เทคโนโลยี

แฮกเกอร์เร่งเครื่องเจาะเว็บไซต์ WordPress หลังพบช่องโหว่ความปลอดภัย

เว็บไซต์นับล้านแห่งทั่วโลกตกอยู่ในความเสี่ยง

วงการเว็บไซต์กำลังปั่นป่วนอย่างหนักเมื่อบรรดาแฮกเกอร์เริ่มลงมือเจาะระบบเว็บไซต์ที่ใช้งานซอฟต์แวร์ WordPress เวอร์ชันที่มีช่องโหว่ โดยรายงานจากบริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์หลายแห่งระบุว่าช่องโหว่ระดับวิกฤตนี้กำลังถูกฉวยโอกาสโจมตีอย่างแพร่หลาย จนทำให้เว็บไซต์จำนวนมากตกเป็นเป้าหมายและอาจมีความเสี่ยงสูงถึงหลักสิบล้านแห่งทั่วโลกหากไม่รีบอัปเดตระบบในตอนนี้

ย้อนกลับไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ทาง WordPress ได้เร่งปล่อยแพตช์ความปลอดภัยเพื่ออุดช่องโหว่สำคัญสองจุด พร้อมทั้งกระตุ้นให้ผู้ดูแลเว็บไซต์อัปเดตซอฟต์แวร์ทันทีเนื่องจากความรุนแรงของปัญหาทำให้ต้องมีการเปิดใช้งานระบบอัปเดตอัตโนมัติแบบบังคับ แต่ทว่ากลุ่มบริษัทความปลอดภัยอย่าง Patchstack, Hexastrike และ WatchTowr กลับตรวจพบว่าแฮกเกอร์กำลังใช้ประโยชน์จากช่องโหว่นี้บุกเข้ายึดเว็บไซต์ที่ยังใช้ซอฟต์แวร์เวอร์ชันเก่าอยู่

สำหรับเวอร์ชันที่มีความเสี่ยงประกอบด้วย WordPress เวอร์ชัน 6.9.0 ถึง 6.9.4 และเวอร์ชัน 7.0.0 ถึง 7.0.1 ซึ่งจากสถิติทางการมีเว็บไซต์ทั่วโลกใช้งานเวอร์ชันเหล่านี้มากกว่า 400 ล้านแห่ง แม้ว่าตัวเลขนี้อาจยังไม่หักลบเว็บไซต์ที่ได้รับการอัปเดตไปแล้วก็ตาม แต่จากการประเมินของที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยอย่าง Daniel Card พบว่าสัดส่วนของเว็บไซต์ที่ยังคงเปราะบางมีอยู่ราว 15 เปอร์เซ็นต์ หรือคิดเป็นตัวเลขกลมๆ ได้สูงถึง 90 ล้านเว็บไซต์เลยทีเดียว

wordpress-targeted-by-hackers

โชคดีที่มาตรการป้องกันเชิงรุกจากหลายฝ่ายช่วยลดความเสียหายลงได้ระดับหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการผลักดันอัปเดตอัตโนมัติจากทาง WordPress การบล็อกการโจมตีของ Cloudflare รวมถึงการใช้งานไฟร์วอลล์เว็บของแต่ละเว็บไซต์ที่ช่วยสกัดกั้นภัยคุกคามเอาไว้ได้ทันท่วงที ทำให้จำนวนเว็บไซต์ที่ถูกเจาะระบบจริงๆ ยังอยู่ในวงจำกัดเมื่อเทียบกับสัดส่วนความเสี่ยงทั้งหมดที่มีอยู่บนโลกออนไลน์

ทางด้าน Automattic บริษัทผู้ดูแลแพลตฟอร์ม WordPress.com ออกมาให้ความมั่นใจว่าเว็บไซต์ทุกแห่งที่อยู่ภายใต้การโฮสต์ของบริษัท รวมถึงพาร์ทเนอร์อย่าง Pressable, WPVIP และ WP.cloud ได้รับการปกป้องเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ก่อนที่จะมีการปล่อยแพตช์ออกสู่สาธารณะ และทีมงานได้กระจายอัปเดตลงสู่ระบบนับล้านเว็บไซต์ทันทีที่มีการเผยแพร่โค้ดแก้ไข เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ไม่หวังดีฉวยโอกาสจากช่องโหว่นี้

จุดเริ่มต้นของความวุ่นวายนี้มาจากช่องโหว่สำคัญที่ถูกค้นพบโดย Adam Kues นักวิจัยจากบริษัท Searchlight Cyber ซึ่งตั้งชื่อชุดช่องโหว่นี้ว่า WP2Shell โดยการทำงานร่วมกันของช่องโหว่ทั้งสองจุดเปิดทางให้แฮกเกอร์สามารถเข้ามาควบคุมเว็บไซต์ที่ตกเป็นเป้าหมายได้แบบระยะไกลอย่างไร้ข้อจำกัด ดังนั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ทุกแห่งจึงควรตรวจสอบเวอร์ชันของตนเองและอัปเดตแพตช์ความปลอดภัยให้เป็นปัจจุบันโดยเร็วที่สุด

ที่มา
Techcrunch

Artherlus

แค่คนทั่วไปที่หลงใหลในวงการไอที
Back to top button