Nintendo ยอมรับยอดขาย Switch 2 นอกญี่ปุ่นต่ำกว่าคาด
แม้จะทุบสถิติขายเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ของค่าย

กลายเป็นประเด็นที่เหล่านักลงทุนให้ความสนใจไม่น้อย เมื่อ Shuntaro Furukawa ประธานของ Nintendo ออกมายอมรับในระหว่างการประชุมผู้ถือหุ้นสัปดาห์นี้ว่า ยอดขายฮาร์ดแวร์ Switch 2 ในตลาดต่างประเทศช่วงปลายปี 2025 ที่ผ่านมานั้น ต่ำกว่าความคาดหมายเล็กน้อย แม้ว่าในประเทศญี่ปุ่นเองตัวเครื่องจะทำผลงานได้ดีเยี่ยมจนเกินคาดก็ตาม ข้อมูลนี้สอดคล้องกับตัวเลขยอดขายในสหรัฐอเมริกาที่ลดลงถึง 35% เมื่อเทียบกับช่วงวันหยุดปีแรกของ Switch รุ่นแรกในปี 2017 และในสหราชอาณาจักรที่ตามหลังอยู่ราว 16%
สาเหตุสำคัญที่ทำให้ยอดขายในญี่ปุ่นพุ่งทะยานสวนทางกับภูมิภาคอื่น เป็นเพราะมีเกมแม่เหล็กอย่าง Pokémon Legends: Z-A Nintendo Switch 2 Edition และ Kirby Air Riders ที่วางจำหน่ายเฉพาะบนเครื่องรุ่นใหม่ในช่วงเทศกาลพอดี ซึ่งทั้งสองซีรีส์นี้มีฐานแฟนคลับในญี่ปุ่นที่เหนียวแน่นมาก ทำให้เจ้าของเครื่อง Switch รุ่นเดิมตัดสินใจอัปเกรดเป็นเครื่องรุ่นใหม่ในอัตราที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับผู้เล่นในโซนตะวันตก
ในทางกลับกัน ฝั่งตลาดโลกกลับต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ขาดแคลนเกมระดับแม่เหล็กในช่วงวันหยุด แม้จะมีการวางจำหน่าย Metroid Prime 4: Beyond ในช่วงต้นเดือนธันวาคม แต่ดูเหมือนว่ายอดขายจะเริ่มต้นได้ค่อนข้างช้า โดยทำยอดขายรวมทั้งสองเวอร์ชัน (Switch และ Switch 2) ไปได้ประมาณ 1 ล้านชุด ซึ่ง Nintendo เองก็ดูจะคาดการณ์ความเสี่ยงนี้ไว้แล้วจากการที่ตัวเกมมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบเป็น Open-world ที่อาจจะดูล่าสมัยไปบ้างในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของ Switch 2 ก็ยังไม่ได้แย่ไปซะหมด เพราะปัจจุบันมียอดจำหน่ายทั่วโลกทะลุ 17.37 ล้านเครื่องไปแล้ว (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2025) และยังครองตำแหน่งคอนโซลที่ขายได้เร็วที่สุดตั้งแต่เปิดตัวของค่าย โดยมี Mario Kart World เป็นเกมชูโรงที่มียอดขายสูงถึง 14.03 ล้านชุด ซึ่งตัวเลขมหาศาลนี้ส่วนหนึ่งมาจากยอดขายแบบมัดรวมเครื่อง (Bundle) ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก
ก้าวต่อไปของ Nintendo ในปี 2026 คือการเติมเต็มคลังเกม First-party ให้เข้มแข็งขึ้นเพื่อดึงดูดใจเกมเมอร์ทั่วโลก โดยมีคิววางจำหน่ายเกมอย่าง Mario Tennis Fever ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ และ Pokémon Pokopia ในเดือนมีนาคม รวมถึงความหวังสูงสุดของแฟนๆ อย่างเกม Super Mario ภาค 3D ตัวใหม่ที่คาดว่าจะมาทันช่วงคริสต์มาสปีนี้ เพื่อกระตุ้นยอดขายให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง
นอกจากนี้ Nintendo ยังต้องจับตาดูสถานการณ์ราคาชิ้นส่วนหน่วยความจำ (RAM) อย่างใกล้ชิด เพราะหากต้นทุนพุ่งสูงเกินไปอาจส่งผลต่อกำไรในอนาคต แต่ในตอนนี้ยังไม่มีแผนจะปรับราคาเครื่องขึ้นแต่อย่างใด ถือเป็นช่วงเวลาที่ท้าทายของค่ายแดงในการรักษาโมเมนตัมให้คงที่ทั่วโลก







