สะเทือนวงการสมาร์ทโฟน OxygenOS และ Realme UI ส่อแววโบกมือลา
เตรียมยุบซอฟต์แวร์สู่ ColorOS เต็มตัว

ข่าวที่ทำให้แฟนสมาร์ทโฟนต้องตะลึงกันอีกรอบ คือรายงานล่าสุดจาก Smartprix ที่ระบุว่า OxygenOS ของ OnePlus และ Realme UI ของ Realme กำลังจะถูกยกเลิกในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า นี่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่คอไอทีหลายคนเริ่มคาดการณ์ไว้ได้ตั้งแต่นโยบายการปรับโครงสร้างของ Oppo เริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ จนแทบไม่เหลือความเป็นตัวของตัวเองของแบรนด์อิสระอย่างที่เคยเป็น
สำหรับใครที่ติดตามแบรนด์ OnePlus มาตั้งแต่ยุคแรกๆ อาจจะพอทราบดีว่า OxygenOS เคยเป็นจุดขายสำคัญที่มอบประสบการณ์การใช้งานที่สะอาดตาและลื่นไหล แต่หลังจากที่ถูกจับรวมเข้ากับ Oppo มานานหลายปี ความเป็นเอกลักษณ์ที่เคยมีก็ค่อยๆ เลือนหายไปจนกลายเป็นเพียงการปรับแต่งหน้าตาบน ColorOS เท่านั้น ดังนั้นการตัดสินใจรวมซอฟต์แวร์ให้เป็นแพลตฟอร์มเดียวจึงดูเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในเชิงธุรกิจ
ในส่วนของ Realme เองก็ไม่ได้ต่างกันนัก หลังจากที่มีการควบรวมกับ OnePlus ไปเมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา สถานการณ์ก็ดูจะนิ่งสนิทและชี้ไปในทิศทางเดียวกัน การที่ Oppo จะเลือกใช้ ColorOS เป็นซอฟต์แวร์มาตรฐานในสมาร์ทโฟนทุกเครื่องภายใต้เครือ จะช่วยลดความซับซ้อนในการจัดการและรวมทรัพยากรไปไว้ที่ศูนย์กลางเพียงแห่งเดียว

สัญญาณเตือนเรื่องนี้ไม่ได้มาแบบลอยๆ เพราะในหลายภูมิภาคเริ่มเห็นร่องรอยของความเปลี่ยนแปลงชัดเจน ทั้งการปิดสำนักงานระดับโลกและการนำสินค้าของ Oppo มาวางขายบนหน้าร้านออนไลน์ของ OnePlus เอง นอกจากนี้เว็บไซต์ร้านค้าอย่างเป็นทางการของ OnePlus ในสหราชอาณาจักรยังขึ้นสถานะสินค้าว่าไม่มีของอยู่หลายรายการ ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านครั้งสุดท้ายของอดีตแบรนด์นักฆ่าเรือธง
สิ่งที่แฟนๆ หลายคนยังคงกังวลในตอนนี้คือรายละเอียดของการย้ายฐานซอฟต์แวร์ ว่าจะดำเนินการอย่างไรให้กระทบต่อการใช้งานน้อยที่สุด และแบรนด์จะสื่อสารกับผู้ใช้งานที่ยังคงชื่นชอบประสบการณ์แบบดั้งเดิมของ OxygenOS หรือ Realme UI อย่างไรบ้าง เพราะการย้ายจากหน้าตาที่คุ้นเคยไปสู่ระบบที่แตกต่างออกไปย่อมสร้างความรู้สึกแปลกแยกให้กับกลุ่มแฟนคลับที่เหนียวแน่น
สรุปแล้วนี่คือบทเรียนครั้งใหญ่ของตลาดสมาร์ทโฟนที่เน้นการแข่งขันสูง จนบางครั้งความเป็นตัวตนของแบรนด์ต้องยอมถอยให้กับประสิทธิภาพในการบริหารจัดการภายใต้ร่มเงาของบริษัทแม่ ถึงแม้ข้อมูลนี้จะยังไม่มีการแถลงอย่างเป็นทางการจากค่ายต้นสังกัด แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นก็ดูเหมือนกำลังบอกลาอดีตที่เคยรุ่งเรือง เพื่อก้าวเข้าสู่ยุคที่ทุกอย่างรวมศูนย์อยู่ในระบบเดียวตามแผนการของ Oppo อย่างเต็มรูปแบบ







