
TPCi เตรียมใช้มาตรการใหม่ห้ามผู้ค้าที่ร่วมมือขายการ์ดที่ผ่านการเกรดแล้วหรือ Graded Slabs ในงานต่างๆ โดยจะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่งาน Indianapolis Regionals สุดสัปดาห์นี้เป็นต้นไป ซึ่งถือเป็นการปรับเปลี่ยนครั้งสำคัญเพื่อจัดระเบียบภาพลักษณ์ของงานให้กลับมาโฟกัสที่ตัวแฟรนไชส์มากกว่าเรื่องมูลค่าทางการเงิน
นอกจากการแบนการ์ดเกรดแล้ว ยังมีการห้ามขายสินค้าที่มีราคาสูงกว่า 1,000 ดอลลาร์ และผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่จาก Pokemon Center ในญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตาหรือสินค้า TCG ต่างๆ มาตรการนี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการซื้อขายการ์ดหายากระดับสูงที่มักถูกเปลี่ยนมือในราคามหาศาลภายในงาน ซึ่งถือเป็นการสะกัดกั้นวัฒนธรรมนักลงทุนสายเก็งกำไรที่เข้ามาครอบงำงานในระยะหลัง
เหตุผลสำคัญเบื้องหลังการตัดสินใจนี้มาจากความพยายามของ TPCi ที่ต้องการแยกตัวออกจากวัฒนธรรมการลงทุนที่พุ่งเป้าไปที่ผลกำไรเพียงอย่างเดียว เพราะการปล่อยให้มีการซื้อขายการ์ดมูลค่าสูงต่อหน้าเด็กๆ ในงานอาจสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่เหมาะสม และเบี่ยงเบนความสนใจจากความสนุกสนานของการแข่งขันและการเฉลิมฉลองแบรนด์ Pokemon ที่แท้จริง

จากประสบการณ์ที่ได้พูดคุยกับผู้ค้าจำนวนมากในงานการ์ดช่วงที่ผ่านมา พบว่าหลายคนเพิ่งเข้าสู่วงการในช่วงปีที่ผ่านมาตามกระแสความนิยม TCG โดยมอง Pokemon ในมุมของโอกาสทางธุรกิจมากกว่าตัวเกม การ์ตูน หรือความผูกพันกับแบรนด์ หลายคนยอมรับตรงๆ ว่าไม่เคยเล่นเกมหรือดูซีรีส์เลย แต่เน้นเพียงการซื้อมาขายไปเพื่อทำกำไรตามคำแนะนำของอินฟลูเอนเซอร์ใน TikTok และ Instagram
สำหรับประเด็นการห้ามขายสินค้าจาก Pokemon Center ญี่ปุ่นนั้น คาดว่าเกิดจากมาตรการของ Pokemon ญี่ปุ่นที่เพิ่งประกาศใช้กฎให้ต้องแสดงบัตรประชาชนในการซื้อสินค้า เพื่อจำกัดการเข้าถึงให้กับผู้อยู่อาศัยในญี่ปุ่นโดยเฉพาะ ดังนั้น TPCi จึงไม่อยากให้ผู้ค้าในงานระดับนานาชาตินำสินค้าเหล่านี้มาวางขายในราคาส่วนต่าง ในขณะที่แฟนๆ ในญี่ปุ่นเองยังประสบปัญหาขาดแคลนสินค้า
การสั่งแบนครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ TPCi ดำเนินการควบคุมการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ เพราะย้อนกลับไปในปี 2024 เคยมีการเตือนร้านค้างานอดิเรกไม่ให้ขายซองการ์ด Play! Pokemon และการ์ดโปรโมที่บริษัทแจกให้ฟรี การขยับตัวครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทที่จะควบคุมทิศทางของสังคมนักสะสมให้ยั่งยืนและปลอดภัยสำหรับทุกคนมากขึ้น







