เทคโนโลยี

Twitch ปล่อยให้ Amazon นำคลิปสตรีมไปเทรน AI อัตโนมัติถ้าไม่กดปฏิเสธเอง

ไม่มีใครยอมเอาข้อมูลไปให้เทรนระบบ

กลายเป็นประเด็นที่ทำเอาชาวสตรีมเมอร์และผู้ชมบนแพลตฟอร์ม Twitch ไม่พอใจอย่างรุนแรง เมื่อแพลตฟอร์มสตรีมมิงวิดีโอเกมชื่อดังระดับโลกได้ออกมาประกาศเงื่อนไขใหม่ที่จะนำเอาเนื้อหาคอนเทนต์ทั้งหมดของเหล่านักสร้างสรรค์ไปใช้เป็นข้อมูลในการฝึกฝนโมเดลระบบปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ให้แก่บริษัทแม่อย่าง Amazon ซึ่งความเคลื่อนไหวในครั้งนี้ได้จุดชนวนให้เกิดกระแสต่อต้านและวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วงจากกลุ่มผู้ใช้งานทันที เนื่องจากตัวระบบได้รับการตั้งค่าเริ่มต้นให้เข้าร่วมการเทรน AI โดยอัตโนมัติ ยกเว้นแต่ว่าตัวเจ้าของช่องจะต้องไปไล่กดปิดเมนูดังกล่าวด้วยตัวเอง

สำหรับฝั่งค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon นั้น ข้อมูลฟุตเทจบันทึกการไล์ฟสดของเหล่าสตรีมเมอร์ถือเป็นขุมทรัพย์อันมีมูลค่ามหาศาล เพราะมีทั้งความยาวหลายพันชั่วโมง มีทั้งระบบเสียงและภาพเคลื่อนไหวที่สมบูรณ์แบบในการนำไปพัฒนาโมเดล AI ให้มีความฉลาดรอบรู้มากขึ้น แต่ในมุมของคนทำคอนเทนต์บน Twitch ต่างพากันหวาดวิตกเป็นอย่างมาก เพราะกระบวนการที่บังคับให้ผู้ใช้ต้องไปกดปฏิเสธเอาเองแบบนี้ อาจจะทำให้สตรีมเมอร์หลายคนต้องสูญเสียสิทธิ์ในเนื้อหาของตัวเองไปโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนและน่ากังวลใจอย่างมากบนแพลตฟอร์มสตรีมมิงที่ผู้คนต่างพากันมานั่งอัดเสียงและถ่ายทอดสดใบหน้าของตัวเองสัปดาห์ละหลายสิบชั่วโมง

กระแสความตึงเครียดได้พุ่งทะยานสู่จุดสูงสุดในระหว่างการจัดไลฟ์สดบนช่องทางการของ Twitch เมื่อ Mary Kish หัวหน้าฝ่ายชุมชน และ Mike Minton ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ ได้ออกมาร่วมพูดคุยกับผู้ชมเกือบ 3000 คนที่กำลังโกรธแค้น โดยในช่องแชตเต็มไปด้วยข้อความต่อต้านเทคโนโลยี AI อย่างดุเดือด ซึ่งในจังหวะนั้น Mike Minton ได้หลุดปากตอบคำถามของชาวเน็ตที่รัวถามเข้ามาว่าทำไมไม่ทำระบบให้คนกดเลือกยินยอมเข้าร่วมเอง โดยเขาตอบแบบซื่อตรงว่า ถ้าหากเปลี่ยนเป็นระบบที่ต้องให้คนมากดเลือกยินยอม ก็คงจะไม่มีใครยอมกดเข้าร่วมอย่างแน่นอน และนั่นคือคำตอบที่แท้จริง

amazon-use-twitch-stream-for-ai-train

จากคำตอบดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า Twitch รู้ดีอยู่แก่ใจว่าชุมชนคนเล่นเกมและสตรีมเมอร์ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการนำ Generative AI มาใช้งาน เนื่องจากระบบ AI ยอดนิยมในปัจจุบันมักจะถูกฝึกฝนขึ้นมาจากการกวาดเก็บข้อมูลหนังสือ รูปภาพ และวิดีโอจากอินเทอร์เน็ตไปใช้งานโดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของผลงาน แม้กระทั่งวิธีการแถลงข่าวของทางค่ายก็แอบแฝงจิตวิทยาด้วยการพยายามบิดเบือนเนื้อหา โดยเลือกที่จะบอกชุมชนผู้ใช้งานว่าทางบริษัทได้ทำการเพิ่มปุ่มตั้งค่าใหม่เพื่อให้ทุกคนสามารถกดปฏิเสธไม่ให้ Amazon นำเนื้อหาในช่องไปเทรน AI ได้ แทนที่จะบอกตรงๆ ว่าแอบเปิดระบบเอาไว้ตั้งแต่แรก

ความสับสนยังคงทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อสตรีมเมอร์บางส่วนเริ่มไม่มั่นใจว่าวิดีโอเก่าๆ ของพวกเขาถูกส่งไปให้ระบบ AI กลืนกินไปเรียบร้อยแล้วหรือไม่ ซึ่งเมื่อมีผู้ใช้งานเอ่ยปากถามถึงประเด็นนี้ ทางด้าน Mike Minton กลับให้คำตอบที่น่าตกใจว่าตัวเขาเองก็ไม่ทราบคำตอบที่แน่ชัดเหมือนกัน เพราะเขาไม่รู้ว่าทางฝั่ง Amazon ได้ทำอะไรไปแล้วบ้างในกระบวนการฝึกฝนโมเดล และได้หยิบยกเนื้อหาเอาส่วนไหนไปใช้งานบ้างแล้ว ขณะที่ทาง Mary Kish พยายามช่วยไกล่เกลี่ยด้วยการยกตัวอย่างว่าพฤติกรรมแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ที่นี่ที่เดียว แม้แต่ค่าย Meta ก็มีการนำข้อมูลสาธารณะจาก Facebook และ Instagram ไปใช้เทรน AI ของตัวเองอยู่เป็นประจำเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ทาง Twitch ระบุว่าการยอมใส่ปุ่มกดปฏิเสธเข้ามาให้ใช้งานในรอบนี้ ถือเป็นการยอมรับฟังเสียงสะท้อนจากชุมชนผู้ใช้งานที่ไม่อยากให้ระบบ AI นำคอนเทนต์ไปใช้ประโยชน์แล้ว สำหรับสตรีมเมอร์คนไหนที่ต้องการปกป้องสิทธิ์และข้อมูลส่วนตัวของตัวเอง ก็สามารถเข้าไปทำรายการปิดระบบนี้ได้ด้วยการเข้าไปที่เมนูการตั้งค่าช่องสัญญาณของตัวเอง จากนั้นให้เลือกไปที่แถบความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว แล้วเลื่อนลงมาด้านล่างสุดจะพบกับหัวข้อการฝึกฝนสำหรับปัญญาประดิษฐ์สร้างสรรค์ แล้วทำการกดปิดสวิตช์การทำงานให้เรียบร้อยเพื่อความปลอดภัยหนีห่างจากระบบเก็บข้อมูลของ Amazon

ที่มา
Techcrunch

Artherlus

แค่คนทั่วไปที่หลงใหลในวงการไอที
Back to top button