Apple เตรียมสัมผัสความแรงกับชิปต่ำกว่า 1 นาโนเมตรในปี 2029
Apple และ TSMC เตรียมสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่

เป็นที่รู้กันดีว่า Apple มักจะเป็นกลุ่มแรก ๆ ที่ได้ใช้เทคโนโลยีชิปที่เล็กและแรงที่สุดในโลกเสมอ โดยมีพันธมิตรสำคัญอย่าง TSMC เป็นแรงผลักดันหลัก ในขณะที่ปัจจุบันเรากำลังก้าวเข้าสู่ยุค 2 นาโนเมตรอย่างเต็มตัว แต่แผนการสำหรับอนาคตกลับชัดเจนยิ่งขึ้น เมื่อมีรายงานล่าสุดระบุว่า TSMC กำลังตั้งเป้าไปที่หลักไมล์ใหม่นั่นคือการผลิตชิปในระดับต่ำกว่า 1 นาโนเมตร (Sub-1nm) โดยคาดว่าจะเริ่มทดลองผลิตได้เร็วที่สุดในปี 2029
เส้นทางของ TSMC สู่การผลิตชิปที่เล็กกว่า 1 นาโนเมตรนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน หลังจากประสบความสำเร็จในการผลิตชิปขนาด 2 นาโนเมตรในปริมาณมากเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ทางโรงงานก็วางแผนที่จะขยับไปสู่ระดับ 1.4 นาโนเมตรในปี 2028 ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ 15 เปอร์เซ็นต์ และประหยัดพลังงานมากขึ้นถึง 30 เปอร์เซ็นต์ ก่อนที่จะขยับเข้าสู่ยุคที่เล็กลงไปอีกขั้น
สำหรับการเตรียมความพร้อมในระดับต่ำกว่า 1 นาโนเมตรนั้น TSMC ได้เริ่มเตรียมโรงงาน Tainan A10 และโรงงาน P1 ถึง P4 เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญนี้ โดยมีการตั้งเป้าหมายเบื้องต้นในการผลิตแผ่นเวเฟอร์ให้ได้ 5,000 แผ่นต่อเดือนในช่วงทดลองปี 2029 สำหรับ Apple แล้ว สิ่งนี้หมายถึงโอกาสในการสร้างชิปที่มีความหนาแน่นของทรานซิสเตอร์มหาศาลเพื่อขับเคลื่อน iPhone และ Mac ในช่วงต้นทศวรรษ 2030

การผลักดันไปสู่ระดับที่เล็กกว่า 1 นาโนเมตรไม่ใช่แค่เรื่องของการตลาด แต่เป็นความจำเป็นเพื่อตอบสนองความต้องการของการประมวลผลยุคหน้า เมื่อซอฟต์แวร์และระบบ AI บนตัวเครื่องมีความซับซ้อนและกินทรัพยากรมากขึ้น ชิปเหล่านี้จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้เครื่องแรงขึ้นโดยไม่ทำให้แบตเตอรี่หมดเร็ว ซึ่งจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่สำหรับอุปกรณ์พกพาในอนาคต
อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีที่ล้ำหน้าขนาดนี้ย่อมมาพร้อมกับความท้าทายที่สูงมาก โดยเฉพาะเรื่องของอัตราการผลิตที่ใช้ได้จริง (Yields) ซึ่งยังคงเป็นโจทย์ยากแม้แต่ในระดับ 2 นาโนเมตรเองก็ตาม นอกจากนี้ต้นทุนการผลิตที่คาดว่าจะพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้ชิปสุดล้ำเหล่านี้ถูกจำกัดไว้ให้ใช้เฉพาะในรุ่นระดับ Ultra เท่านั้นในช่วงแรกที่เปิดตัว
แม้ว่าขนาดของชิปจะเล็กลงเรื่อย ๆ จนแทบจะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่สิ่งที่สวนทางกันอย่างชัดเจนคือป้ายราคาของอุปกรณ์ระดับท็อปที่น่าจะขยับตัวสูงขึ้นตามค่าเทคโนโลยีการผลิตที่ซับซ้อนขึ้น ใครที่หวังจะได้ใช้เทคโนโลยีระดับหลุดโลกนี้อาจจะต้องเริ่มวางแผนออมเงินกันตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะกว่าจะถึงปี 2029 เราน่าจะได้เห็นนวัตกรรมที่เปลี่ยนโลกการสื่อสารไปอย่างสิ้นเชิงจากฝีมือของ Apple และ TSMC อย่างแน่นอน







