เมื่อใครก็ Vibe Coding สร้าง Micro App ไว้ใช้เองได้
เทรนด์ใหม่มาแรงเมื่อการเขียนโปรแกรมไม่ใช่เรื่องของโปรแกรมเมอร์อีกต่อไป

ลองจินตนาการถึงโลกที่หากอยากได้แอปพลิเคชันสักตัวมาแก้ปัญหาจุกจิกในชีวิตประจำวัน แทนที่จะต้องไปควานหาใน App Store หรือจ้างคนเขียนด้วยเงินมหาศาล แต่เรากลับสร้างมันขึ้นมาเองได้ภายในไม่กี่วัน นี่คือสิ่งที่ Rebecca Yu นักศึกษาสาวที่ไม่มีพื้นฐานด้านเทคนิคทำสำเร็จ เธอใช้เวลาเพียง 7 วันในการสร้าง Where2Eat แอปเว็บสำหรับช่วยเลือกประหยัดเวลาตัดสินใจเลือกร้านอาหารกับกลุ่มเพื่อน โดยมีผู้ช่วยมือหนึ่งอย่าง Claude และ ChatGPT ในการช่วยเขียนโค้ดผ่านการบรรยายความต้องการ หรือที่เรียกกันว่า Vibe Coding
ปรากฏการณ์นี้ถูกเรียกว่าการสร้าง Micro Apps หรือแอปพลิเคชันส่วนตัวขนาดเล็กที่สร้างขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์เฉพาะกิจ เฉพาะกลุ่ม หรือแม้แต่ใช้เพียงชั่วคราวแล้วลบทิ้ง เช่น Jordi Amat ที่สร้างเกมเว็บแบบง่ายๆ ให้ครอบครัวเล่นในช่วงวันหยุดยาวและปิดตัวลงเมื่อจบพักร้อน หรือแม้แต่ผู้เชี่ยวชาญอย่าง Shamillah Bankiya และ Darrell Etherington ต่างก็หันมาใช้เครื่องมืออย่าง Replit และ Lovable เพื่อสร้างแอปแปลภาษาพอดแคสต์ไว้ใช้งานส่วนตัวโดยไม่ต้องง้อแอปเสียเงินรายเดือน
แม้แต่โปรแกรมเมอร์มืออาชีพเองก็ยังหลงรักเทรนด์นี้ James Waugh วิศวกรซอฟต์แวร์เล่าว่าเขาใช้ Vibe Coding สร้างเครื่องมือวางแผนการทำอาหารที่เป็นงานอดิเรกของเขา รวมถึงยังเคยสร้างแอปบันทึกอาการใจสั่นให้เพื่อนสนิทเพื่อใช้เก็บข้อมูลไปปรึกษาแพทย์โดยเฉพาะ ความสวยงามของ Micro Apps คือมันขจัดช่องว่างระหว่างความต้องการที่ซับซ้อนในใจกับข้อจำกัดของซอฟต์แวร์สำเร็จรูปที่มีขายตามท้องตลาด ทำให้ซอฟต์แวร์กลายเป็นสิ่งที่เข้าถึงได้และเป็นส่วนตัวเหมือนกับการเขียนบันทึก

ในแง่ของธุรกิจ สตาร์ทอัพกลุ่ม Vibe Coding กำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างหนัก เช่น Anything ที่เพิ่งระดมทุนได้ 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 345 ล้านบาท นำโดยกลุ่ม Footwork และยังมี Vibecode ที่คว้าเงินทุนรอบ Seed ไปอีก 9.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 295 ล้านบาท จากกองทุน Seven Seven Six ของ Alexis Ohanian ผู้ร่วมก่อตั้ง Reddit สะท้อนให้เห็นว่าโลกกำลังเคลื่อนเข้าสู่ยุคที่การสร้างแอปจะง่ายเหมือนกับการโพสต์มีมบนโซเชียลมีเดีย
อย่างไรก็ตาม การสร้างแอปเองก็ยังมีอุปสรรคอยู่บ้าง โดยเฉพาะบนสมาร์ทโฟนอย่าง iPhone ที่การจะนำแอปไปลงเครื่องต้องผ่านขั้นตอนที่ยุ่งยากและมีค่าใช้จ่ายบัญชีนักพัฒนาของ Apple รวมถึงประเด็นเรื่องความปลอดภัยและบั๊กต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นเนื่องจากโค้ดถูกเจนขึ้นโดย AI โดยไม่มีการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ แต่ถึงอย่างนั้น เหล่านักสร้างแอปหน้าใหม่ต่างมองว่านี่คือโอกาสอันน่าตื่นเต้นที่จะได้แก้ปัญหาในชีวิตด้วยมือของตัวเอง (และ AI) โดยไม่ต้องรอใครมาทำให้
ในอนาคตอันใกล้ เราอาจเห็น Micro Apps เข้ามาแทนที่การใช้ตาราง Spreadsheet ในหลายๆ เรื่อง เพราะมันช่วยเติมเต็มช่องว่างระหว่างการเก็บข้อมูลดิบกับการเป็นผลิตภัณฑ์ดิจิทัลที่สมบูรณ์แบบได้ดีกว่า เหมือนกับที่ Hollie Krause สร้างแอปติดตามอาการภูมิแพ้ให้คนในบ้านเสร็จภายในเวลาแค่ช่วงมื้อเย็นมื้อเดียว ซึ่งเธอเชื่อมั่นว่าพลังของ Vibe Coding จะช่วยสร้างนวัตกรรมที่ช่วยชีวิตผู้คนในระดับชุมชนที่เข้าไม่ถึงเทคโนโลยีราคาแพงได้อย่างมหาศาล






