4 เหตุผลทำไม “สาวจีน” ถึงต่อต้านตัวละครใหม่ใน Love and Deepspace
หลังค่ายประกาศถอดตัวละครใหม่อย่าง Valko จนเกิดเป็นดราม่าทั้งฝั่ง CN และ Global

สวัสดีครับเพื่อน ๆ ชาวเกมเมอร์ทุกท่าน กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่าส่งท้ายสัปดาห์ที่ทำเอาคอมมูนิตี้เกมแนว Otome หรือเกมจีบหนุ่มต้องสั่นสะเทือนกันทั่วโลกเลยครับ เมื่อ Love and Deepspace เกม 3D พันล้านสุดฮิต ได้ประกาศเปิดตัวละครใหม่อย่าง “Valko” ออกมาให้แฟน ๆ ได้ตื่นเต้น แต่ทว่าไม่ทันไร ทางออฟฟิศเชียลกลับตัดสินใจหักดิบสั่ง “ลบ” ตัวละครนี้ออกไปทันทีหลังจากโดนกระแสต่อต้านอย่างหนักจากผู้เล่นฝั่งจีน ซึ่งเป็นฐานลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่สุด จนลามกลายเป็นดราม่าบานปลายไปยังฝั่ง Global และไทยที่รู้สึกเสียดายคอนเทนต์ใหม่นี้ไปตาม ๆ กันครับ ในฐานะคนนอกหลายคนอาจจะมองว่า การเพิ่มตัวละครใหม่น่าจะเป็นเรื่องดีที่ช่วยเพิ่มสีสันให้เกมไม่ใช่หรอ? แต่ทำไมสำหรับสาวจีนแล้ว เรื่องนี้ถึงยอมรับไม่ได้เด็ดขาด วันนี้เราจะพาทุกคนไปเจาะลึก 4 เหตุผลเบื้องหลังดราม่าครั้งนี้กันครับ
1. วัฒนธรรม “รักเดียวใจเดียว” ที่รุนแรงของสาวจีน

สำหรับแฟนเกมจีบหนุ่มในแดนมังกร วัฒนธรรมการเล่นของพวกเธอจะมีความเฉพาะตัวสูงมากครับ โดยผู้เล่นส่วนใหญ่จะยึดมั่นในแนวคิด “แฟนเดี่ยว” หรือที่เรียกกันว่าการมี “เมน” เพียงคนเดียว ซึ่งพวกเธอไม่ได้มองตัวละครเป็นแค่ภาพกราฟิกในจอ แต่รักและผูกพันราวกับเป็นคู่ชีวิตจริง ๆ ดังนั้น การเพิ่มตัวละครใหม่อย่าง Valko เข้ามา จึงเปรียบเสมือนการมี “มือที่สาม” เข้ามาแทรกกลางในความสัมพันธ์แบบรักเดียวใจเดียวที่พวกเธอทะนุถนอมและสะสมมานาน กลุ่มผู้เล่นฝั่งจีนจึงเกิดความรู้สึกต่อต้าน เพราะมองว่าระบบเกมกำลังพยายามยัดเยียดผู้ชายคนใหม่เข้ามาในชีวิต และทำให้โฟกัสความรักที่มีต่อตัวละครเดิมนั้นถูกสั่นคลอน ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้เด็ดขาดในคอมมูนิตี้เกม Otome ของจีนครับ
2. ปัญหาการหารส่วนแบ่งทรัพยากร

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือเรื่องของ “ทรัพยากร” ในการพัฒนาเกมครับ อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่า Love and Deepspace เป็นเกม 3D คุณภาพสูงที่ต้องใช้ทุนสร้างและเวลาในการทำอนิเมชั่นรวมถึงเนื้อเรื่องมหาศาล ซึ่งเงินทุนเหล่านั้นก็มาจากกระเป๋าของผู้เล่นที่เปย์ให้กับเมนของตัวเองทั้งนั้นครับ พอมีการประกาศเพิ่มตัวละครใหม่อย่าง Valko เข้ามา สาวจีนจึงเกิดความกังวลทันทีว่า ค่ายเกมจะต้องแบ่งทั้งกำลังคน เวลา และงบประมาณไปเฉลี่ยให้ตัวละครใหม่ด้วย ส่งผลให้คอนเทนต์ แฟลชแบ็ก หรือการ์ดอีเวนต์ของตัวละครเดิมที่พวกเธอรักอาจจะถูกลดทอนคุณภาพลง หรืออัปเดตได้ช้ากว่าเดิม พวกเธอจึงมองว่ามันไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย ที่เงินเปย์ของพวกเธอแทนที่จะถูกนำไปพัฒนาผู้ชายคนเดิม ให้สมน้ำสมเนื้อ แต่กลับถูกแบ่งไปใช้สร้างผู้ชายคนใหม่ที่พวกเธอไม่ได้ต้องการครับ
3. คอนเทนต์ที่ไม่ได้สนใจ คือภาระในการเล่น

ในมุมมองของคนเล่นเกมทั่วไป การอัปเดตระบบหรือมีกิจกรรมใหม่ ๆ อาจดูเป็นเรื่องน่าสนุกครับ แต่สำหรับเกมแนวนี้ที่มีระบบกาชาเข้ามาเกี่ยวข้อง การเพิ่มตัวละครใหม่หมายถึงจำนวนตู้สุ่ม การ์ดความทรงจำ และอีเวนต์ที่จะต้องเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว ซึ่งสาวจีนหลายคนมองว่าคอนเทนต์ของ Valko ที่เพิ่มเข้ามา แต่พวกเธอไม่ได้สนใจเนี่ย มันกำลังกลายเป็น “ภาระ” ในการเล่นไปเสียอย่างนั้นครับ ทั้งในแง่ของเวลาที่ต้องมานั่งเคลียร์ภารกิจ และความกดดันสำหรับสายเก็บสะสมคอลเลกชั่นที่รู้สึกว่าตัวเกมเริ่มแน่นจนเกินไป แทนที่จะได้เล่นเกมแบบผ่อนคลายและมีความสุขกับเมนหลักอย่างเต็มที่ กลับต้องมาคอยแบกรับระบบการเล่นที่ขยายตัวขึ้นเพื่อซัพพอร์ตตัวละครใหม่ จนทำให้เกิดอาการอิ่มตัวและเหนื่อยล้ากับการตามเกม หรือที่เรียกว่า Burnout กันไปตาม ๆ กันครับ
4. ความอ่อนไหวต่อ “การผิดสัญญา” ของค่ายเกม

ประเด็นสุดท้ายที่ทำให้ดราม่านี้ระเบิดเป็นวงกว้าง คือเรื่องความเชื่อใจและ “คำมั่นสัญญา” ครับ เพราะในอดีตค่ายเกมแนวนี้หลายค่ายมักจะมีการส่งสัญญาณ หรือให้คำมั่นสัญญา implicit กับผู้เล่นตั้งแต่ช่วงเปิดเกมว่าจะโฟกัสที่ตัวละครชุดแรกเป็นหลัก เพื่อให้ผู้เล่นสบายใจที่จะเปย์และทุ่มเทความรู้สึกให้เต็มที่ พอจู่ ๆ ค่ายเกมกลับลำประกาศเพิ่ม Valko เข้ามาดื้อ ๆ สาวจีนจึงมองว่านี่คือพฤติกรรม “ผิดสัญญา” และหักหลังความไว้ใจของผู้บริโภคอย่างรุนแรงครับ ยิ่งคอมมูนิตี้เกมในจีนมีความตื่นตัวเรื่องสิทธิ์ของผู้บริโภคสูงมาก พวกเธอจึงไม่ยอมปล่อยผ่านการกระทำที่มองว่าค่ายเกมกำลังหิวเงินและละเลยความรู้สึกของฐานลูกค้าเก่า การประท้วงอย่างหนักจึงเกิดขึ้นเพื่อส่งข้อความไปถึงออฟฟิศเชียลว่า แฟนเกมคือผู้กำหนดทิศทาง และค่ายเกมต้องรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับพวกเธอครับ

ดราม่าการถอดตัวละคร Valko ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนครับว่า พลังของผู้บริโภค โดยเฉพาะฐานลูกค้ากระเป๋าหนักในจีน มีอิทธิพลต่อการกำหนดทิศทางของเกมมากแค่ไหน แม้ว่าในมุมของเกมเมอร์ฝั่ง Global และชาวไทยจะรู้สึกเสียดายที่จะไม่ได้เห็นคอนเทนต์ใหม่ ๆ แต่สำหรับฝั่งจีนแล้ว นี่คือการปกป้องพื้นที่ความสุขและความสัมพันธ์ระหว่างพวกเธอกับตัวละครที่รักอย่างที่สุดครับ สุดท้ายนี้ความท้าทายครั้งใหญ่จึงตกมาอยู่ที่ค่ายเกม ว่าหลังจากนี้จะหาตรงกลางอย่างไร ให้เกมขยายตัวต่อไปได้โดยไม่ทำร้ายจิตใจแฟนเกมเดนตายกลุ่มเดิม แล้วเพื่อน ๆ ล่ะครับ คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ คิดว่าค่ายเกมทำถูกแล้วหรือเปล่าที่ยอมถอย? ลองมาคอมเมนต์พูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมองกันได้นะครับ ส่วนวันนี้ผมคงต้องขอตัวลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้า สวัสดีครับ







