พาไปรู้จัก Class ต่าง ๆ ในเกม Tree of Savior M Extreme
รู้จัก Class ต่าง ๆ ก่อนตัดสินใจเล่น เพื่อความสนุกและแบ่งหน้าที่กันกับเพื่อนได้

สวัสดีครับเพื่อน ๆ ชาวเกมเมอร์ทุกท่าน ถ้าคุณกำลังเตรียมตัวกระโดดเข้าสู่โลกแฟนตาซีสุดคลาสสิกของ Tree of Savior M Extreme สิ่งแรกที่ควรรู้ก่อนสร้างตัวละครก็คือ “Class” เพราะระบบอาชีพของเกมนี้มีความหลากหลายสูง และส่งผลต่อสไตล์การเล่นแบบชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นสายลุยแนวหน้า สายเวทโจมตีระยะไกล สายซัพพอร์ต หรือสายลอบเร้นทำดาเมจหนัก การเลือก Class ที่เหมาะกับตัวเองตั้งแต่ต้น จะช่วยให้เล่นได้สนุกขึ้น และยังวางแผนแบ่งหน้าที่กับเพื่อนได้ลงตัวมากขึ้นอีกด้วย
1. Class สาย Swordsman

Class สาย Swordsman คือแนวหน้าของปาร์ตี้อย่างแท้จริง โดดเด่นเรื่องพลังโจมตีระยะประชิด ความอึด และความสามารถในการยืนปะทะศัตรูได้นานกว่าสายอื่น ภาพรวมการเล่นจะเน้นเข้าประชิดตัว คุมจังหวะไฟต์ เปิดทางให้เพื่อนทำดาเมจ หรือดึงความสนใจมอนสเตอร์มาไว้กับตัวเอง ผู้เล่นสายนี้จึงเหมาะกับคนที่ชอบลุย ชอบบวก และอยากเป็นกำแพงให้ทีมในดันเจี้ยนหรือคอนเทนต์แบบปาร์ตี้
Subclass : Swordsman
เป็นสายพื้นฐานที่บาลานซ์ที่สุด มีทั้งสกิลโจมตีและสกิลเสริมความทนทาน เหมาะสำหรับผู้เล่นใหม่ที่อยากเข้าใจจังหวะการยืนไฟต์ก่อนจะต่อยอดไปสายเฉพาะทาง จุดเด่นคือความยืดหยุ่น เล่นได้ทั้งแนวรุกและแนวรับ แม้จะไม่สุดทางเท่า Subclass อื่น แต่ก็ปรับตัวได้ง่ายในทุกสถานการณ์
Subclass : Highlander
เน้นเกมรุกหนักหน่วง โดดเด่นเรื่องดาเมจจากอาวุธสองมือ และสกิลที่สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง เหมาะกับคนที่อยากเป็นตัวทำดาเมจหลักในระยะประชิด แตกต่างจากสายอื่นตรงที่แลกความอึดบางส่วนกับพลังโจมตีที่รุนแรงกว่า ทำให้สไตล์การเล่นจะดุดันและต้องคุมตำแหน่งให้ดี
Subclass : Peltasta
สายแทงค์เต็มรูปแบบ จุดแข็งคือการยั่วยุศัตรูและป้องกันความเสียหายได้ดี เหมาะกับการเล่นปาร์ตี้และคอนเทนต์ที่ต้องมีตัวรับดาเมจชัดเจน ต่างจาก Highlander ที่เน้นบุก Peltasta จะเน้นยืนค้ำ คุมศัตรู และสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เพื่อน ทำให้บทบาทในทีมชัดเจนมาก
Subclass : Murmillo
เป็นสายที่ต่อยอดความเป็นแทงค์ แต่เพิ่มศักยภาพด้านการโจมตีมากขึ้น มีเอกลักษณ์ที่อุปกรณ์ป้องกันศีรษะและสกิลเสริมพลังโจมตีเฉพาะทาง จุดเด่นคือสมดุลระหว่างความอึดและดาเมจ แตกต่างจาก Peltasta ที่เน้นรับล้วน ๆ เพราะ Murmillo สามารถยืนชนแล้วสวนกลับได้รุนแรงกว่า เหมาะกับผู้เล่นที่อยากเป็นแนวหน้าแบบมีพลังโจมตีในตัวเอง
2. Class สาย Wizard

Class สาย Wizard คือสายเวทมนตร์ที่โดดเด่นเรื่องพลังโจมตีระยะไกลและดาเมจหมู่ที่รุนแรง เหมาะกับผู้เล่นที่ชอบยืนทำดาเมจจากแนวหลัง คุมพื้นที่ด้วยสกิลวงกว้าง และจัดการศัตรูจำนวนมากในเวลาอันสั้น ภาพรวมการเล่นจะเน้นการอ่านจังหวะ วางตำแหน่งให้ปลอดภัย และบริหารสกิลให้ต่อเนื่อง เพราะแม้ดาเมจจะสูง แต่ความอึดค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับสายประชิด
Subclass : Wizard
สายพื้นฐานที่มีความสมดุล ทั้งสกิลโจมตีเดี่ยวและหมู่ เหมาะกับผู้เล่นใหม่ที่อยากเข้าใจระบบเวทมนตร์ก่อนเลือกทางเฉพาะ จุดเด่นคือความยืดหยุ่น สามารถเล่นได้หลายสถานการณ์ แม้ดาเมจจะไม่สุดทางเท่าสายเฉพาะ แต่มีความเสถียรและใช้งานง่าย
Subclass : Elementalist
เน้นพลังธาตุแบบครบเครื่อง มีสกิลโจมตีเป็นวงกว้างและดาเมจต่อเนื่อง เหมาะกับคอนเทนต์ที่ต้องเคลียร์มอนสเตอร์จำนวนมาก แตกต่างจาก Pyromancer และ Cryomancer ตรงที่ไม่ได้โฟกัสธาตุใดธาตุหนึ่ง แต่ใช้ความหลากหลายของธาตุเพื่อสร้างดาเมจแบบครอบคลุม
Subclass : Pyromancer
โดดเด่นเรื่องไฟและดาเมจต่อเนื่องจากการเผาไหม้ จุดแข็งคือการสร้างความเสียหายรัว ๆ และกดดันศัตรูในพื้นที่จำกัด เหมาะกับผู้เล่นที่ชอบเกมบุกและจังหวะเร็ว แตกต่างจาก Cryomancer ที่เน้นคุมฝูงชน เพราะ Pyromancer จะเน้นเผาศัตรูให้ละลายอย่างรวดเร็ว
Subclass : Cryomancer
สายควบคุมสนามรบด้วยพลังน้ำแข็ง มีสกิลแช่แข็งและสโลว์ ช่วยหยุดการเคลื่อนไหวของศัตรู ทำให้ทีมเล่นง่ายขึ้น จุดเด่นคือการคุมจังหวะไฟต์ แตกต่างจาก Pyromancer ที่เน้นดาเมจตรง ๆ เพราะ Cryomancer จะเน้นความปลอดภัยและการสนับสนุนทีมผ่านการควบคุมสถานะศัตรู
3. Class สาย Archer

Class สาย Archer คือสายโจมตีระยะไกลที่เน้นความคล่องตัวและความแม่นยำสูง จุดเด่นคือการสร้างดาเมจต่อเนื่องจากระยะปลอดภัย สามารถเคลื่อนไหวไปพร้อมกับโจมตีได้ดี เหมาะกับผู้เล่นที่ชอบยืนตำแหน่งหลังแทงค์ คอยยิงสนับสนุนหรือเป็นตัวทำดาเมจหลัก ภาพรวมการเล่นจะเน้นการรักษาระยะ การเลือกเป้าหมาย และบริหารสกิลให้ต่อเนื่อง เพราะแม้จะยิงแรง แต่หากถูกประชิดตัวก็มีความเสี่ยงสูง
Subclass : Archer
สายพื้นฐานที่มีความสมดุลระหว่างดาเมจเดี่ยวและหมู่ เล่นง่าย เข้าใจระบบการยิงและการคุมระยะได้ดี เหมาะสำหรับผู้เล่นใหม่ที่อยากทำความคุ้นเคยกับบทบาทสายยิงไกล จุดเด่นคือความยืดหยุ่น สามารถปรับตัวได้หลากหลายสถานการณ์
Subclass : Ranger
เน้นดาเมจรัวและสกิลโจมตีต่อเนื่อง เหมาะกับการทำดาเมจใส่ศัตรูเดี่ยวหรือบอส จุดแข็งคือความเร็วในการโจมตีและการกดสกิลที่ลื่นไหล แตกต่างจาก Fletcher ที่มีลูกเล่นเฉพาะทาง เพราะ Ranger จะเด่นเรื่องความสม่ำเสมอและแรงกดดันต่อเป้าหมายเดียว
Subclass : Fletcher
สายที่เน้นการใช้ลูกศรพิเศษ สร้างเอฟเฟกต์และดาเมจเฉพาะทาง มีจุดเด่นที่ความหลากหลายของรูปแบบการยิง ทำให้สามารถปรับแผนตามสถานการณ์ได้ดี แตกต่างจาก Ranger ที่เน้นความเร็ว เพราะ Fletcher จะมีลูกเล่นและกลยุทธ์มากกว่า
Subclass : Mergen
โดดเด่นเรื่องสกิลโจมตีวงกว้างและดาเมจหมู่ เหมาะกับการเคลียร์มอนสเตอร์จำนวนมากในเวลาอันรวดเร็ว จุดแข็งคือพลังทำลายล้างในพื้นที่ แตกต่างจาก Ranger และ Fletcher ที่โฟกัสดาเมจเป้าหมายเดียว เพราะ Mergen จะฉายแสงในคอนเทนต์ที่ต้องจัดการศัตรูเป็นกลุ่มใหญ่
4. Class สาย Cleric

Class สาย Cleric คือหัวใจสำคัญของทีมในด้านการสนับสนุนและความอยู่รอด จุดเด่นคือสกิลฟื้นฟูพลังชีวิต เสริมบัฟ และป้องกันสถานะผิดปกติ ทำให้ทีมยืนไฟต์ได้นานขึ้น ภาพรวมการเล่นจะเน้นการอ่านจังหวะ ช่วยเหลือเพื่อนในเวลาที่เหมาะสม และรักษาสมดุลระหว่างการฮีลกับการทำดาเมจ แม้จะถูกมองว่าเป็นสายซัพพอร์ต แต่บาง Subclass ก็มีพลังโจมตีที่น่ากลัวไม่น้อย
Subclass : Cleric
สายพื้นฐานที่เน้นการฮีลและบัฟเป็นหลัก เหมาะกับผู้เล่นที่อยากรับบทซัพพอร์ตเต็มตัว จุดเด่นคือความเสถียรในการฟื้นฟูทีม แม้ดาเมจจะไม่สูงมาก แต่ความสำคัญในปาร์ตี้ถือว่าสูง เพราะเป็นรากฐานของการยืนระยะในคอนเทนต์ยาก ๆ
Subclass : Paladin
สายกึ่งซัพพอร์ตผสมแนวหน้า มีทั้งสกิลป้องกันและโจมตีระยะประชิด จุดแข็งคือความอึดและบัฟป้องกันทีม แตกต่างจาก Cleric ที่เน้นฮีลโดยตรง เพราะ Paladin สามารถยืนแนวหน้าได้บางสถานการณ์ เป็นสะพานเชื่อมระหว่างสายแทงค์และซัพพอร์ต
Subclass : Inquisitor
สายโจมตีที่ใช้พลังศรัทธาเป็นอาวุธ โดดเด่นเรื่องดาเมจรุนแรงและสกิลเชิงรุก แตกต่างจาก Paladin ที่เน้นป้องกัน เพราะ Inquisitor จะเน้นทำลายศัตรูอย่างตรงไปตรงมา เหมาะกับผู้เล่นที่อยากเล่น Cleric แบบสายบุก
Subclass : Plague Doctor
สายสนับสนุนเชิงเทคนิค เน้นการป้องกันและลบล้างสถานะผิดปกติ รวมถึงสร้างดาเมจต่อเนื่องจากเอฟเฟกต์พิเศษ จุดแข็งคือการทำให้ทีมปลอดภัยจากดีบัฟและการควบคุมฝูงชน แตกต่างจาก Cleric พื้นฐานตรงที่มีบทบาทเชิงกลยุทธ์สูง เหมาะกับคอนเทนต์ที่ต้องรับมือสถานะหลากหลาย
5. Class สาย Scout

Class สาย Scout คือสายที่เน้นความคล่องตัว ความรวดเร็ว และการเล่นเชิงกลยุทธ์ จุดเด่นคือความสามารถในการเข้าจู่โจมอย่างฉับไว แล้วถอยออกมาอย่างปลอดภัย เหมาะกับผู้เล่นที่ชอบสไตล์พลิ้วไหว ใช้จังหวะและตำแหน่งให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภาพรวมการเล่นจะเน้นดาเมจระเบิดใส่เป้าหมายสำคัญ การลอบโจมตี และการสร้างแรงกดดันในสนามรบ แม้จะไม่อึดเท่าสายแนวหน้า แต่ความเร็วคืออาวุธสำคัญของสายนี้
Subclass : Scout
สายพื้นฐานที่เน้นความสมดุลระหว่างดาเมจและความคล่องตัว มีสกิลช่วยเคลื่อนที่และสร้างความได้เปรียบเชิงตำแหน่ง เหมาะสำหรับผู้เล่นที่อยากเรียนรู้สไตล์ลอบเร้นก่อนต่อยอด จุดเด่นคือความยืดหยุ่น เล่นได้หลายสถานการณ์ แม้ดาเมจจะไม่สุดทางเท่าสายเฉพาะ
Subclass : Rogue
โดดเด่นเรื่องการโจมตีจากด้านหลังและคริติคอลสูง เหมาะกับผู้เล่นที่ชอบคำนวณจังหวะและตำแหน่งเพื่อรีดดาเมจสูงสุด แตกต่างจาก Scout พื้นฐานตรงที่เน้นการทำดาเมจระเบิดเป็นช่วง ๆ มากกว่าเล่นแบบปลอดภัย
Subclass : Assassin
สายลอบสังหารเต็มรูปแบบ เน้นดาเมจหนักใส่เป้าหมายเดี่ยวในเวลาอันสั้น จุดแข็งคือการปิดบัญชีศัตรูสำคัญอย่างรวดเร็ว แตกต่างจาก Rogue ที่เน้นจังหวะด้านหลัง เพราะ Assassin จะเน้นพลังโจมตีที่เฉียบขาดและรวดเร็วที่สุด
Subclass : Shinobi
สายที่มีเอกลักษณ์ด้านเทคนิคและลูกเล่นพิเศษ เน้นสกิลคอมโบและกลยุทธ์ที่หลากหลาย จุดเด่นคือความพลิกแพลงและความสามารถในการสร้างแรงกดดันหลายรูปแบบ แตกต่างจาก Assassin ที่ตรงไปตรงมา เพราะ Shinobi จะเล่นเชิงชั้นเชิงและต้องอาศัยความชำนาญมากกว่า

ทั้งหมดนี้คือภาพรวมของ Class ทั้ง 5 สายใน Tree of Savior M Extreme ซึ่งแต่ละสายมีเอกลักษณ์ บทบาท และสไตล์การเล่นที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน การเลือก Class จึงไม่ใช่แค่เรื่องของความแรง แต่คือการเลือกบทบาทที่เข้ากับตัวเองและเข้ากับทีมมากที่สุด ลองถามตัวเองว่าคุณอยากเป็นแนวหน้า แนวหลัง ซัพพอร์ต หรือสายลอบเร้น แล้วเลือกเส้นทางที่ใช่ เพราะเมื่อเลือกได้ถูกใจ การผจญภัยครั้งนี้จะสนุกขึ้นอีกหลายเท่าตัวครับ







