
เส้นแบ่งระหว่างความบันเทิงสองแขนงอย่างภาพยนตร์และวิดีโอเกมนั้นมีความใกล้ชิดมากกว่าที่เคยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะเมื่อผู้จัดจำหน่ายและผลิตสื่อได้ลงมาเล่นในอุตสาหกรรมเกมกันอย่างจริงจัง ซึ่งกับ Microsoft บริษัทไอทีที่กรุยทางในตลาดเกมมากว่า 20 ปี ก็ถือแต้มต่อด้วยการเข้าซื้อบริษัทเกมที่ยิ่งใหญ่อย่างเครือ Activision-Blizzard ไว้ในมือถ ทำให้พวกเขายังเป็นเจ้าของเกมที่เคยนำไปทำเป็นภาพยนตร์หลายเรื่อง
มีรายงานน่าสนใจจาก Entertainment Weekly ที่ได้พูดคุยกับคุณ Asha Sharma และคุณ Matt Booty ผู้บริหารระดับสูงของ Microsoft Xbox ถึงความสำเร็จในระยะเวลาที่ผ่านมาด้วย โดยพวกเขามองว่าวิดีโอเกมก็คือวัฒนธรรม และวัฒนธรรมมันก็คือความบันเทิง พร้อมยกตัวอย่างว่าแม้จะเป็นเกม แต่เมื่อนำไปจัดทำเป็นซีรีส์หรือภาพยนตร์อย่าง Fallout และ Minecraft พวกเขาก็ประสบความสำเร็จได้ โดยในเคสหลังเองก็เป็นผลงานทำเงินติดระดับท็อป 5 ของปีด้วย
ถัดมาในส่วนของ Call of Duty นั้นแม้จะไม่ได้มีหนัง แต่ถ้าพูดถึงตัวเลขรายได้ พวกเขารู้สึกว่าแบรนด์นี้ยิ่งใหญ่กว่า Marvel Cinematic Universe เป็นที่เรียบร้อย ฟังดูอาจผิดฝาผิดตัว ทว่ากับเม็ดเงินที่สร้างมันก็ต้องยอมรับจริงๆ โดยเฉพาะกับโมเดลธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ Live Service เข้าถึงได้ง่ายทุกคอนเทนต์ จ่ายเงินเพิ่มเติมเพียงของตกแต่ง ไม่เกี่ยวพันอะไรกับบาลานซ์ของเกม ไม่น่าแปลกใจนักที่คนจะเลือกให้การสนับสนุนในเนื้อหาตามฤดูกาล ยังไม่รวมกับเกมใหม่ที่เข็นมาทุกๆ ปี

เกี่ยวกับเกม Call of Duty Modern Warfare 4
เกมแอ็กชันรูปแบบยิงปืนมุมกล้อง First-person ยอดนิยมที่กลับมาอีกครั้งในธีมสงครามคาบสมุทรเกาหลี บอกเล่าเรื่องราวของ Park เจ้าหน้าที่ที่กำลังอยู่ในศึกครั้งใหญ่เมื่อเกาหลีเหนือตัดสินใจที่จะเริ่มต้นการโจมตี จนกลายเป็นการต่อสู้ครั้งใหญ่ที่จะสั่นสะเทือนไปทั้งโลก โดยเนื้อเรื่องแคมเปญรอบนี้จะมาพร้อมกับความกดดันขั้นสุด ถ่ายทอดความน่ากลัวของสงครามผ่านกราฟิกที่สมจริง
ตัวเกมเปิดให้เล่นบน PlayStation 5, Xbox Series X|S, Nintendo Switch 2 และ PC ในวันที่ 23 ตุลาคมนี้







