เทคโนโลยี

วิกฤต RAM ลามหนัก Steam Deck ของขาดตลาดทั่วโลก หวั่นราคาพุ่งรับปี 2026

ไม่สามารถหาซื้อได้ในตอนนี้

สถานการณ์ขาดแคลนชิปหน่วยความจำ หรือ RAM ทั่วโลกในปี 2026 เริ่มส่งผลกระทบชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดเครื่องเล่นเกมพกพายอดนิยมอย่าง Steam Deck ของ Valve ได้ขึ้นสถานะสินค้าหมดในหลายภูมิภาค ทั้งในสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และเอเชีย โดยบนหน้าเว็บหลักของ Steam พบว่าทั้งรุ่นจอ LCD 256GB และรุ่นจอ OLED ทั้งสองขนาดความจุล้วนอยู่ในสถานะ Out of Stock จนทำให้ผู้ที่สนใจทำได้เพียงแค่กดเพิ่มในรายการสิ่งที่อยากได้ (Wishlist) เท่านั้น สร้างความกังวลว่านี่อาจไม่ใช่แค่การของขาดชั่วคราว แต่เป็นสัญญาณของวิกฤตฮาร์ดแวร์ครั้งใหญ่

สาเหตุเบื้องหลังที่เหล่านักวิเคราะห์คาดการณ์กันคือ ปรากฏการณ์ RAMmageddon ที่เกิดจากการขยายตัวของ Data Center สำหรับ AI ซึ่งกว้านซื้อชิปหน่วยความจำไปกว่า 70% ของกำลังการผลิตทั่วโลก ทำให้บริษัทขนาดเล็กกว่าอย่าง Valve ตกอยู่ในสภาวะยากลำบากในการจัดหาชิ้นส่วนในราคาที่เหมาะสม ความกังวลนี้มีน้ำหนักมากขึ้นเมื่อ Valve เพิ่งออกมาประกาศเลื่อนการเปิดตัว Steam Machine และ Steam Frame อุปกรณ์ VR รุ่นใหม่ เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนหน่วยความจำและพื้นที่เก็บข้อมูลซึ่งอาจส่งผลให้ราคาเปิดตัวสูงกว่าที่คาดไว้เดิมมาก

สำหรับการวางจำหน่ายในภูมิภาคเอเชียผ่านพันธมิตรอย่าง Komodo มีรายงานแจ้งไปยังลูกค้าว่าสินค้าจะกลับมาเติมสต็อกอีกครั้งในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ อย่างไรก็ตาม มีความเป็นไปได้สูงที่รุ่นจอ LCD 256GB จะไม่กลับมาจำหน่ายอีกต่อไปเนื่องจากทาง Valve ได้ประกาศหยุดสายการผลิตรุ่นดังกล่าวไปก่อนหน้านี้แล้ว ทำให้ผู้เล่นที่มองหาเครื่องราคาประหยัดอาจต้องขยับไปเล่นรุ่น OLED ที่มีราคาสูงขึ้นแทน ซึ่งสถานการณ์นี้บีบให้ผู้บริโภคต้องรีบตัดสินใจก่อนที่ต้นทุนที่สูงขึ้นจะส่งผลให้ราคาขายปลีกขยับตัวตาม

steam-deck-out-of-stock

ปัจจุบันราคาของ Steam Deck OLED รุ่น 512GB อยู่ที่ $549 หรือประมาณ 18,900 บาท และรุ่น 1TB อยู่ที่ $649 หรือประมาณ 22,300 บาท ซึ่งถือว่ายังแข่งขันได้ดีเมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง ROG Xbox Ally X จาก ASUS หรือ Legion Go 2 จาก Lenovo แต่หากปัญหาการขาดแคลน RAM ยังไม่คลี่คลาย นักวิเคราะห์มองว่า Valve อาจไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องปรับขึ้นราคาสินค้าขึ้นอีกประมาณ $50 หรือประมาณ 1,720 บาท เพื่อประคองตัวให้อยู่รอดในตลาดฮาร์ดแวร์ที่มีความผันผวนสูงเช่นนี้

ในขณะที่ฝั่งยุโรปและสหราชอาณาจักรยังพอมีสินค้าเหลืออยู่ในสต็อกบ้าง แต่ความต้องการจากภูมิภาคอื่นที่ทะลักเข้าไปซื้ออาจทำให้สินค้าหมดลงในไม่ช้า สิ่งที่น่าจับตามองคือ Valve จะสามารถบริหารจัดการโซ่อุปทานได้ดีแค่ไหนในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 เพราะหากยังไม่สามารถเติมสต็อกได้ทันท่วงที อาจเป็นการเปิดโอกาสให้คู่แข่งรายอื่นที่มีสายป่านยาวกว่าและมีความสัมพันธ์กับโรงงานผลิตชิปที่แน่นแฟ้นกว่า เข้ามาช่วงชิงส่วนแบ่งการตลาดเครื่องเล่นเกมพกพาไปได้

สำหรับแฟนเกมชาวไทยที่กำลังเล็งเครื่องหิ้วหรือเครื่องศูนย์ผ่านตัวแทนจำหน่าย ช่วงเวลานี้อาจเป็นโค้งสุดท้ายก่อนที่ราคาจะดีดตัวสูงขึ้นตามกลไกตลาดโลก หากใครที่ยังลังเลอาจจะต้องชั่งใจระหว่างการรีบซื้อตอนนี้ หรือจะรอเสี่ยงดวงกับสต็อกใหม่ที่อาจมาพร้อมกับป้ายราคาใหม่ที่แพงกว่าเดิม นับว่าปี 2026 เป็นปีที่ท้าทายอย่างยิ่งสำหรับวงการ PC Gaming Hardware ที่ต้องต่อสู้กับยักษ์ใหญ่ในวงการ AI เพื่อแย่งชิงชิ้นส่วนพื้นฐานเพียงไม่กี่ชิ้น

ที่มา
Tweaktown

Artherlus

แค่คนทั่วไปที่หลงใหลในวงการไอที
Back to top button