
กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่าในเว็บบอร์ดต่างประเทศอย่าง Reddit เมื่ออัปเดตความปลอดภัยประจำเดือนมกราคม 2026 รหัส KB5074109 ของ Windows 11 กลายเป็นฝันร้ายของคนใช้การ์ดจอ Nvidia โดยมีรายงานหนาหูว่าหลังจากติดตั้งแพตช์นี้ไปแล้ว เฟรมเรตในเกม (FPS) ร่วงกราวลงไปถึง 15-20 เฟรม แถมยังพ่วงมาด้วยอาการกระตุกจังหวะสั้นๆ (Micro-stutter) และอาการจอภาพดับชั่วคราวที่ทำเอาหลายคนขวัญเสีย
ความซวยนี้ดูเหมือนจะพุ่งเป้าไปที่ผู้ใช้งาน Windows 11 เวอร์ชัน 24H2 และ 25H2 ที่ใช้การ์ดจอค่ายเขียวเป็นหลัก โดยอาการที่พบมีตั้งแต่ประสิทธิภาพถดถอยไปจนถึงขั้นไดรเวอร์ค้าง (Driver Crash) ภายใต้ภาระการทำงานหนัก แม้แต่การ์ดจอรุ่นใหม่อย่าง RTX 5080 หรือ 5090 ก็ยังมีรายงานว่าโดนบั๊กนี้เล่นงานจนเฟรมเรตสวิงไม่นิ่งเหมือนเคย ทำให้ประสบการณ์การเล่นเกมที่ควรจะลื่นไหลกลับกลายเป็นความหงุดหงิดในชั่วข้ามคืน
ที่น่าเจ็บใจกว่านั้นคือ Microsoft ยังไม่มีการออกมาประกาศรับรองบั๊กนี้อย่างเป็นทางการในเอกสาร Known Issues ทำให้ยังไม่มีการปล่อยแพตช์แก้ด่วน (Hotfix) ออกมาโดยตรง ในขณะที่ฝั่ง Nvidia เองก็ได้พยายามส่งไดรเวอร์ Game Ready ตัวใหม่ (เวอร์ชัน 591.74) ออกมาช่วยบรรเทาอาการแล้ว แต่ผู้เล่นส่วนใหญ่ยืนยันว่าวิธีเดียวที่ทำให้ความแรงกลับมาเหมือนเดิม 100% คือการสั่งถอนการติดตั้งอัปเดตเจ้าปัญหานี้ทิ้งไปเสีย

นอกจากเรื่องเกมแล้ว แพตช์ KB5074109 ยังแผลงฤทธิ์ใส่ส่วนอื่นๆ ของระบบ ไม่ว่าจะเป็นอาการ Outlook ค้างจนเปิดไม่ได้ หรือปัญหาระบบ Remote Desktop ที่ใช้งานไม่ได้ในกลุ่มองค์กร จน Microsoft ต้องรีบส่งอัปเดตฉุกเฉินนอกรอบมาแก้ปัญหาเหล่านั้นไปก่อนหน้า แต่สำหรับชาวเกมเมอร์ที่ประสบปัญหาเรื่องเฟรมเรตตก ดูเหมือนว่าจะยังถูกปล่อยให้รอคอยทางออกที่ยั่งยืนต่อไปท่ามกลางความสงสัยในมาตรฐานการตรวจสอบซอฟต์แวร์
สถานการณ์ปัจจุบันจึงบีบให้เจ้าของพีซีต้องเลือกว่าจะยอมเสี่ยงเรื่องความปลอดภัยโดยการถอนแพตช์ที่รวมการแก้ช่องโหว่กว่า 114 จุดออกไป หรือจะยอมเล่นเกมแบบกระตุกๆ รอจนกว่าจะมีอัปเดตใหม่มาแก้ไข ซึ่งผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าหากใครที่งานการเล่นเกมเป็นหลักและได้รับผลกระทบอย่างหนัก การย้อนกลับไปใช้จุดคืนค่าระบบ (System Restore) ก่อนติดตั้งอัปเดตนี้ดูจะเป็นทางเลือกที่เห็นผลชัดเจนที่สุดในชั่วโมงนี้
บทสรุปของเรื่องนี้ย้ำเตือนใจคนรักพีซีได้เป็นอย่างดีว่าการอัปเดตทันทีอาจมีค่าเท่ากับความเสี่ยงโดยเฉพาะแพตช์ใหญ่ช่วงต้นปีที่มักจะมาพร้อมกับเซอร์ไพรส์ที่ไม่พึงประสงค์เสมอ สำหรับใครที่ยังไม่ได้กดอัปเดต แนะนำให้กด Pause Windows Update ไว้สัก 1-2 สัปดาห์เพื่อรอดูท่าที และหวังว่า Microsoft จะไม่ปล่อยให้ปัญหานี้คาราคาซังจนทำลายบรรยากาศการเล่นเกมของแฟนๆ นานเกินไป







