[รีวิว] Pokémon Fire Red เวอร์ชัน Nintendo Switch
หวนคืนสู่จุดเริ่มต้นความฝันของเหล่าเทรนเนอร์
![[รีวิว] Pokémon Fire Red เวอร์ชัน Nintendo Switch 1 [รีวิว] Pokémon Fire Red เวอร์ชัน Nintendo Switch](https://thisisgamethailand.com/wp-content/uploads/2026/02/00-pokemon-fire-redreview_fb.jpg)
ที่ผ่านมากับห้วง 30 ปีแห่งความทรงจำกับ Pokémon ผมเชื่อว่าหลายคนต้องเคยหยิบเกมภาคใดภาคหนึ่งมาเล่น แต่ภาคที่เป็นจุดเริ่มต้นหรือ Generation I ย่อมเป็นอะไรที่ตราตรึงใจเด็กยุค 90 เพราะแม้กระทั่งพ่อของผมเองก็ยังล้อเลียนปิกาจูได้เลย สมัยนั้นมันมีทั้งการ์ด ทั้งเกม แล้วก็การ์ตูน ซึ่งตอนนี้ถามว่ามีอยู่ไหม ก็ยังมี แต่การมาถึงของเกม RPG พร้อมฟังก์ชันการแลกเปลี่ยน เชื่อมต่อ สะสม ที่เป็นเหมือนกับการเชื่อมสัมพันธ์ผ่านแนวทางดิจิทัล มันไม่มีอะไรที่ควรค่าไปกว่าคำว่าปรากฏการณ์
ในปีนี้ The Pokémon Company และ Nintendo ตัดสินใจนำ Pokémon Fire Red ที่เป็นการรีเมคครั้งแรก มาถ่ายทอดใหม่อีกครั้งกับเครื่องเล่น Nintendo Switch ซึ่งถือเป็นโอกาสดีที่หลายคนไม่ว่าจะเป็นเกมเมอร์รุ่นเก๋า และมือใหม่หัดเล่นโปเกมอนจะได้มาลองสัมผัสความสนุกกัน แน่นอนว่าผมที่มีความคิดอยากเป็นโปเกมอนเทรนเนอร์เพื่อตามความฝันมาตั้งแต่เด็ก และเกิดทันเห็นการจำหน่ายเวอร์ชันตลับ ก็ไม่พลาดที่จะมาย้อนวัยกันในเกมเวอร์ชันนี้อีกครั้งเพื่อมาแบ่งปันความประทับใจให้เพื่อนๆ ฟังครับ
ก้าวแรกของเทรนเนอร์
การนำเสนอของเกมเป็นความเรียบง่ายและรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับแฟรนไชส์โปเกมอนด้วยกันเอง เนื้อเรื่องมันคลาสสิกมากแต่ก็ช่วยให้เราเข้าสู่โลกโปเกมอนได้ง่ายๆ นั่นคือเราเป็น Red หรือ Leaf โปเกมอนเทรนเนอร์มือใหม่ที่ได้รับหน้าที่ในการตามหาโปเกมอนให้ครบในสมุดภาพของตัวเอง และต่อสู้กับสุดยอดฝีมือในยิมทั้ง 8 แห่งที่มีคาแรกเตอร์และไทป์ชัดเจน แถมยังพัวพันกับวายร้ายอีก อ่ะ! เราก็ไปเพ่นกบาลมันซะ
เนื้อหาที่ดูเข้าใจง่าย กำปั้นทุบดินชนิดที่ว่าเดินจากจุด A ไปจนถึง Z มันไม่เพียงเป็นเหมือนประตูบานแรกที่พาทุกคนมามีโอกาสสัมผัสความสนุกของเกมที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน 30 ปี (หรือถ้าในตอนนั้น 8 ปีเองนะ!) แต่ยังช่วยหลอมพฤติกรรมของเราให้ทำความคุ้นชินกับตรรกะและเมคานิกภายในเกม เช่น ไฟชนะพืช พืชชนะน้ำ น้ำชนะไฟ ก่อนจะปวดหัวต่อกับพวกค่าความสามารถอื่นๆ ทั้งนี้ด้วยมาตรฐานจาก Gen III ไทป์และค่าต่างๆ ยังถือว่ามีความตรงไปตรงมาทีเดียว แต่ก็รู้ไว้พอให้เราได้แบทเทิลในสนามสำหรับยุคปัจจุบัน ลืมบอกไปเกมยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ Previously on… ที่ทุกครั้งที่เราเปิดเกมใหม่หลังเซฟ จะมีรีแคปบอกว่าเล่นไปถึงไหนแล้ว ไม่ต้องกลัวตามเนื้อเรื่องไม่ทัน
![[รีวิว] Pokémon Fire Red เวอร์ชัน Nintendo Switch 2 [รีวิว] Pokémon Fire Red เวอร์ชัน Nintendo Switch](https://thisisgamethailand.com/wp-content/uploads/2026/02/02-pokemon-fire-red_2.jpg)
เกมเพลย์
หากพูดถึงความเป็น RPG แล้ว เกม Pokémon Red ภาคต้นฉบับมันก็มีความเป็นสวมบทบาทตั้งแต่ต้น แต่ Fire Red ทำให้ทุกอย่างทันสมัย (ด้วยมาตรฐานในวันนั้น) มากขึ้นโดยที่ไม่เสียรสชาติเดิม จังหวะการเล่นของเรายังคงเป็นไปตามภาคต้นฉบับพร้อมเพิ่มเนื้อหาใหม่ๆ และแก้ไขบั๊คที่ไม่เหมาะสมออกไป แผนที่ที่เป็นเส้นวงกลม และเปิดกว้างพอให้เราเดินไปไหนมาไหน หรือเห็นรายละเอียดของโลกเบื้องหลังที่มีซ่อนเอาไว้
เกมเพลย์แบ่งเป็นสองช่วงคือช่วง Overworld ที่เราบังคับตัวละครไปตามเนื้อหา พูดคุย ซื้อไอเทมเพื่อฟื้นพลังโปเกมอนของเรา กับช่วงต่อสู้หรือ Battle ที่จะเป็นรูปแบบเทิร์นเบส แน่นอนว่าของเหล่านี้เราคือๆ กันมาอยู่แล้ว แต่สิ่งที่อยากชมว่าทำได้ดีตั้งแต่ภาคแรกคือเรื่องของแผนที่หลังจากออกจากยิมที่สาม – สี่ ที่จะมีศูนย์กลางอยู่ด้านขวา เราสามารถเลือกเส้นทางได้อิสระและมีกิจกรรมอื่นๆ ให้ทำ เช่นไปเล่นอาร์เคดเพื่อชิงรางวัล และยังมีซาฟารีโซน หรือจะไปสู้กับโปเกมอนนกในตำนานก็ได้ และหลังจบเกมยังมีเควสต์เพิ่มอีก!
![[รีวิว] Pokémon Fire Red เวอร์ชัน Nintendo Switch 3 [รีวิว] Pokémon Fire Red เวอร์ชัน Nintendo Switch](https://thisisgamethailand.com/wp-content/uploads/2026/02/00-pokemon-fire-redreview_3-1024x575.jpg)
![[รีวิว] Pokémon Fire Red เวอร์ชัน Nintendo Switch 4 [รีวิว] Pokémon Fire Red เวอร์ชัน Nintendo Switch](https://thisisgamethailand.com/wp-content/uploads/2026/02/00-pokemon-fire-redreview_4-1024x575.jpg)
ก่อนจะพูดถึงเรื่องเควสต์ อย่างที่ทราบกันว่าคำขวัญของเกมนี้คือ Gotta Catch ’em All นั่นแปลว่าเรายังมีหน้าที่ในการตามหาโปเกมอนให้ครบ 151 ตัว ซึ่งเพียงแค่เล่นภาคเดียวย่อมไม่ได้ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ ดังนั้นเกมจึงรองรับ Local Wireless เพื่อถ่ายโอนโปเกมอนข้ามกันกับเวอร์ชัน Leaf Green ที่เป็นภาคคู่ขนานเนื้อหาเดียวกัน ต่างกันเพียงโปเกมอนป่าที่เราจะได้พบ และมีหลายสายพันธุ์ที่เราสามารถวิวัฒนาการได้จากการถ่ายโอนเหมือนกัน หรือจะสู้กันกับผู้เล่นอื่นก็ได้
ผู้นำการรีเมค จัดเต็มความคุ้มค่าด้วยคอนเทนต์ใหม่
การรีเมคของ Pokémon Fire Red ไม่ได้เป็นแค่การนำเกมมาจัดทำใหม่เพื่อเพิ่มความสวยงามของกราฟิกและปรับเมคานิกเท่านั้น ด้วยแรงประมวลผลที่ดีขึ้นของ GameBoy Advance จึงทำให้ทีมงานใส่ไอเดียสนุกๆ เข้ามาจำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือ Sevii Islands ที่เป็นหมู่เกาะพิเศษที่มีเนื้อเรื่องเพิ่มเติมความยาวเกือบครึ่งเกมเมื่อเทียบกับเนื้อเรื่องหลัก โดยที่แห่งนี้จะมีโปเกมอนจาก Gen II ให้เราจับด้วยนั่นเองครับ
เหตุนี้ทำให้ Fire Red เหมาะทีเดียวครับกับการที่จะตามหาโปเกมอนจากภาค iพื่อนำไปถ่ายโอนสู่ HOME ในอนาคต นอกจากนี้ยังได้นำเสนอเกมเพลย์ที่มีจากภาคใหม่ๆ เข้ามาไว้ในเกม เช่นมินิเกมบนเกาะพิเศษอย่างการเก็บผลไม้ อีกทั้งยังรองรับการฟักไข่โปเกมอนอีกต่างหาก ทั้งหมดนี้ทำให้เกมทันสมัยขึ้นเทียบเท่ากับภาค Ruby, Sapphire & Emerald ที่ถือว่าเป็นภาคที่ยิ่งใหญ่มากๆ และหลายคนอาจจะมองข้ามไป แต่ผมชอบมากคือในที่สุดเราก็สามารถวิ่งได้… สักที!
![[รีวิว] Pokémon Fire Red เวอร์ชัน Nintendo Switch 5 [รีวิว] Pokémon Fire Red เวอร์ชัน Nintendo Switch](https://thisisgamethailand.com/wp-content/uploads/2026/02/00-pokemon-fire-redreview_2-1024x576.jpg)
สังเกตได้เลยครับว่าเกมนี้ในฐานะการรีเมคครั้งแรกของแฟรนไชส์ได้พลิกโฉมและความคาดหวังของทุกคนจนต้องอ้าปากค้าง เกมนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากๆ สำหรับคนที่อยากเข้าวงการ แถมประสบความสำเร็จจนกลายเป็นการเปิดจักรวาลรีเมคให้กับภาคใหม่ๆ ต่อมา ทั้ง HeartGold & SoulSilver มาจนถึงปัจจุบันก็ได้รีเมคเกมยุค DS ลงเครื่อง Switch ไปแล้วด้วย แต่ถามว่าความปังระดับที่ 10 ล้านตลับที่เกิดขึ้น เมื่อมองในยุคนี้มันจะเป็นฉันใด…?
ประสบการณ์ของ Pokémon Fire Red บน Nintendo Switch
ต้องยอมรับความจริงว่า Pokémon Fire Red นั้นเป็นการนำเกมของอุปกรณ์ GameBoy Advance กลับมาพอร์ตให้กับเครื่องเล่นรุ่นใหม่นี้ (ด้วยราคา 625 บาท) สิ่งที่เราจะคาดหวังจาก Nintendo ได้ก็คือสถานะที่ ‘คงเดิม’ มากที่สุด ซึ่งในเวลาสัก 20 ปีก่อน เกมนี้อาจจะยังว้าวมากๆ ทว่าสำหรับในปี 2026 เกมนี้ไม่ได้แย่ไปกว่าเดิมเลยครับ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้เล่นคาดหวังอะไรมากกว่านั้น เช่นความพร้อมในการให้บริการในวันแรกและความคุ้มค่าด้านฟีเจอร์ แถมเรื่องพาเล็ตสีที่ควรปรับแก้ให้เหมาะสม อันนี้บอกได้เลยว่าไม่มี เราจะเห็นภาพในสีที่สดปรี๊ดเพราะไม่ได้จำลองการเล่นผ่านหน้าจอเกมบอยโมเดลแรก
![[รีวิว] Pokémon Fire Red เวอร์ชัน Nintendo Switch 6 [รีวิว] Pokémon Fire Red เวอร์ชัน Nintendo Switch](https://thisisgamethailand.com/wp-content/uploads/2026/02/00-pokemon-fire-redreview_1x-1024x575.jpg)
ในอนาคตเกมนี้จะรองรับการใช้งาน Pokémon HOME เพื่อนำเหล่าโปเกมอนไปเล่นกันในภาค Champions หรือภาคมาตรฐานปัจจุบันอย่าง Scarlet & Violet แต่กับชาโดว์ดรอป เราก็คิดว่าน่าจะเปิดให้ใช้ได้ตั้งแต่วันนี้ไปเลยมันจะฟินกว่า ซึ่งเอาจริงไม่รู้สึกติดใจอะไรมากเพราะกับเกมภาคหลักก็มักจะทิ้งช่วงกันเป็นเดือนกว่าจะรองรับ แต่อีกส่วนก็คือเกมไม่เพิ่มระบบออนไลน์เข้ามาด้วยเลย จำกัดเพียงแค่ Local Multiplayer เท่านั้น
ทั้งนี้ทั้งนั้นโชคดีที่ข้อจำกัดหลายอย่างได้รับการปรับแต่งให้เหมาะสม เช่นโปเกมอนพิเศษตามอีเวนต์ที่เคยจำกัดแค่ในญี่ปุ่นก็จะมีให้จับตามเงื่อนไขใหม่ ส่วนร้านเกมเซนเตอร์ที่กังวลว่าจะถูกเซนเซอร์จากการคาบเกี่ยวเรื่องกฎหมายพนันของต่างประเทศ พบว่ายังอยู่ครบแต่นั่นอาจเป็นเหตุผลที่เกมมีเรตติ้งอายุและความเหมาะสมที่สูงขึ้นด้วย ท้ายที่สุด Celio และเควสต์สำหรับการเปิดโหมดแลกเปลี่ยนกับภาค Ruby & Sapphire… ก็ยังมีอยู่ แม้เกมจะไม่ขาย เอ๊ะ แบบนี้อาจเป็นเบาะแสอะไรไหมนะ?
บทสรุป
Pokémon Fire Red ยังทำหน้าที่เป็นเกมภาครีเมคที่ยอดเยี่ยมและมีมาตรฐานสูงมากๆ เพียงแต่การเปิดตัวด้วยรูปแบบพอร์ตบน Nintendo Switch โดยตรงอาจจะเพลย์เซฟด้วยการรักษามาตรฐานเดิมเพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดอื่นเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามด้วยฟังก์ชัน Pokémon HOME ที่จ่อคิวรอในอนาคต ก็ย่อมทำให้เกมเป็นเวอร์ชันที่น่าสนใจและควรเป็นเจ้าของมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับโอกาสครบรอบ 30 ปีที่จะถึงนี้
สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจขอบอกว่า Pokémon Fire Red และภาค Leaf Green ได้รับการวางจำหน่ายแล้ววันนี้บน Nintendo Switch ผ่านร้านค้า eShop ซึ่งสามารถเล่นได้ทั้งบนเครื่องเล่น Switch 1 – 2 โดยไม่มีแผนจำหน่ายตลับสะสมแต่อย่างใด ว่าแล้วใครอยากเป็นเทรนเนอร์ก็ไปลองกัน ส่วนโอกาสหน้า ThisIsGame Thailand จะมีอะไรมาแบ่งปันอีกอย่าลืมติดตามที่นี่เพื่อไม่ให้พลาดความเคลื่อนไหวใหม่ๆ เช่นเคยครับผม







