Windows 11 เตรียมเพิ่มปุ่มเช็กความเร็วเน็ตบน Taskbar ไม่ต้องพึ่งเว็บนอก
ครบจบภายในที่เดียว

สายเช็กความเร็วเน็ตเตรียมเฮ เพราะ Microsoft กำลังพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ที่จะช่วยให้เราตรวจสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตได้ทันทีจากแถบ Taskbar โดยไม่ต้องเปิดเบราว์เซอร์แล้วพิมพ์หาเว็บเทสต์สปีดให้เสียเวลา ฟีเจอร์นี้ถูกพบในอัปเดตล่าสุดของ Windows 11 สำหรับกลุ่ม Windows Insider ใน Release Preview Channel ซึ่งจะเพิ่มตัวเลือกในเมนูเมื่อคลิกขวาที่ไอคอนเครือข่ายบริเวณมุมขวาล่างของจอ ช่วยให้การวินิจฉัยปัญหาการเชื่อมต่อทำได้รวดเร็วขึ้นกว่าเดิมมาก
กลไกการทำงานของปุ่มนี้จะเชื่อมต่อเข้ากับระบบตรวจสอบความเร็วของ Bing ซึ่งใช้โครงสร้างพื้นฐานจาก Ookla (ผู้ให้บริการ Speedtest ที่เราคุ้นเคย) แม้ในปัจจุบันการคลิกปุ่มจะยังเป็นการเปิดหน้าเว็บขึ้นมาเพื่อแสดงผล แต่การมีทางลัดที่เข้าถึงได้ด้วยการคลิกเพียงไม่กี่ครั้งก็ช่วยลดขั้นตอนการทำงานได้ดี โดยระบบรองรับการทดสอบทั้งการเชื่อมต่อผ่านสาย Ethernet, Wi-Fi และเครือข่ายมือถือ (Cellular) เหมาะมากสำหรับคนที่ใช้โน้ตบุ๊กทำงานนอกสถานที่บ่อยๆ
นอกจากเรื่องความเร็วเน็ตแล้ว อัปเดต Build 26100 (เวอร์ชัน 24H2) และ Build 26200 (เวอร์ชัน 25H2) ยังมีการเพิ่มความสามารถใหม่ให้กับเมนู Settings ของกล้องด้วย โดยผู้ใช้งานจะสามารถควบคุมการแพน (Pan) และการเอียง (Tilt) ของกล้องได้โดยตรงจากหน้าการตั้งค่าใน Windows (สำหรับกล้องรุ่นที่รองรับ) ช่วยให้การจัดมุมกล้องระหว่างประชุมออนไลน์สะดวกขึ้นโดยไม่ต้องติดตั้งซอฟต์แวร์เพิ่มเติมจากผู้ผลิตกล้อง
สำหรับสายปรับแต่งโต๊ะคอม Microsoft ก็ได้เพิ่มการรองรับไฟล์ภาพนามสกุล .webp ให้สามารถตั้งค่าเป็นวอลเปเปอร์พื้นหลังได้โดยตรงแล้ว จากเดิมที่มักจะพบปัญหาไฟล์ไม่รองรับจนต้องเสียเวลาไปแปลงไฟล์เป็น .jpg หรือ .png ก่อน รวมถึงยังมีการอัปเดตชุด Emoji เป็นเวอร์ชัน 16.0 ที่มีไอคอนใหม่ๆ เพิ่มเข้ามา เช่น ใบหน้าที่มีถุงใต้ตา หรือไอคอนต้นไม้ที่ไม่มีใบ เพื่อให้การสื่อสารมีสีสันมากขึ้น
อีกหนึ่งไฮไลต์ที่น่าสนใจคือการปรับปรุงหน้าตาของ Widgets ที่เปลี่ยนจากการเปิดเป็นหน้าต่างเล็กๆ มาเป็นประสบการณ์แบบเต็มหน้า (Full-page) เพื่อให้จัดการข้อมูลต่างๆ ได้ง่ายขึ้น รวมถึงการเพิ่มระบบ Sysmon แบบ Built-in สำหรับผู้ใช้งานระดับสูงที่ต้องการมอนิเตอร์เหตุการณ์ต่างๆ ในระบบเพื่อความปลอดภัย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า Windows 11 ในปี 2026 นี้ พยายามรวบรวมเครื่องมือสารพัดประโยชน์มาไว้ในตัว OS ให้ครบจบในที่เดียว
ปัจจุบันฟีเจอร์เหล่านี้ยังอยู่ในช่วงการทดสอบขั้นสุดท้ายใน Release Preview Channel ซึ่งหมายความว่าคนทั่วไปที่ใช้ Windows 11 เวอร์ชันเสถียรน่าจะได้สัมผัสของจริงกันในอัปเดตใหญ่รอบถัดไปช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์หรือต้นเดือนมีนาคมนี้ ใครที่ชอบความเป็นระเบียบและอยากให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำอะไรได้มากขึ้นโดยไม่ต้องลงแอปเสริมเยอะๆ บอกเลยว่าอัปเดตรอบนี้ตอบโจทย์แน่นอน







