เทคโนโลยี

iPad Air จ่ออัปเกรดใช้จอ OLED ช่วงต้นปีหน้าตามรอยรุ่นพี่

เริ่มเดินเครื่องผลิตเต็มสูบในช่วงปลายปีนี้

ล่าสุดมีรายงานจากสื่อไอทีชื่อดังในเกาหลีใต้อย่าง ET News ระบุว่า iPad Air กำลังจะเป็นคิวถัดไปที่จะได้รับอัปเกรดหน้าจอเป็นแบบ OLED โดยแหล่งข่าววงในเปิดเผยว่า Samsung Display เตรียมจะเริ่มกระบวนการผลิตแผงหน้าจอส่งให้ Apple ในช่วงปลายปี 2026 หรืออย่างช้าที่สุดไม่เกินเดือนมกราคมปีหน้า เพื่อให้ทันกำหนดการเปิดตัวแท็บเล็ตรุ่นใหม่ในช่วงต้นปี 2027 หลังจากที่เพิ่งอัปเดต iPad Air รุ่นชิป M4 ไปเมื่อเดือนมีนาคม 2026 ที่ผ่านมา

ปัจจุบัน iPad Air ยังคงใช้หน้าจอแบบ LCD ที่ Apple เรียกว่า Liquid Retina ซึ่งมีข้อจำกัดเรื่องอัตราการรีเฟรชเรทที่ทำได้เพียง 60Hz และไม่มีเทคโนโลยี ProMotion 120Hz เหมือนรุ่นท็อป การขยับมาใช้ OLED จะช่วยให้แท็บเล็ตตัวนี้แสดงสีสันได้แม่นยำขึ้น ให้สีดำที่ดำสนิทจริงๆ เพราะพิกเซลแต่ละจุดสามารถควบคุมแสงได้ด้วยตัวเอง นอกจากนี้ยังได้เปรียบเรื่องมุมมองภาพที่กว้างกว่า และประหยัดพลังงานได้ดีกว่าจอแบบเดิมอย่างเห็นได้ชัด

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการแบ่งลำดับชั้นของสินค้า หน้าจอ OLED บน iPad Air จะมีความแตกต่างจากรุ่น iPad Pro อยู่บ้าง โดยคาดว่าจะใช้แผงหน้าจอแบบ Single-stack LTPS แทนที่จะเป็นแบบ Two-stack LTPO ที่ล้ำสมัยกว่า ซึ่งหมายความว่าหน้าจอของรุ่น Air อาจจะไม่ได้สว่างสู้รุ่น Pro ได้ และอาจจะยังไม่มีฟีเจอร์ ProMotion 120Hz มาให้เหมือนเดิม แต่ถึงอย่างนั้นคุณภาพโดยรวมก็ยังถือว่าเป็นการก้าวกระโดดที่น่าสนใจสำหรับคนที่เน้นใช้งานด้านความบันเทิงและกราฟิกทั่วไป

ipad-air-oled-rumors

ไม่ใช่แค่รุ่น Air เท่านั้นที่มีข่าวดี เพราะยังมีกระแสข่าวลือหนาหูว่า iPad mini 8 ก็เตรียมจะเปลี่ยนไปใช้หน้าจอ OLED ภายในปลายปีนี้เช่นกัน โดยจะใช้เทคโนโลยีหน้าจอแบบประหยัดต้นทุนคล้ายกับที่จะใช้ใน iPad Air นั่นเอง ซึ่งหากข่าวนี้เป็นจริง จะทำให้เหลือเพียง iPad รุ่นเริ่มต้น (Entry-level) เพียงรุ่นเดียวในตระกูลแท็บเล็ตของ Apple ที่ยังคงกอดหน้าจอแบบ LCD ต่อไป ท่ามกลางยุคสมัยที่หน้าจอ OLED กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุปกรณ์พกพาไปแล้ว

สำหรับเรื่องราคานั้นยังไม่มีการยืนยันที่แน่ชัด แต่หากอ้างอิงจากราคาปัจจุบันของ iPad Air รุ่นชิป M4 ขนาด 11 นิ้ว ที่มีราคาเริ่มต้น 599 USD หรือประมาณ 21,800 บาท และรุ่น 13 นิ้ว ราคา 799 USD หรือประมาณ 29,100 บาท การอัปเกรดหน้าจอครั้งใหญ่นี้อาจจะส่งผลให้ราคาขายขยับสูงขึ้นเล็กน้อยตามต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น แต่ก็น่าจะยังอยู่ในระดับที่แฟนๆ ยอมรับได้เมื่อเทียบกับความสวยงามของภาพที่จะได้รับกลับมา

สรุปแล้วใครที่กำลังเล็งจะถอยแท็บเล็ตเครื่องใหม่และไม่ได้รีบใช้งานมากนัก การรอคอยรุ่นปี 2027 อาจจะเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่า เพราะหน้าจอ OLED จะเข้ามาเปลี่ยนประสบการณ์การใช้งานไปอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นการดูภาพยนตร์แนว Cinematic หรือการตกแต่งภาพที่ต้องการความแม่นยำของสีที่สูงขึ้น เตรียมเก็บเงินรอกันได้เลยเพราะ Apple มักจะไม่ทำให้เราผิดหวังกับการอัปเกรดฮาร์ดแวร์ครั้งสำคัญแบบนี้เสมอ

ที่มา
Macrumors

Artherlus

แค่คนทั่วไปที่หลงใหลในวงการไอที
Back to top button