโซล / พีซีประวัติศาสตร์เกมพีซี

Command & Conquer เกมในตำนานที่ครองใจใครหลายๆคน

ซีรี่ส์เกม RTS ชื่อดังที่อยู่คู่เกมเมอร์มายาวนาน

Command & Conquer ถือเป็นหนึ่งซีรี่ส์เกมในตำนานที่เกมเมอร์วัยเก๋าไม่มีใครไม่รู้จักเกมนี้ ซึ่งผู้เขียนต้องบอกว่าซีรี่ส์นี้มีจำนวนมากจนอาจทำให้ใครหลาย ๆ คนสับสนได้ ในวันนี้ทางผู้เขียนได้รวบรวมข้อมูลและเรียบเรียงเพื่อเปิดตำนานเกมซีรี่ส์ Command & Conquer ให้ทุกคนได้ระลึกถึงกันครับ

ซีรี่ส์ Tiberian

จุดเริ่มต้นของมหากาพย์เกมในตำนานเกมนี้เริ่มต้นในปี 1995  เมื่อทางผู้พัฒนาเกมได้วางจำหน่ายเกม Command & Conquer มาให้เราได้เล่นกันเป็นครั้งแรก โดยเกมเป็นเกมประเภท Real-Time Strategy (RTS) ที่มีความแปลกใหม่และมีรายละเอียดมากที่สุดเกมหนึ่ง โดยเรื่องราวของเกมในภาคแรกนี้จะเป็นสงครามระหว่างสองฝ่ายได้แก่ Global Defense Initiative (GDI) และ Brotherhood of Nod ใช้เวลาไม่นานนักเกมก็ดังเป็นพลุแตกเลยทีเดียวครับ 

เวลาผ่านไป 4 ปี (ปี 1999) Command & Conquer: Tiberian Sun ได้ออกมาทำให้ตลาดเกมลุกไหม้อีกครั้ง โดยเรื่องราวในภาคนี้จะเกิดขึ้นหลังจากภาคแรก 30 ปี โดยจุดแตกต่างที่สุดคือการเล่าเรื่อง ที่เปลี่ยนจากความขัดแย้งของสงครามระดับโลก กลายมาเป็นมุ่งเน้นไปที่เรื่องราวของ Tiberium แทน [ในปีนี้เองคือปีที่ทาง Westwood Studios ถูกซื้อไปโดย Electronic Arts แต่ทาง EA ไม่ได้มีส่วนร่วมโดยตรงในการพัฒนาภาคนี้]

ต่อมาในปี 2002 แฟน ๆ ก็ได้มันกันต่อในเกม Command & Conquer: Renegade ซึ่งเรื่องราวในภาคนี้จะเล่าเหตุการณ์ในวันสุดท้ายของซีรี่ส์ Command & Conquer อย่างไรก็ตามในเกมมีการเปลี่ยนรูปแบบเกมเพลย์ไปโดยสิ้นเชิง โดยเปลี่ยนจากเกมประเภท RTS ไปเป็นเกม FPS แทน แต่ก็ไม่ได้ทำให้แฟนเกมรังเกียจภาคนี้แต่อย่างใด [เกมนี้เป็นเกมสุดท้ายที่ทาง Westwood Studios เป็นผู้พัฒนาโดยตรง]

มีนาคม 2007 Command & Conquer 3: Tiberium Wars ได้เปิดตัวมาให้เราได้เล่นกัน และในภาคนี้ตัวเกมก็กลับไปใช้ระบบเกมแบบ RTS แบบเต็มสูบอีกครั้ง โดยเหตุการณ์ในภาคนี้เกิดขึ้นหลังจากภาค Tiberian Sun ไปประมาณ 17 ปี โดยในภาคนี้มีการเพิ่มฝ่ายที่ 3 เข้ามานั่นคือ มนุษย์ต่างดาว Scrin นั่นเอง 

ต่อมาตัวเกมภาคล่าสุดได้มีการวางจำหน่ายภาคเสริมอย่าง Command & Conquer 3: Kane’s Wrath ออกมาให้เราเล่นกันในปี 2008 โดยเกมในส่วนเสริมนี้จะบังคับให้ผู้เล่นเล่นได้เพียงฝ่ายเดียวคือ Brotherhood of Nod อย่างไรก็ตามทางผู้พัฒนาเกมได้เพิ่มฝ่ายย่อย (Sub-Factions) เข้ามาให้ผู้เล่นได้เล่นอีก 6 ฝ่ายย่อย โดยฝ่ายย่อยทั้งหมดนี้สามารถเล่นได้ในโหมด Strategic และ Skirmish 

Command & Conquer 4: Tiberian Twilight วางจำหน่ายในปี 2010 โดยเกมได้เปลี่ยนแปลงองค์ประกอบสำคัญภายในเกมออกไปจำนวนหนึ่ง โดยตัดระบบการสะสมทรัพยากร และระบบการสร้างสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงตัดฝ่าย Scrin ออกไป โดยเรื่องราวในเกมภาคนี้เกิดขึ้นหลังเหตุการณ์ในภาคล่าสุด 10 ปี จะเล่าในส่วนของการที่ Tiberium ได้พัฒนาไปถึงขั้นต่อไป และได้แพร่กระจายไปทั่วโลก จนทำให้สิ่งมีชีวิตบนโลกอาศัยอยู่ไม่ได้

เกมภาคต่อมาเป็นเกมที่ไม่ได้เป็นทางการของ EA โดยในภาคนี้มีชื่อว่า Renegade X ซึ่งเกมนี้เป็นผลงานของแฟนเกมพัฒนาขึ้นมาเอง (แฟนเมด) แต่ที่น่าสนใจคือเกมได้รับการอนุมัติจากทาง EA ให้เปิดดาวน์โหลดไปเล่นได้ฟรีแบบไม่ผิดลิขสิทธิ์ โดยเกมนี้เปิดให้เล่นแบบ Open Beta ในปี 2014 ซึ่งเกมเพลย์ในภาคนี้จะมีแต่โหมดแคมเปญให้เล่นในชื่อ Black Dawn ครับ

ซีรี่ส์ Red Alert

Command & Conquer: Red Alert วางจำหน่ายครั้งแรกในปี 1996 โดยเรื่องราวของซีรี่ส์จะเกิดในจักรวาลคู่ขนาน ซึ่งแท้จริงแล้ว Red Alert ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเป็นเรื่องราวอารัมภบทของเกมซีรี่ส์ Tiberium แต่สุดท้ายแล้วโปรเจกต์นี้ก็ถูกพับไป โดยเรื่องราวในภาคนี้จะพูดถึงสงครามระหว่างฝ่ายสัมพันธมิตรและโซเวียต โดยเกมนี้ก็ตามรอยเกมหลักอย่าง Command & Conquer ที่ได้รับคำชมอย่างมาก เกมภาคนี้จะมีส่วนเสริมอยู่ 2 ตัว ได้แก่ Red Alert: Counterstrike และ Red Alert: The Aftermath

ในปี 2000 เกม Command & Conquer: Red Alert 2 ก็วางจำหน่ายออกมา ซึ่งในภาคนี้ถือได้ว่าเป็นภาคที่โดดเด่นเป็นอย่างมากด้วยยูนิตที่แปลกใหม่อย่างรถถังหลากหลายประเภท, เรือบินขนาดยักษ์ และปลาหมึกต่อต้านเรือรบ อย่างไรก็ตามเรื่องราวของภาคนี้ไม่ได้ชัดเจนว่าจะเชื่อมโยงกับภาคแรกมากน้อยแค่ไหน โดยเนื้อเรื่องในภาคนี้จะพูดถึงจักรวาลคู่ขนานที่เกิดจากผลการทดลองการเดินทางข้ามเวลา

ในเวลาต่อมาทางผู้พัฒนาเกมก็ได้วางจำหน่ายส่วนขยายของ Red Alert 2 โดยมาในชื่อ Command & Conquer: Yuri’s Revenge ส่วนขยายนี้ได้วางจำหน่ายในปี 2001 ซึ่งเรื่องราวในภาคนี้จะนำเสนอตัวละครที่เป็นอดีตโซเวียตที่มีชื่อว่ายูริโดยเขาต้องการครอบครองโลกด้วย เทคโนโลยีพลังจิต พร้อมกับกองกำลังส่วนตัวของเขา แน่นอนว่าภาคนี้คือภาคที่คนไทยจำได้ดีที่สุด อีกทั้งภาคนี้ยังเป็นภาคที่ได้คะแนนรีวิวสูงสุดในฐานะส่วนเสริมของซีรี่ส์ Command & Conquer 

อีก 7 ปีต่อมาทางผู้พัฒนาก็ปล่อยภาคต่ออย่าง Command & Conquer: Red Alert 3 มาให้แฟน ๆ ได้มันส์กันต่อ โดยเรื่องราวในภาคนี้จะดำเนินต่อจาก Red Alert 2  ในภาคนี้จะมีตัวละครใหม่ ๆ มาให้ผู้เล่นได้ใช้งาน รวมถึงเปิดตัวฝ่ายใหม่อย่าง Rising Sun ซึ่งได้ต้นแบบมาจากจักรวรรดิญี่ปุ่นเอามาผสมผสานกับอนิเมะ โดย Chris Corry ที่เป็นผู้อำนวยการผลิตในตอนนั้นได้ประกาศว่า “ผู้เล่นจะได้เล่นฝ่ายที่บ้าที่สุดเท่าที่เคยออกแบบมา” ซึ่งผลจากการนำเสนอฝ่ายใหม่ในครั้งนี้ก็ทำให้เกมนี้ได้รับคะแนนรีวิวสูงไม่แพ้กับภาคก่อนหน้านี้เลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม Command & Conquer: Red Alert 3 – Uprising ซึ่งเป็นส่วนขยายแบบ Stand Alone กลับทำคะแนนได้ไม่ดีเท่ากับเกมภาคต้นฉบับ แต่ทางผู้พัฒนาก็ยังได้อัปเกรดตัวเกมขึ้นมาเป็นภาค Command & Conquer: Red Alert 3 – Commander’s Challenge เพื่อให้ผู้เล่นสามารถเล่นกันบน P3 และ Xbox 360 โดยเกมเวอร์ชั่นนี้จะมีการเพิ่มโหมด Commander’s Challenge มาให้เล่นกันบนคอนโซล

แต่เกมในซีรี่ส์ Red Alert ยังไม่สิ้นสุดแต่เพียงเท่านั้น โดยในปี 2009 ทางผู้พัฒนาได้ปล่อยเกม Command & Conquer: Red Alert มาให้เล่นกันบน iOS โหมดเกมในภาคนี้จะมีสองฝ่ายให้เล่นได้แก่ Allies และ Soviet Union และได้มีการวางจำหน่ายส่วนเสริมที่จะทำให้ผู้เล่นสามารถเล่นฝ่ายที่สามอย่าง Empire of the Rising Sun ได้

ซีรี่ส์ Generals

Command & Conquer: Generals วางจำหน่ายครั้งแรกในปี 2003 โดยเรื่องราวในซีรี่ส์นี้ไม่เกี่ยวข้องใด ๆ กับเกมอื่น ๆ ใน Command & Conquer เลยแม้แต่น้อย โดยเรื่องราวในซีรี่ส์นี้จะพูดถึงอนาคตของอเมริกา จีน และองค์กรผู้ก่อการร้ายอย่าง Global Liberation Army โดยจุดเด่นที่สุดของซีรี่ส์นี้คือเป็นเกมที่ใช้เอนจิ้นใหม่อย่าง SAGE (Strategy Action Game Engine) และเป็นเกมแรกของ Command & Conquer ที่ถูกพัฒนาออกมาเป็นเกม 3 มิติอย่างเต็มรูปแบบ โดยเกมนี้ได้รับคะแนนรีวิวอยู่ในแง่บวกอย่างมาก และได้รับรางวัล  E3 2002 Game Critics Awards: Best Strategy Game น่าเสียดายเล็กน้อยที่ในภาคนี้ไม่มีคัทซีนแบบ Full Motion Videos ให้ชมกัน 

ต่อมาในปีเดียวกันทางผู้พัฒนาเกมได้วางจำหน่ายส่วนเสริมอย่าง Command & Conquer: Generals – Zero Hour โดยส่วนเสริมนี้จะมีการเพิ่มเติมเรื่องราวของภาคหลักเข้าไป รวมถึงมีการเพิ่มกองทัพใหม่อีก 9 กองทัพ ภารกิจแคมเปญมากกว่า 10 ภารกิจ รวมไปถึงโหมด Generals Challenge  โดยเกมในภาคนี้จะมีการนำคัทซีนประเภท Full Motion Videos กลับมาใช้งานด้วย

หลังจากที่ EA Los Angeles ได้ประกาศเปิดตัว Danger Close กลุ่มพัฒนาเกมภายในสตูดิโอ และมุ่งมั่นพัฒนาเกมซีรี่ส์ Medal of Honor ทำให้ EA  เปิดตัวสตูดิโอใหม่อย่าง Victory Games  เพื่อสานต่อการพัฒนาเกมซีรี่ส์ Command & Conquer 

ในปี 2011 Electronic Arts ได้โพสต์ข้อความว่า พวกเขากำลังพัฒนาเกม Command & Conquer: Generals 2 รวมถึงมีการพัฒนาเกม Command & Conquer บนเว็บบราวเซอร์ โดยมาในชื่อ Command & Conquer: Tiberium Alliances และเปิด CBT ในวันต่อมา

เรียกได้ว่าเป็นข้อมูลจำนวนมากที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียวครับ และตอนนี้ Command & Conquer Remastered จะวางจำหน่ายให้แฟนเกมได้เล่นกันแล้ว (เปิดตัวครั้งแรกในปี 2018) ซึ่งในเวอร์ชั่นนี้จะมีการนำส่วนขยาย Red Alert มาให้ผู้เล่นได้เล่นกันด้วย ใครสนใจระลึกความหลังก็อย่าลืมไปดาวน์โหลดกันครับ

Youryu

นักผจญเกมที่ไม่จำกัดประเภทและแพล็ตฟอร์ม
Back to top button