เทคโนโลยี

เกมเมอร์มีหนาว Xbox ชี้ต้นทุนความจุและแรมอาจพุ่งสูงเกิน 5 เท่าปลายปี 2027

ส่งผลกระทบต่อราคาเครื่องเล่นเกมยุคหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ล่าสุดมีข้อมูลหลุดมาจากบันทึกภายในของค่าย Xbox ที่เขียนโดยซีอีโอคนใหม่ Asha Sharma ร่วมกับผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์ Matt Brody ซึ่งเนื้อหาด้านในมีการคาดการณ์สถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงเกี่ยวกับต้นทุนชิ้นส่วนฮาร์ดแวร์ โดยเฉพาะหน่วยความจำสำรองหรือสตอเรจ และแรม ที่มีแนวโน้มว่าจะดีดตัวสูงขึ้นมากกว่า 5 เท่าภายในช่วงเทศกาลวันหยุดปลายปี 2027

ตัวเลขต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแบบปุบปับ แต่เริ่มส่งสัญญาณมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2025 โดยในบันทึกระบุว่าราคาชิ้นส่วนจัดเก็บข้อมูลของตัวเครื่องได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าในช่วงต้นปี 2026 และยังคงเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวในเวลาต่อมา ซึ่งการเติบโตของเทคโนโลยี AI ทั่วโลกในปัจจุบันกลายเป็นสาเหตุหลักที่เข้าไปแย่งชิงกำลังการผลิตชิ้นส่วนหน่วยความจำจากโรงงาน ส่งผลให้ราคาตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นจนแบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft ยังต้องปวดหัว

ทางฝั่งผู้บริหารยอมรับว่า แม้ปัญหาวิกฤตชิ้นส่วนนี้จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมไอทีในวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์คอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊กต่างก็โดนกันถ้วนหน้า แต่ฝั่ง Xbox กลับได้รับผลกระทบที่รุนแรงกว่าเพื่อน เนื่องจากทิศทางและการตัดสินใจเลือกใช้สถาปัตยกรรมระบบในช่วงครึ่งทศวรรษที่ผ่านมา ทำให้โครงสร้างตัวเครื่องมีความเปราะบางต่อการผันผวนของราคาชิ้นส่วนกลุ่มนี้เป็นพิเศษ

xbox-predict-ram-storage-price-hike

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ตอนนี้ทางค่ายประสบปัญหาไม่สามารถผลิตเครื่องคอนโซลออกมาได้มากพอตามความต้องการของตลาด และเริ่มมองว่าโมเดลธุรกิจรูปแบบเดิมที่เน้นการขายเครื่องในราคาขาดทุนเพื่อไปเอากำไรจากซอฟต์แวร์อาจจะใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์รวมถึงการมองหาพันธมิตรใหม่ๆ ในการเข้ามาช่วยผลิตและกระจายความเสี่ยงด้านต้นทุนฮาร์ดแวร์จึงเป็นทางเลือกสำคัญที่กำลังถูกนำมาพิจารณา

ความกังวลนี้ยังลามไปถึงโปรเจกต์เครื่องเล่นเกมยุคใหม่อย่าง Project Helix ที่แว่วมาว่าสเปกภายในจะจัดเต็มทั้งความจุและแรมขนาดใหญ่ ซึ่งหากราคาชิ้นส่วนยังคงเดินหน้าพุ่งทะยานทะลุ 500 เปอร์เซ็นต์ตามที่คาดการณ์ไว้จริง ราคาขายปลีกของตัวเครื่องเมื่อถึงกำหนดวางจำหน่ายในช่วงปลายปี 2027 ก็อาจจะดีดตัวสูงขึ้นตามไปด้วย จนอาจกลายเป็นเครื่องเล่นเกมระดับพรีเมียมที่มีราคาสูงเกินกว่าที่แฟนเกมทั่วไปจะเข้าถึงได้ง่าย

แม้ว่าทางทีมงานจะยังคงยืนยันความมุ่งมั่นในการพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับอนาคตอย่างเต็มที่ แต่อนาคตของเครื่องเกมคอนโซลยุคต่อไปอาจต้องเปลี่ยนโฉมหน้าไปจากที่เราคุ้นเคยอย่างแน่นอน สำหรับพวกเราที่เป็นคนเล่นเกมก็คงต้องจับตากันดูต่อไปว่าทางออกของปัญหานี้จะเป็นอย่างไร และหวังว่าสถานการณ์ตลาดชิ้นส่วนโลกจะคลี่คลายลงทันเวลาก่อนที่กระเป๋าเงินของคนชอบเล่นเกมจะฉีกไปมากกว่านี้

ที่มา
Digitalfoundry

Artherlus

แค่คนทั่วไปที่หลงใหลในวงการไอที
Back to top button