Meta พลิกเกมลุยตลาดมือถือ เตรียมบอกลาโลกเสมือนแบบเดิม
เมื่อ Metaverse เริ่มจางหายไป ถึงเวลาที่ AI และสมาร์ทโฟนจะกลับมา

ดูเหมือนว่าความฝันเรื่องโลกเสมือนที่ต้องสวมแว่นตัวหนาตลอดเวลาจะถึงจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ เมื่อ Meta ออกมาประกาศปรับทัพครั้งสำคัญสำหรับ Horizon Worlds โดยจะย้ายความสำคัญมาที่เวอร์ชันมือถือเกือบทั้งหมด พร้อมทั้งแยกแพลตฟอร์มนี้ออกจากระบบ Quest VR อย่างชัดเจน การขยับตัวครั้งนี้ส่งสัญญาณว่ายักษ์ใหญ่โซเชียลมีเดียกำลังเปลี่ยนแนวทางจากการทุ่มสุดตัวในโลก VR มาเป็นการสร้างแพลตฟอร์มที่เข้าถึงง่ายบนสมาร์ทโฟน เพื่อลงสนามแข่งกับคู่แข่งตัวฉกาจอย่าง Roblox และ Fortnite แทน
สาเหตุเบื้องหลังการตัดสินใจนี้คงหนีไม่พ้นเรื่องตัวเลข เพราะแผนก Reality Labs ที่ดูแลโปรเจกต์เหล่านี้ขาดทุนสะสมไปแล้วเกือบ 80,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2.7 ล้านล้านบาท นับตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา ล่าสุด Meta จึงต้องรัดเข็มขัดด้วยการเลิกจ้างพนักงานในแผนกนี้ไปกว่า 1,500 ชีวิต หรือราว 10% ของทีม พร้อมทั้งสั่งปิดสตูดิโอเกม VR และลดบทบาทแอปพลิเคชันออกกำลังกายชื่อดังอย่าง Supernatural ให้เหลือเพียงการดูแลระบบพื้นฐานเท่านั้น
Samantha Ryan ผู้บริหารฝ่ายคอนเทนต์ของ Reality Labs ระบุว่าการลุยตลาดมือถือคือการเดิมพันครั้งใหม่ที่จะเข้าถึงฐานผู้ใช้จำนวนมหาศาลผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กที่มีอยู่ในมือ โดยในปี 2025 ที่ผ่านมา แพลตฟอร์มเวอร์ชันมือถือมียอดผู้ใช้งานพุ่งสูงขึ้นกว่า 4 เท่า และมีโลกเสมือนที่สร้างขึ้นเพื่อมือถือโดยเฉพาะมากกว่า 2,000 แห่ง ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าทิศทางนี้มีโอกาสเติบโตและสร้างรายได้ที่จับต้องได้เร็วกว่าการรอให้ผู้คนหันมาซื้อแว่น VR ทุกบ้าน

อย่างไรก็ตาม Meta ยืนยันว่ายังไม่ทิ้งฮาร์ดแวร์ VR ไปเสียทีเดียว แต่จะปรับโรดแมปให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายแต่ละช่วงมากขึ้นแทน สิ่งที่น่าสนใจคือการที่ Mark Zuckerberg เริ่มหันไปให้ความสำคัญกับอุปกรณ์สวมใส่พลัง AI (AI Wearables) มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยมองว่าในอนาคตอันใกล้ แว่นตาที่คนส่วนใหญ่ใส่จะเป็นแว่นอัจฉริยะที่ฝัง AI เข้าไปภายใน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ดูจะใกล้ตัวและใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวันมากกว่า
ความสำเร็จของแว่นอัจฉริยะที่พัฒนาร่วมกับ EssilorLuxottica เป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่ากลยุทธ์ใหม่นี้มาถูกทาง เพราะยอดขายในปี 2025 พุ่งสูงขึ้นถึง 7 ล้านชิ้น หรือโตขึ้นกว่า 3 เท่าตัวเมื่อเทียบกับช่วงสองปีแรก ซึ่ง Mark Zuckerberg ถึงกับออกปากชมว่าเป็นหนึ่งในสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เติบโตเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ และคาดว่าจะกลายเป็นหัวหอกหลักในการทำกำไรให้บริษัทในอนาคตอันใกล้
การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า Meta เลือกที่จะอยู่กับความเป็นจริงมากกว่าการไล่ตามภาพฝันที่ยังมาไม่ถึง โดยการดึงพลังของ AI มาใส่ในอุปกรณ์ที่คนพร้อมจะใส่ และนำโลกเสมือนมาไว้ในมือถือที่ทุกคนมีอยู่แล้ว ถือเป็นการปรับตัวที่น่าจับตามองว่าก้าวต่อไปของบริษัทจะเป็นอย่างไร หากสนใจรายละเอียดของแว่น AI รุ่นใหม่ที่กำลังจะมาในปีนี้ บอกมาได้เลยนะ เดี๋ยวไปค้นข้อมูลเจาะลึกมาให้







