เทคโนโลยี

[รีวิว] HyperX Cloud III หูฟังเล่นเกมตัวจบ

หมดปัญหาใช้งานร่วมกับอุปกรณ์อื่นไม่ได้

เปิดตัวออกมาเรียบร้อยสำหรับ HyperX Cloud III ชุดหูฟังสำหรับเล่นเกมที่ให้คุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยมและความสะดวกสบายในราคาที่เหมาะสม พร้อมไดรเวอร์ 53 มม. ที่ให้เสียงชัดเจนและแม่นยำ Headband และ Ear Pads ทำจากเมมโมรี่โฟมที่อ่อนนุ่มและบุหนัง ทำให้สวมใส่สบายเป็นเวลานาน ไมโครโฟนสามารถถอดออกได้และมีคุณสมบัติตัดเสียงรบกวนที่ช่วยลดเสียงรบกวนรอบข้าง จะมีอะไรที่น่าสนใจอีกบ้างเราไปหาคำตอบกันเลย

Design

image 5089
[รีวิว] HyperX Cloud III หูฟังเล่นเกมตัวจบ 15

HyperX Cloud III ผลิตจากวัสดุคุณภาพสูง ได้แก่ พลาสติก โลหะ และหนัง หูฟังให้ความรู้สึกแข็งแรงและงานประกอบที่ทำมาอย่างดี Headband และ Ear Pads ทำจากเมมโมรี่โฟมที่อ่อนนุ่ม และสามารถปรับระดับได้ สวมใส่สบายแม้ใช้งานเป็นเวลานาน

image 5090
[รีวิว] HyperX Cloud III หูฟังเล่นเกมตัวจบ 16

หูฟังใช้งานเป็นสีดำพร้อมโลโก้ HyperX สีแดงที่เอียร์คัพ คงเอาไว้ซี่งความเป็นเอกลักษณ์ของทางแบรนด์ แต่ใช้งานได้ดีและมีสไตล์ หูฟังยังมีน้ำหนักเบาน้อยกว่า 300 กรัม

image 5091
[รีวิว] HyperX Cloud III หูฟังเล่นเกมตัวจบ 17
image 5092
[รีวิว] HyperX Cloud III หูฟังเล่นเกมตัวจบ 18

นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับไมโครโฟนแบบถอดได้พร้อมระบบตัดเสียงรบกวน ไมโครโฟนยังสามารถปรับได้ จึงสามารถหาตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการใช้งานได้

image 5093
[รีวิว] HyperX Cloud III หูฟังเล่นเกมตัวจบ 19
image 5094
[รีวิว] HyperX Cloud III หูฟังเล่นเกมตัวจบ 20

อีกทั้งยังมีที่เสียบ 3.5 มม. ที่ช่วยในการใช้งานได้กับหลากหลายอุปกรณ์ หรือหากใครที่มีข้อจำกัดเรื่องพอร์ตดังกล่าวก็สามารถใช้ตัวแปลงที่ให้ใช้งานได้กับพอร์ต USB-C ได้อีกด้วย โดยรวมจึงบอกได้ว่าสามารถใช้งานได้กับอุปกรณ์แทบจะทั้งหมดที่มีในตอนนี้

image 5095
[รีวิว] HyperX Cloud III หูฟังเล่นเกมตัวจบ 21

ข้อสังเกตที่เราพบคือการที่หากใช้งานร่วมกับตัวแปลงจะส่งผลให้สายมีความยาวค่อนข้างที่จะมากพอสมควร หากใครจะใช้งานอาจจะต้องมีตัวจัดการสายให้พอดีกับระยะใช้งานด้วย แต่ปัญหาสายพันระหว่างใช้หมดห่วงได้เนื่องจากมีการใช้งานสายถักที่ป้องกันเอาไว้แล้ว

Experience

image 5096
[รีวิว] HyperX Cloud III หูฟังเล่นเกมตัวจบ 22

คุณภาพเสียงของ HyperX Cloud III ทำออกมาได้ค่อนข้างดีมาก ไดรเวอร์ 53 มม. ให้เสียงที่ชัดเจนและแม่นยำพร้อมการตอบสนองเสียงเบสที่ดีและย่านเสียงที่กว้าง คุณภาพเสียงมีความสมดุลสำหรับการเล่นเกม เพลง และการดูหนัง

image 5097
[รีวิว] HyperX Cloud III หูฟังเล่นเกมตัวจบ 23

หากแยกให้เจาะลึกลงไปของหูฟังจะมาพร้อมกับการตอบสนองเสียงเบสที่ดี เสียงเบสไม่แรงจนเกินไป แต่ยังคงได้ยินและช่วยเพิ่มให้เสียงที่ได้ฟังมีความลงตัวในระดับหนึ่ง

image 5098
[รีวิว] HyperX Cloud III หูฟังเล่นเกมตัวจบ 24

ระบบเสียงของตัวหูฟังใช้งานเป็น DTS X ทำให้ย่านเสียงค่อนข้างที่จะกว้าง หมายความว่าเราจะได้ยินเสียงที่มาจากทุกทิศทาง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการเล่นเกม โดยที่ระบบดังกล่าวจะเป็นการเปิดใช้งานและควบคุมผ่านซอฟต์แวร์ HyperX NGENUITY

image 5099
[รีวิว] HyperX Cloud III หูฟังเล่นเกมตัวจบ 25

คุณภาพเสียงโดยรวมของ HyperX Cloud III นั้นดีมาก ชุดหูฟังมีความสมดุล ให้เสียงที่ชัดเจนและแม่นยำ การตอบสนองของเบสทำได้ดีและย่านเสียงกว้าง เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับเกมเมอร์ที่มองหาประสบการณ์การใช้งานที่ไม่ต้องปรับแต่งอะไรมาก

image 5100
[รีวิว] HyperX Cloud III หูฟังเล่นเกมตัวจบ 26

ไมโครโฟนอยู่ที่ด้านซ้ายและสามารถถอดออกได้ เป็นแบบ cardioid ที่เสียงจะเข้าจากด้านหน้าเป้นหลัก มีคุณสมบัติตัดเสียงรบกวนที่ช่วยลดเสียงรบกวนรอบข้างเพิ่มความคมชัดของเสียงที่เราพูดออกไป

image 5101
[รีวิว] HyperX Cloud III หูฟังเล่นเกมตัวจบ 27

ขณะเดียวกันจุดเด่นที่สุดที่เราสามารถบอกได้เลยว่าคุ้มมากที่จะซื้อมาใช้งานเป็นเรื่องของความเข้ากันได้กับอุปกรณ์อื่น เนื่องจากไม่ว่าเราจะใช้งานอุปกรณ์ที่รองรับพอร์ต 3.5 มม. USB-C หรือ USB-A สามารถที่จะใช้งานร่วมกันได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น PC, PS5, PS4, Xbox Series X|S, Xbox One, Nintendo Switch, Mac และสมาร์ทโฟน ล้วนแล้วแต่ใช้ได้ทั้งสิ้น

Conclusion

โดยรวมแล้ว HyperX Cloud III เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับเกมเมอร์ที่มองหาประสบการณ์เสียงฟังสบายแต่เต็มไปด้วยรายละเอียดรอบด้าน ใช้งานได้กับหลากหลายอุปกรณ์โดยที่ไม่ต้องกังวลว่าซื้อมาแล้วจะใช้ไม่ได้ ด้วยราคา 3,090 บาท ถือว่าเป็นราคาที่ไม่แพงจนเกินไปหากเทียบกับสิ่งที่ได้มา

ข้อดี

– การออกแบบที่สวมใส่สบายและวัสดุที่ทนทาน

– คุณภาพเสียงที่ดีเหมาะกับผู้ใช้งานส่วนใหญ่ที่ไม่ต้องการปรับแต่ง

– ไมโครโฟนแบบถอดได้พร้อมระบบตัดเสียงรบกวน

– รองรับการใช้งานร่วมกับหลากหลายอุปกรณ์รองรับพอร์ต USB-C และ USB-A

– สายถักที่แม้จะยาวแต่หมดปัญหาสายพันกัน

ข้อสังเกต

– ไม่มีไฟแสดงผล RGB ทำให้อาจไม่ถูกใจผู้ใช้งานบางส่วน

– การออกแบบที่ยังคงเอาไว้ซึ่งความเป็น HyperX จนอาจแยกไม่ออกกับรุ่นก่อน

สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณทาง HyperX แห่งประเทศไทยที่ได้ทำการส่ง HyperX Cloud III มาให้เราได้ทำการทดสอบใครที่สนใจสามารถหาซื้อได้แล้ววันนี้ตามช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ และร้านค้าไอทีชั้นนำทั่วไป

ทั้งนี้, หูฟังเกมมิ่ง Cloud III จะวางจำหน่ายในวันที่ 6 มิถุนายน ผ่านร้าน HyperX Flagship Store ในแพลตฟอร์มออนไลน์และช่องทางจำหน่ายต่าง ๆ ของ HyperX โดยมีราคาอยู่ที่ 3,090 บาท

– HyperX Cloud III (สีแดง) – HyperX Flagship Store ใน Shopee | Lazada

– HyperX Cloud III (สีดำ) – HyperX Flagship Store ใน Shopee | Lazada

Artherlus

แค่คนทั่วไปที่หลงใหลในวงการไอที
Back to top button