เทคโนโลยี

จีนเร่งผลิตชิป LPDDR4 เสียบแทน Samsung

CXMT จับมือ GigaDevice กอบกู้ตลาด

Samsung ตัดสินใจโบกมือลาการผลิตหน่วยความจำมาตรฐาน LPDDR4 และ LPDDR4X อย่างกะทันหัน เพื่อโยกทรัพยากรไปลุยตลาด LPDDR5 ที่ทำกำไรได้สูงกว่าแทน การขยับตัวครั้งนี้สร้างความลำบากใจให้กับผู้ผลิตสมาร์ทโฟนและชิปเซ็ตจำนวนมากที่ยังต้องพึ่งพาหน่วยความจำรุ่นนี้อยู่ แต่ล่าสุดผู้ผลิตจากจีนอย่าง CXMT ไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ เตรียมเร่งเครื่องผลิตเพื่อเติมเต็มช่องว่างมหาศาลที่เกิดขึ้นในตลาดทันที

การรุกคืบครั้งนี้เป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง CXMT ที่รับหน้าที่ด้านการผลิต และ GigaDevice ที่จะเข้ามาดูแลด้านการจัดจำหน่ายและพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยมีรายงานว่า GigaDevice ได้ทำข้อตกลงซื้อ DRAM จาก CXMT เป็นมูลค่าสูงถึง 825 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 26,500 ล้านบาท) ซึ่งตัวเลขนี้พุ่งสูงขึ้นกว่าปีที่แล้วที่มียอดซื้อเพียง 173.2 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 5,560 ล้านบาท) ถึงเกือบ 6 เท่าตัว แสดงให้เห็นถึงความทะเยอทะยานของจีนในการขึ้นมาเป็นผู้เล่นหลักแทนที่เจ้าตลาดเดิม

ทางด้าน Samsung นั้นเลือกที่จะส่งมอบออเดอร์เก่าที่ค้างอยู่ให้จบไป แต่จะไม่รับคำสั่งซื้อใหม่สำหรับ LPDDR4 อีกต่อไป เพื่อมุ่งเน้นไปที่การผลิต LPDDR5 และ LPDDR5X ที่ตอบโจทย์ AI และอุปกรณ์สเปกสูงมากกว่า แม้ว่าจะเป็นกลยุทธ์ที่เน้นผลกำไรตามสไตล์ธุรกิจขนาดใหญ่ แต่ก็ทำให้ลูกค้ากลุ่มที่ผลิตมือถือระดับเริ่มต้นและระดับกลางรู้สึกเหมือนถูกทิ้งไว้กลางทาง เพราะชิปเซ็ตจากค่ายดังอย่าง Qualcomm หรือ MediaTek ในรุ่นประหยัดยังคงต้องใช้หน่วยความจำมาตรฐานเดิมนี้อยู่

samsung-china-lpddr4-replace

หากไม่มีผู้ผลิตจากจีนก้าวเข้ามาซัพพอร์ต แบรนด์สมาร์ทโฟนต่าง ๆ อาจถูกบังคับให้ต้องขยับไปใช้ LPDDR5 ซึ่งมีราคาสูงกว่ามาก ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตพุ่งสูงขึ้นและกระทบไปถึงราคาขายหน้าร้านที่ผู้บริโภคต้องจ่ายแพงขึ้นโดยใช่เหตุ การเข้ามาของคู่หู CXMT และ GigaDevice จึงเปรียบเสมือนทางรอดของค่ายมือถือที่ต้องการรักษาความคุ้มค่าเอาไว้ ในขณะที่ Samsung เลือกเดินหน้าไปสู่เทคโนโลยีที่แพงกว่าเพื่อตัวเลขในบัญชีที่สวยงาม

ที่น่าสนใจคือตอนนี้ CXMT และ YMTC ได้ถูกถอดออกจากรายชื่อบริษัทที่ถูกจำกัดโดยเพนตากอนแล้ว ทำให้พวกเขามีอิสระมากขึ้นในการขยายฐานลูกค้าไปทั่วโลก และพิสูจน์ให้เห็นว่าเทคโนโลยีของจีนไม่ได้เป็นรองใคร เพราะก่อนหน้านี้ CXMT ก็เพิ่งโชว์ศักยภาพด้วยการขายโมดูล LPCAMM2 ให้กับ Lenovo รวมถึงผลิตแรม DDR5 ที่ทำความเร็วได้สูงถึง 8,000MT/s มาแล้ว การลงมาเล่นตลาด LPDDR4 ครั้งนี้จึงไม่ใช่เรื่องยากในเชิงเทคนิค แต่เป็นการเดินหมากเพื่อซื้อใจลูกค้าในระยะยาว

แม้ว่าการผลิตแรมรุ่นเก่าอาจจะไม่ได้สร้างกำไรเป็นกอบเป็นกำเหมือนรุ่นใหม่ล่าสุด แต่การสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับลูกค้าที่ Samsung ตัดสัมพันธ์ไป จะกลายเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้จีนกลายเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม DRAM อย่างเต็มตัวในอนาคต เมื่อความเชื่อมั่นเกิดขึ้นแล้ว ในวันที่ลูกค้าเหล่านี้ต้องการขยับไปใช้เทคโนโลยีที่สูงขึ้น พวกเขาก็มีแนวโน้มที่จะเลือกใช้บริการจากพาร์ทเนอร์ชาวจีนที่เคยช่วยชีวิตไว้ในยามวิกฤตนั่นเอง

ที่มา
wccftech

Artherlus

แค่คนทั่วไปที่หลงใหลในวงการไอที
Back to top button