Microsoft สั่งระงับอัปเดต Windows 11 หลังพบปัญหาติดตั้งวนลูปจนใช้งานไม่ได้
เร่งตรวจสอบรหัสผิดพลาด 0x80073712

Microsoft ตัดสินใจดึงอัปเดต Windows 11 รหัส KB5079391 ออกจากระบบอย่างกะทันหัน หลังจากตัวอัปเดตเสริมหรือ Optional Update นี้สร้างปัญหาในการติดตั้งให้กับผู้ใช้งานจำนวนมาก โดยเฉพาะในเวอร์ชัน 25H2 และ 24H2 ซึ่งทาง Microsoft ได้แจ้งกับทาง Windows Latest ว่ากำลังเร่งสืบสวนหาสาเหตุภายในอย่างเร่งด่วน และมีความเป็นไปได้ว่าอัปเดตตัวนี้อาจจะไม่ถูกปล่อยออกมาอีกเลยหากยังไม่สามารถแก้ไขช่องโหว่สำคัญได้
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่ Microsoft เพิ่งให้คำมั่นสัญญาเมื่อไม่กี่วันก่อนว่าจะปรับปรุงระบบ Windows 11 ให้เสถียรขึ้นและจัดการระบบ Windows Update ให้ดีกว่าเดิม แต่ดูเหมือนว่าจังหวะเวลาจะไม่อำนวยนัก เพราะนอกจากปัญหาล่าสุดนี้ ก่อนหน้าเพียงไม่นานยังมีรายงานว่าอัปเดตบางตัวเข้าไปทำให้การลงชื่อเข้าใช้ Microsoft Account ในแอปหลักมีปัญหา จนมาถึงคราวของ KB5079391 ที่ทำให้เครื่องค้างอยู่ในลูปการติดตั้งที่ล้มเหลวซ้ำไปซ้ำมาจนสร้างความรำคาญใจให้กับผู้ใช้ที่กดอัปเดตไปก่อนหน้า
สำหรับใครที่โชคร้ายเจอแจ็กพอตในครั้งนี้ จะพบรหัสข้อความแสดงความผิดพลาด 0x80073712 บนหน้า Windows Update ซึ่งรหัสนี้มีความหมายทางเทคนิคว่าไฟล์บางส่วนที่จำเป็นสำหรับการติดตั้งหายไปจากโฟลเดอร์ WinSxS ในระบบ โดย Microsoft ระบุว่าได้จำกัดการเข้าถึงอัปเดตนี้ทันทีเพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจขยายวงกว้าง ซึ่งพบว่าอัปเดตดังกล่าวถูกเปิดให้ดาวน์โหลดเพียงแค่ 1-2 ชั่วโมงในวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา ก่อนจะถูกสั่งปิดระบบไปในที่สุด

ความเคลื่อนไหวในครั้งนี้ถือว่าค่อนข้างแปลกตา เพราะปกติแล้ว Microsoft มักไม่ค่อยสั่งระงับการอัปเดตแบบเบ็ดเสร็จรวดเร็วขนาดนี้ เว้นเสียแต่ว่าปัญหานั้นจะส่งผลกระทบในวงกว้างจริงๆ อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางข่าวร้ายก็ยังมีทิศทางที่ดีขึ้นในอนาคต เพราะทางทีมงานกำลังฟอร์มทีมใหม่เพื่อชุบชีวิตระบบปฏิบัติการนี้ให้กลับมาลื่นไหลอีกครั้ง โดยมีแผนจะเปลี่ยนโครงสร้างเมนู Start จากเดิมที่ใช้ React มาเป็น WinUI เพื่อความรวดเร็ว รวมถึงการปรับปรุง File Explorer ให้โหลดข้อมูลได้ไวขึ้น
หนึ่งในฟีเจอร์ที่น่าสนใจและหลายคนเฝ้ารอคือความสามารถในการควบคุม Windows Update ที่ยืดหยุ่นกว่าเดิม โดย Microsoft มีแผนจะอนุญาตให้ผู้ใช้งานสามารถสั่งพักการอัปเดต (Pause Updates) ได้นานตามที่ต้องการ จากเดิมที่จำกัดไว้เพียง 5 สัปดาห์เท่านั้น นอกจากนี้ยังจะเพิ่มตัวเลือกให้สามารถข้ามการอัปเดตในขั้นตอนการตั้งค่าเครื่องใหม่เพื่อให้เข้าหน้าเดสก์ท็อปได้เร็วขึ้น รวมถึงการสั่งปิดเครื่องหรือรีสตาร์ตได้โดยไม่ต้องรอติดตั้งอัปเดตที่ค้างอยู่
สุดท้ายนี้ แม้ปัญหาของ KB5079391 จะดูเหมือนเป็นก้าวที่พลาดไปบ้าง แต่ Microsoft ก็ยืนยันว่าเป้าหมายในปี 2026 คือการทำให้การรับอัปเดตเป็นเรื่องที่คาดเดาได้และไม่รบกวนการทำงานของผู้ใช้จนเกินไป สำหรับใครที่ยังไม่ได้กดอัปเดตในช่วงเวลาดังกล่าวก็ถือว่าโชคดีไป ส่วนใครที่เครื่องมีปัญหาก็คงต้องรอการแก้ไขอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าทีมพัฒนาจะเร่งปล่อยตัวซ่อมออกมาในเร็วๆ นี้แน่นอน






