Ragnarok X: Next Generation เผยรายละเอียดใหม่ คลาส, มอน, เมือง
ความคลาสสิคคงเดิม เพิ่มเติมคือทันสมัยขึ้น เตรียมออกผจญภัยในดินแดน Midgard พร้อมกัน 18 มิ.ย. นี้

Ragnarok X: Next Generation (หรือ ROX) เกมแนว 3D MMORPG สุดล้ำจาก IP ชื่อดังอย่าง Ragnarok Online ที่ในครั้งนี้บอกได้เลยว่ากลับมาอย่างสมภาคภูมิมาก ๆ ซึ่งก่อนหน้านี้เกม Ragnarok X: Next Generation ได้เปิดให้ผู้เล่นเข้าไปทดสอบเกมเวอร์ชั่น CBT ระหว่างวันที่ 23 เมษายนจนถึงวันที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยกระแสตอบรับของแฟนเกมที่มีต่อเกมนี้ต้องบอกว่าอยู่ในเกณฑ์ดีมากเลยทีเดียว
และในวันนี้ผู้เขียนก็ไม่พลาดที่จะพาผู้อ่านทุกคนมาพบข้อมูลที่น่าสนใจของ Ragnarok X: Next Generation กันครับ
ลิขสิทธิ์แท้แน่นอน!

ประเด็นแรกที่ต้องพูดถึงก่อนเลยก็คือ เกมนี้ได้รับลิขสิทธิ์แท้มาโดยตรง ทำให้ทุกอย่างภายในเกมนี้ถูกพัฒนาออกมาได้ตรงกับของเดิมเป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นเมืองต่าง ๆ ดนตรีประกอบ , เหล่ามอนสเตอร์ , แผนที่ต่าง ๆ , เรื่องราวสุดเข้มข้น , ระบบการอัปเกรดสเตตัส ไปจนถึงระบบคลาสภายในเกมที่บอกได้เลยว่าเหมือนของเดิมเกือบจะ 100%!

ทำไมถึงไม่เหมือนเดิม 100%? เพราะเกมนี้ได้มีการอัปเกรดรายละเอียดให้ดูดีขึ้นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นกราฟิกใหม่ที่สวยงามมากยิ่งขึ้น , ระบบเดินไปทำเควสอัตโนมัติเพียงแค่แตะที่เควสที่ปรากฏ , ระบบการควบคุมที่ถูกเปลี่ยนแปลงให้เหมาะสมกับเกมยุคใหม่มากยิ่งขึ้น , มุมมองกล้องแบบ 2.5D และ 3D และอื่น ๆ อีกมากมาย ที่ผู้เขียนขออนุญาตเรียกเกม ROX นี้ว่าเป็นเกมที่ “เคารพของเดิม พัฒนาให้ทันสมัย” ถูกใจแฟนเกมอย่างแน่นอน
มอนสเตอร์สุดคลาสสิค ที่เห็นแล้วต้องคิดถึง

ความคลาสสิคแรกที่ผู้เขียนประทับใจอย่างมาก และจะพูดถึงเลยเป็นประเด็นแรกก็คือเหล่ามอนสเตอร์ที่ทั้งน่ารัก และน่ากลัวภายในเกมนี้ที่ทำออกมาตามแบบฉบับของเกม Ragnarok Online เวอร์ชั่นดั้งเดิมแบบเป๊ะ ๆ ทั้งรูปร่างของมอนสเตอร์ (ที่ถูกทำให้สวยงามขึ้นด้วยการแปลงร่างพวกมันให้กลายเป็นกราฟิก 3 มิติ) รวมไปถึงอนิเมชั่นการเคลื่อนไหวที่ถูกถอดแบบมาจากต้นฉบับเป๊ะ ๆ (แต่มีการพัฒนาให้ดูน่ารักน่าหยิกมากยิ่งขึ้นด้วยเช่นกัน)


เราจะได้พบเจอตั้งแต่มอนสเตอร์สไลม์สีชมพูสุดน่ารักอย่าง Poring , กระต่ายขนฟูที่ในครั้งนี้จะมาพร้อมกับหูยาว ๆ ที่ขยับไปมาให้ผู้เล่นได้เคลิบเคลิ้มอย่าง Lunatic , หนอนชาเขียวอย่าง Fabre ที่มาพร้อมอนิเมชั่นการตายที่น่ารักมากยิ่งขึ้น , เหล่าก็อบลินที่มาพร้อมหน้ากากประหลาด ๆ อยู่เหมือนเดิม รวมไปถึงอีแร้งหัวโล้นอย่าง Condor และมอนสเตอร์อื่น ๆ อีกมากมายที่ผู้เขียนบอกได้เลยว่าแฟนเกมวัยเก๋าจะต้องประทับใจ และหลงรักเหล่ามอนสเตอร์ที่คุ้นหน้าคุ้นตาเหล่านี้อย่างแน่นอน
เมืองที่คุ้นเคย เหมือนบ้านหลังที่สองของผู้เล่น


นอกเหนือจากมอนสเตอร์แล้ว สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผู้เขียนเสียเวลาให้กับเกมนี้มากที่สุดก็คือ การเดินสำรวจเมือง ซึ่งในตอนแรกที่ผู้เล่นปรากฏตัวมาที่เมือง Prontera เราจะได้ยินเสียงเพลงบรรเลงสุดอมตะที่คุ้นหูกันเป็นอย่างมาก นอกจากนี้องค์ประกอบภายในเมืองต่าง ๆ ที่ผู้เขียนได้เดินสำรวจก็จะพบว่าแม้เกมนี้จะทำให้เมืองต่าง ๆ ดูสวยงามมากขึ้นด้วยการใช้ภาพกราฟิก 3 มิติ แต่องค์ประกอบในภาพรวม รวมไปถึงจุดสำคัญต่าง ๆ ของแต่ละเมือง ตัวอย่างเช่นน้ำพุกลางเมืองของ Prontera, สะพานสู่เมือง Izlude ก็ยังอยู่ครบถ้วนไม่ถูกตัดออกไป ทำให้ผู้เขียนรู้สึกเหมือนกับ “ได้กลับมาในบ้านที่คุ้นเคย แต่ถูกรีโนเวตให้สวยงามมากยิ่งขึ้นจนน่าประทับใจ”
ระบบคลาสที่คุ้นเคย รอให้ผู้เล่นได้ใช้งานตามต้องการ

ในส่วนของคลาสภายในเกมยังคงมี 6 อาชีพ ให้ผู้เล่นได้เลือกเล่นตามใจ ได้แก่ Swordsman , Acolyte , Magician , Thief , Archer และ Merchant โดยในแต่ละสายอาชีพยังถูกแบ่งออกเป็น 2 สาย 3 คลาส อยู่เช่นเดิม ซึ่งองค์ประกอบเรื่องคลาสนี้ก็ยังคงรูปแบบเดิมจากเกมต้นฉบับอย่าง Ragnarok Online มาแบบไม่ผิดเพี้ยน

อย่างไรก็ตามองค์ประกอบปลีกย่อยในส่วนของสกิลนั้นมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเพื่อให้เหมาะสมกับการเป็นเกมมือถือพกพามากยิ่งขึ้น แต่การเปลี่ยนแปลงนี้ก็ไม่ได้ทำให้อรรถรสในการเล่นเกมนั้นนอกจากไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเท่าไหร่นัก ยังทำให้ผู้เล่นสามารถเล่นเกมได้สนุกมากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย
โลกที่มีชีวิตชีวาและสวยงามด้วยขุมพลัง Unity 3D Engine


สุดท้ายที่ผู้เขียนจะไม่พูดถึงก็ไม่ได้ นั่นคือโลกภายในเกม Ragnarok X: Next Generation ที่ถูกรังสรรค์ออกมาได้สวยงามน่าประทับใจอย่างมาก โดยทุกพื้นที่ภายในเกมนี้ถูกทำออกมาเป็นภาพ 3 มิติที่สวยงามทุกกระเบียดนิ้ว แต่ที่ผู้เขียนประทับใจที่สุดคงหนีไม่พ้นในเรื่องของแผนที่ภายในเกมที่ถูกสร้างขึ้นมาตามเกมต้นฉบับแทบจะเป๊ะ ๆ ทำให้ผู้เล่นจะได้พบเจอกับสถานที่ที่คิดถึงมากมาย เช่น ป่าตั๊กแตน (ถิ่นที่อยู่ของ Grasshopper) , พีรามิด , สฟิงซ์ , ถ้ำ Payon และอื่น ๆ อีกมากมาย


นอกจากนี้สภาพอากาศภายในเกมยังถูกทำออกมาแบบ Dynamic อีกด้วย นั่นแปลว่าผู้เล่นจะได้ออกผจญภัยไปในสภาพอากาศที่สดใส, บางครั้งเราอาจจะต้องวิ่งตัวชุ่มฝนเพื่อไปฟัดกับเหล่ามอนสเตอร์ แม้แต่บางครั้งผู้เล่นอาจจะต้องออกสำรวจพื้นที่ต่าง ๆ ในเวลากลางคืนก็เป็นได้ ฉะนั้นผู้เล่นอย่าลืมเตรียมใจพบกับสิ่งแปลกใหม่ภายในเกมนี้ด้วยนะครับ
สำหรับผู้อ่านคนใดที่อ่านพรีวิวนี้แล้วอยากเล่นเกม Ragnarok X: Next Generation ผู้เขียนก็ขออนุญาตย้ำอีกครั้งว่า เกมนี้จะเปิดให้เล่นแบบ OBT ในวันที่ 18 มิถุนายนที่จะถึงนี้ ใครที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนล่วงหน้าก็เข้าไปได้ในลิงค์นี้เลยครับ >>>www.ragnarokx.com<<<
ลงทะเบียนล่วงหน้า










