
ในยุคที่หนังและซีรีส์จากวิดีโอเกมกำลังมาแรงต่อเนื่อง หลังความสำเร็จของ Fallout และ The Super Mario Bros. Movie การดัดแปลงเกมขึ้นจอใหญ่ดูเหมือนจะกลายเป็นสูตรสำเร็จทางธุรกิจไปแล้ว แต่ท่ามกลางกระแสความนิยมที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ คำถามสำคัญไม่ใช่เพียงแค่ว่า “เกมไหนจะถูกหยิบมาสร้างต่อ?” แต่คือ “ผู้สร้างเข้าใจเกมนั้นจริงหรือไม่?”
คำถามนี้ยิ่งเห็นภาพชัดขึ้น เมื่อพูดถึงแฟรนไชส์อย่าง Resident Evil เกมสยองขวัญระดับตำนานที่ถูกดัดแปลงเป็นภาพยนตร์มาแล้วหลายภาค และมักถูกถกเถียงเสมอว่าตัวหนังสะท้อนหัวใจของเกมได้มากน้อยแค่ไหน?
และล่าสุด ผู้กำกับ Resident Evil ก็ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนว่า การทำหนังจากเกมโดยไม่เคยเล่นต้นฉบับมาก่อน คือสิ่งที่เขา “รับไม่ได้”
.
🎮 Anderson ซัดแรง คนทำหนังต้องเล่นเกมต้นฉบับ 🎮
Paul W. S. Anderson ผู้กำกับแฟรนไชส์ Resident Evil ซึ่งคลุกคลีอยู่กับการดัดแปลงเกมสู่จอใหญ่มานานหลายทศวรรษ ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนว่า การทำหนังจากเกมโดยที่ผู้กำกับไม่เคยเล่นเกมต้นฉบับ เป็นเรื่องที่ “น่าตกใจ และรับไม่ได้”
ซึ่งเขาได้ให้สัมภาษณ์ในพอดแคสต์ Post Games (อ้างอิงโดย PC Gamer) ว่า ทุกครั้งที่ได้ยินผู้กำกับคนอื่นพูดว่า “ไม่เคยเล่นเกมนั้นมาก่อนเลย” เขารู้สึกขุนพระ! ช็อก! เพราะสำหรับเขา การเป็นแฟนของต้นฉบับคือจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุด
คุณจะดัดแปลง War and Peace ทั้งที่ไม่เคยอ่านหนังสือเลยหรือ? มันฟังดูเหลือเชื่อ
.
🧬 “ดีเอ็นเอ” เป็นมากกว่าชื่อเพลงของวง BTS 🧬
Anderson มองว่าการไม่สัมผัสต้นฉบับเลย คือ การมองข้ามผู้เล่นที่ใช้เวลาเป็นชั่วโมง เป็นวัน หรือแม้กระทั่งเป็นเดือนอยู่กับโลกของเกมนั้น ๆ ดังนั้นการดัดแปลงที่ดีจึงต้องเข้าใจทั้งบรรยากาศ อารมณ์ และรายละเอียดของภาพที่ทำให้เกมมีเอกลักษณ์
เขาย้ำว่า ในกองถ่ายของเขา ทีมออกแบบงานสร้างต่าง ๆ ต้องเล่นเกม หรืออย่างน้อยต้องดูวิดีโอการเล่น (Playthrough) เพื่อซึมซับภาพลักษณ์ การจัดเฟรม และจังหวะการเล่าเรื่องแบบเดียวกับเกม
ถ้าคุณเป็นแฟนเกม ดูปุ๊ป คุณจะรู้ทันทีว่าหนังเรื่องนั้นมีดีเอ็นเอของเกมอยู่จริงหรือไม่?
.
🐕🦺 ฉากสุนัขซอมบี้ กับบทเรียนเรื่องความกลัว 🐕🦺
ผู้กำกับยังยกตัวอย่างฉากระดับตำนานจาก Resident Evil ภาคแรก อย่างฉากสุนัขซอมบี้พุ่งทะลุกระจกทางเดิน ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในจังหวะ Jump Scare ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในประวัติศาสตร์เกมสยองขวัญ

เขาบอกว่า ความรู้สึกหวาดผวาจากฉากนั้นทำให้เขาตัดสินใจว่า หนังต้องถ่ายทอด “ความน่ากลัวแบบเดียวกับเกม” ไม่ใช่แค่ยืมชื่อมาสร้างเรื่องใหม่ เพราะหากลดทอนองค์ประกอบเหล่านั้นลง ก็เท่ากับพรากประสบการณ์ที่ผู้เล่นจดจำ
.
🎬 เสียงสะท้อนในยุคทองของหนังจากเกม 🎬
แม้ภาพยนตร์ Resident Evil ของ Anderson จะได้รับเสียงวิจารณ์ทั้งบวกและลบ และบางภาคถูกมองว่าแตกต่างจากเกมต้นฉบับมากพอสมควร แต่เขายืนยันว่า หลักคิดของเขาคือ “เคารพ IP” และเข้าใจว่าผู้เล่นคาดหวังอะไร
คำพูดของ Anderson จึงไม่ใช่แค่การปกป้องผลงานตัวเอง แต่เป็นการตั้งคำถามไปยังวงการโดยรวมว่า ในยุคที่เกมกลายเป็นแหล่งวัตถุดิบสำคัญของฮอลลีวูด ผู้สร้างควรเริ่มต้นจากความเข้าใจ มากกว่าความนิยม
เพราะในท้ายที่สุดแล้วหนังที่ดัดแปลงจากเกมอาจทำเงินได้ แต่หนังที่เข้าใจเกมจริง ๆ เท่านั้นที่จะชนะใจแฟน ๆ ได้อย่างยั่งยืน







