เทคโนโลยี

YouTube สั่งบล็อกการฟังเพลงเบื้องหลังผ่านเบราว์เซอร์แล้ว

ทางเลือกเดียวที่เหลือคือยอมจ่ายหรือเลิกฟัง

กลายเป็นเรื่องน่าผิดหวังสำหรับผู้ใช้งาน Android หลายคนที่เคยอาศัยช่องว่างของระบบในการฟังเสียงวิดีโอ YouTube ในขณะที่ปิดหน้าจอ หรือที่เรียกว่า Background Playback เพราะล่าสุด Google ได้เริ่มมาตรการขั้นเด็ดขาดในการบล็อกทางลัดนี้ผ่านเบราว์เซอร์บุคคลที่สามอย่างเป็นทางการแล้ว โดยผู้ใช้เบราว์เซอร์ยอดนิยมทั้ง Samsung Internet, Brave, Vivaldi และ Microsoft Edge ต่างรายงานเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่สามารถสลับไปแอปอื่นหรือปิดจอเพื่อฟังเพลงได้เหมือนแต่ก่อน

รายงานจาก 9to5Google ระบุว่าความผิดปกติที่เกิดขึ้นพร้อมกันในหลายเบราว์เซอร์นี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการจงใจอัปเดตระบบจากทาง YouTube โดยตรงเพื่อให้ประสบการณ์การใช้งานเป็นไปในทิศทางเดียวกันทุกแพลตฟอร์ม ซึ่งจากการทดสอบพบว่าเมื่อหน้าจอโทรศัพท์ดับลง วิดีโอจะหยุดเล่นภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น ทิ้งให้ผู้ใช้ที่เคยชินกับการฟังพอดแคสต์หรือเพลงโดยไม่เปิดหน้าจอต้องเจอกับความเงียบงัน

โฆษกของ Google ได้ยืนยันกับสื่อต่างประเทศว่า ฟีเจอร์การเล่นวิดีโอเบื้องหลังนั้นถูกออกแบบมาให้เป็นสิทธิพิเศษเฉพาะผู้ที่สมัครสมาชิก YouTube Premium เท่านั้น แม้ว่าในอดีตผู้ใช้จะสามารถเลี่ยงไปใช้เบราว์เซอร์อื่นนอกจาก Chrome เพื่อใช้งานฟีเจอร์นี้ได้ฟรี แต่การอัปเดตครั้งล่าสุดนี้ถือเป็นการปิดช่องโหว่ที่เคยมีมาอย่างถาวร เพื่อจูงใจให้ผู้คนหันมาสนับสนุนบริการแบบชำระเงินมากขึ้น

youtube-block-browser-background

สำหรับในประเทศไทย ราคาค่าบริการ YouTube Premium ปัจจุบันมีการปรับขึ้นมาอยู่ที่ 179 บาทต่อเดือน สำหรับแพ็กเกจบุคคล (จากเดิม 159 บาท) หากสมัครผ่านเว็บไซต์หรือ Android แต่ถ้าใครสมัครผ่านระบบ iOS ของ Apple ราคาจะขยับขึ้นไปถึง 239 บาทต่อเดือน นอกจากนี้ยังมีแพ็กเกจครอบครัวที่ราคาขยับขึ้นเป็น 359 บาทต่อเดือน ซึ่งเมื่อหารกันสูงสุด 6 คนแล้วจะตกคนละประมาณ 60 บาท ซึ่งยังถือเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับคนที่ใช้งานเป็นประจำ

ทางด้านเบราว์เซอร์สายเน้นความเป็นส่วนตัวอย่าง Brave แม้จะมีบางช่วงที่ผู้ใช้รายงานว่ากลับมาใช้งานได้ชั่วคราวหลังการอัปเดต แต่ดูเหมือนว่าจะเป็นเพียงการไล่กวดกันในเชิงเทคนิค เพราะฝั่ง YouTube เองก็คอยปรับปรุงระบบบนเซิร์ฟเวอร์เพื่อสกัดกั้นการทำงานเหล่านี้อยู่ตลอดเวลา สถานการณ์นี้ทำให้ผู้ใช้เข้าสู่สภาวะ Pay up or give up หรือถ้าไม่ยอมจ่ายเงินสมัครสมาชิก ก็ต้องยอมสละความสะดวกสบายในการฟังเสียงแบบปิดหน้าจอไป

มาตรการครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ใหญ่จาก Google ที่ต้องการเปลี่ยนผู้ใช้ฟรีให้กลายเป็นสมาชิกแบบชำระเงิน หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยมีการกวาดล้างแอปเสริมประเภท Ad-blocker ไปแล้วอย่างหนักหน่วง ใครที่กำลังมองหาทางออกอื่นนอกจาก YouTube Premium อาจจะต้องลองพิจารณาบริการ Music Streaming เจ้าอื่น หรือยอมควักเงินจ่ายเพื่อตัดความรำคาญใจในระยะยาว เพราะดูท่าทางแล้ว Google คงไม่ปล่อยให้ช่องโหว่นี้กลับมาใช้งานได้ง่ายๆ อีกแน่นอน

ที่มา
Mashable

Artherlus

แค่คนทั่วไปที่หลงใหลในวงการไอที
Back to top button