สกู๊ปพิเศษเกมเกมมือถือเกมไกด์

10 สิ่งที่คุณไม่ควรมองข้ามใน Diablo Immortal

อัพเลเวลไว, มีเงินใช้, ไอเทมแน่นทั้งตัว ไม่ควรพลาด

หลาย ๆ ท่านคงจะได้ข่าวกันแล้วว่ามีการเปิดให้บริการ Diablo ภาคมือถืออย่างเป็นทางการในชื่อ Diablo Immortal มาในแนวเกม MMORPG ธีม Dark Fantasy เช่นเคย แม้ช่วงแรกเซิร์ฟเวอร์ Asia จะยังไม่เปิด แต่คนไทยอย่างเราก็สามารถเข้าไปร่วมเล่นเกมนี้ได้ในเซิร์ฟอเมริกา ยุโรปและอื่น ๆ ได้เหมือนกัน และถ้าเพื่อน ๆ คนไหนที่กำลังเล่นเกมนี้อยู่และเป็นมือใหม่ ไม่รู้ว่าควรทำยังไงถึงจะเก่ง เก็บเลเวลยังไง หาของยังไง คุณไม่ควรพลาด 10 สิ่งในเกม Diablo Immortal ที่เรากำลังจะพูดถึงต่อไปนี้ครับ

1. กล่องสมบัติที่ซ่อนอยู่ตามที่ต่าง ๆ


ในเกมนี้หากเราออกนอกเมือง หรือออกนอก Safe Zone ที่มีมอนสเตอร์กระจัดกระจายอยู่เต็มไปหมด หากเราไปครั้งแรกแผนที่จะยังไม่ถูกเปิดเผยและมักจะมีความลับต่าง ๆ ซุกซ่อนอยู่ในแผนที่ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือกล่องสมบัติลับที่จะไม่โชว์ให้เห็นในแผนที่ เราต้องเดินไปเจอมันด้วยตัวเองและกดเปิด ด้านในจะมีทั้งทองและไอเทมต่าง ๆ มากมาย ซึ่งก็แล้วแต่ดวงว่าคุณจะได้ของดีแค่ไหน อารมณ์เหมือนกับตอนเล่น Diablo ภาคหลักแล้วมีกล่องให้เปิดตามจุดต่าง ๆ แน่นอนว่าภาคนี้ก็เป็นเหมือนกันครับ

2. Globe ชนิดต่าง ๆ 


Globe จะเป็นชื่อไอเทมประเภทยาที่ดรอปลงบนพื้นหลังจากที่เรากำจัดมอนสเตอร์ได้ ซึ่งก็จะสุ่มดรอปว่าจะดรอปมากน้อยแค่ไหน และดรอปเป็นชนิดอะไร ซึ่งที่เราจะเห็นบ่อย ๆ จะมีน้ำยาสีแดงที่ช่วยเพิ่ม HP ให้กับเรา หรือน้ำยาสีฟ้าที่จะช่วยเพิ่ม EXP เมื่อเก็บได้ และอื่น ๆ อีกมากมายที่จะช่วยเพิ่มบัฟให้กับผู้เล่น เช่น วิ่งเร็วขึ้น ลดคูลดาวน์ เพิ่มพลังโจมตี เป็นต้น ซึ่งกรณีนี้จะคล้ายกับการกดรับบัฟจากแท่นศิลาใน Diablo ภาคหลักครับ เพียงแค่ภาคนี้เปลี่ยนการบัฟเป็นไอเทมดรอปบนพื้นเท่านั้นเอง มันจะช่วยให้เพื่อน ๆ ฟาร์มได้ไว ผ่านด่านได้ง่ายขึ้นเยอะเลยครับ

3. Waypoint ตามแผนที่


Waypoint หรือเรียกง่าย ๆ ว่าจุดวาร์ปยังคงเป็นสิ่งที่มีอยู่ไม่ว่าจะอยู่ใน Diablo ภาคไหน ข้อดีของมันคือช่วยให้เพื่อน ๆ ใช้ระบบ Teleport หรือ Fast Travel ไปยังจุด Waypoint อื่น ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ช่วยลดเวลาในการเดินทางและทำให้เราเติบโตได้ไวขึ้น แต่ข้อเสียของมันคือเราไม่สามารถไป Waypoint อื่นที่เรายังไม่เคยไปมาก่อนได้ ดังนั้นเวลาที่เราเดิน ๆ อยู่บนแผนที่แล้วเข้าใกล้ Waypoint ไหน ยอมสละเวลาสักนิดเดินไปเหยียบ Waypoint เพื่อเปิดใช้งานซะก่อน แล้วชีวิตหลังจากนี้ก็จะสบายขึ้นเป็นกองครับ

4. ไอเทมขยะที่ตกอยู่บนพื้น


ไอเทมหรืออุปกรณ์สวมใส่ในเกมนี้จะถูกแบ่งระดับตามความแรร์ที่เราคุ้นเคยกันใน Diablo ภาคอื่น ๆ ซึ่งถ้าเรามีอุปกรณ์สวมใส่ที่ดีกว่าเราก็มักจะมองข้ามไอเทมขยะเหล่านั้นไป แต่เดี๋ยวก่อน เราอยากจะบอกว่าไอเทมขยะเหล่านี้ถึงแม้ว่ามันจะไม่ดีเท่าของที่ใส่อยู่ก็ควรเก็บมาให้ได้เยอะ ๆ เพื่อที่จะเอาไปทำการ Salvage กับ NPC Blacksmith เพื่อรับไอเทม Scrap Materials และ Enchanted Dust เพื่อนำไปตีบวกไอเทมที่เราสวมใส่อยู่ให้แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นขยะพวกนี้ไม่ควรพลาดเลยล่ะครับ เก็บมาให้หมด!

5. มอนสเตอร์ทั่วไปและมอนสเตอร์แรร์


เชื่อว่าเพื่อน ๆ ที่เป็นสายเดินเควสต์เนื้อเรื่องอาจจะเน้น Speed Run แล้วพุ่งไปหาเป้าหมายข้างหน้าเพียงอย่างเดียว แต่อย่าเพิ่งใจร้อนไปครับ การหันมาตีมอนสเตอร์ระหว่างทางก็เป็นเรื่องที่ดีเหมือนกัน เพราะการตีมอนสเตอร์ทั่วไปมักจะได้ไอเทมดรอปและทองอยู่เรื่อย ๆ แถมยังได้ EXP พอสมควร ยิ่งถ้ามีมอนสเตอร์แรร์ที่ชื่อสีฟ้าโผล่มาบนแผนที่ยิ่งไม่ควรปล่อยทิ้งไปเด็ดขาด เพราะมันจะเร่งการเติบโตของเราได้ดีมาก โดยเฉพาะในเรื่องการดรอปไอเทมแรร์มาใส่ บางครั้งดวงดีอาจดรอปของดีกว่าบอสเนื้อเรื่องซะอีกครับ

6. ลงดันเจี้ยนประจำแผนที่


หากเพื่อน ๆ กดเปิดแผนที่แล้วซูมออกจนสุด World Map ก็จะเห็นว่าพื้นที่แต่ละแห่งจะมีชื่อและเลเวลของสถานที่นั้นกำกับไว้อยู่ เช่น Ashworld Cemetery เลเวลของมอนสเตอร์จะอยู่ที่ 8-22 หรือ Dark Wood อยู่ที่ 20-29 เป็นต้น แผนที่เหล่านี้จะมีดันเจี้ยนประจำแผนที่อยู่ สามารถลงได้ทั้งแบบเดี่ยวหรือปาร์ตี้ 4 คน เราสามารถลงดันเจี้ยนเหล่านี้เพื่อเก็บเลเวล หาเงิน โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่จะดรอปของดีมาให้เราใช้ตามช่วงเลเวลที่แผนที่กำหนด ถือว่าเป็นจุดฟาร์มชั้นดีที่เราสามารถฟาร์มของให้ตรงกับเลเวลเราได้ครับ

7. ลงดันเจี้ยน Elder Rift


Elder Rift เป็นดันเจี้ยนประเภทหนึ่งที่สามารถเข้าได้ในเมืองหลวง มีหน้าที่คล้ายกับดันเจี้ยนประจำแผนที่ในข้อที่แล้วในส่วนของการฟาร์มอุปกรณ์และเลเวล แต่สิ่งที่จะได้มากกว่าคือ Fading Ember ที่นำไปใช้แลก Runes เพื่อนำมาคราฟท์ Gem ระดับตำนาน นอกจากนี้หากเพื่อน ๆ มีไอเทม Crest ก็สามารถกด Add เข้าไปในดันเจี้ยนเพื่อได้รับของรางวัลที่มากขึ้น หนึ่งคนสามารถใส่ได้สูงสุด 3 ชิ้น และถ้าลงแบบเต็มปาร์ตี้ก็จะใส่ได้สูงสุด 12 ชิ้นเลยทีเดียว เรียกได้ว่าพากันฟาร์มจนอ้วนกันไปข้างครับ

8. ทำเควสต์ Codex


เควสต์ Codex จะเป็นเควสต์จิปาถะเกี่ยวกับ Guide หรือ Achivements สามารถเข้าได้จากการกดเมนูที่บนขวาและเลือก Codex ตรงส่วนนี้จะเป็นอะไรที่ทำได้แค่ครั้งเดียว เทียบได้กับเควสต์เติบโตของเกมมือถือเกมอื่น แต่มันก็ช่วยให้เราได้ไอเทมจำเป็นมากมาย ทั้งไอเทมตีบวก ทอง Crest และอื่น ๆ รวมไปถึง EXP แบบเพียว ๆ ที่พอกดรับก็เลเวลอัพกันได้ทันทีทันใด ซึ่งเอาจริง ๆ เควสต์ Codex จะเพิ่มขึ้นเองเรื่อย ๆ อยู่แล้วหากเราเล่นไปเรื่อย ๆ แต่ถ้าเราโฟกัสการทำเควสต์ Codex ก็จะทำให้โตเร็วขึ้นนั่นเองครับ

9. ทำเควสต์ Bounty Hunter


เควสต์ Bounty Hunter หรือเราเรียกว่าเควสต์ป้าย สามารถรับได้ที่เมืองหลวง รับได้วันละ 8 เควสต์และจะรีเซ็ตทุก ๆ วัน ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของการล่ามอนสเตอร์ตามจำนวนที่เควสต์กำหนด เพื่อแลกกับ EXP ทองและไอเทมอุปกรณ์สวมใส่ ถ้าโชคดีก็จะได้ของดี ๆ กลับไปใช้ แต่ถ้าดวงซวยก็ถือซะว่าเก็บขยะไว้ Salvage ก็ได้ อย่างไรก็ตามเควสต์ Bounty Hunter ก็ยังถือเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการเร่งฟาร์ม EXP ให้ไวขึ้น การทำวันละ 8 เควสต์ย่อมทำให้เรามีเลเวลพุ่งสูงกว่าคนที่ไม่ทำแน่นอนครับ 

10. การ Download Content


เนื่องจากเกมนี้เป็นเกมฟอร์มยักษ์ที่มีข้อมูลค่อนข้างมากจึงทำให้ผู้เล่นต้องดาวน์โหลดข้อมูลเยอะพอสมควร แต่เพื่อให้ผู้เล่นสามารถเข้าเล่นเกมได้โดยไม่ต้องรอนาน ทางเกมเลยมีการแบ่งคอนเทนต์เกมเป็นส่วน ๆ แล้วให้ผู้เล่นเลือกดาวน์โหลดได้เฉพาะคอนเทนต์ที่ผู้เล่นเข้าถึงและเล่นเกมไปก่อนได้ แต่ส่วนตัวแนะนำว่าเมื่อเข้าเล่นเกมได้แล้วควรกด Download ทิ้งไว้ เพราะมันไม่ส่งผลอะไรกับการเล่นของเราอยู่แล้ว เพียงกดไว้แล้วรอเวลา เมื่อคอนเทนต์ทั้งหมดถูกโหลดเสร็จเราก็รับรางวัลดาวน์โหลดไปแบบง่าย ๆ ครับ

และนี่ก็คือ “10 สิ่งที่คุณไม่ควรมองข้ามใน Diablo Immortal” หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อน ๆ ที่กำลังเล่นเกมนี้อยู่นะครับ และเผื่อว่าเพื่อน ๆ จะยังไม่รู้ เกมนี้เป็นเกมมือถือที่สามารถเล่นใน PC ได้ด้วยผ่าน BattleNet ของ Blizzard ซึ่งเซิร์ฟเอเชียจะเปิดให้บริการแล้ววันนี้เช่นกัน เรามารอลุ้นกันว่าจะมีภาษาไทยให้เราได้เล่นสะดวกหรือไม่ รอติดตามกันได้นะครับ

ดาวน์โหลดเกม

[คู่มือการเล่นเกมเบื้องต้น]

MakinoJou

คนธรรมดาผู้ชื่นชอบ Japanese Culture, Games, Anime และ Vtuber
Back to top button