Razer สลัดภาพเกมเมอร์เปิดตัวเวิร์กสเตชัน Forge AI รุกตลาดนักพัฒนาเต็มสูบ
พร้อมระบบบริหารจัดการ AI แบบครบวงจรในงาน CES 2026

Razer แบรนด์ชั้นนำที่หลายคนคุ้นเคย ได้สร้างเสียงฮือฮาครั้งใหญ่ในงาน CES 2026 ด้วยการเปิดตัว Razer Forge AI Dev Workstation ซึ่งถือเป็นคอมพิวเตอร์เวิร์กสเตชันเครื่องแรกที่ออกแบบมาเพื่อนักพัฒนา AI โดยเฉพาะ การก้าวเข้าสู่ตลาดฮาร์ดแวร์ระดับโปรในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า Razer กำลังจริงจังกับการขยายฐานลูกค้าจากกลุ่มเกมเมอร์ไปสู่กลุ่มนักวิจัยและวิศวกรสายปัญญาประดิษฐ์อย่างเต็มตัว
แม้ที่ผ่านมาเราจะเห็น Razer เริ่มปรับกลยุทธ์โดยโปรโมตโน้ตบุ๊กประสิทธิภาพสูงอย่าง Blade 18 ให้รองรับงานคำนวณที่ซับซ้อนได้ แต่สำหรับ Forge AI นั้นต่างออกไป เพราะมันถูกสร้างขึ้นมาใหม่ตั้งแต่ศูนย์เพื่อรองรับงาน AI training และ inference โดยเฉพาะ ไม่ใช่เพียงแค่การนำโน้ตบุ๊กเกมมิ่งมาเปลี่ยนชื่อใหม่ แต่เป็นการใส่หัวใจสำคัญของงานประมวลผลระดับองค์กรลงไปในบอดี้ที่ดูโฉบเฉี่ยวตามสไตล์ของแบรนด์
ด้านสเปกภายในต้องบอกว่าจัดเต็มแบบไม่มีกั๊ก เพราะ Forge AI ถูกออกแบบมาให้รองรับการติดตั้งการ์ดจอระดับโปรได้สูงสุดถึง 4 ใบ ไม่ว่าจะเป็นค่าย NVIDIA หรือ AMD ก็ตาม พร้อมขับเคลื่อนด้วยซีพียูตัวแรงอย่าง AMD Ryzen Threadripper Pro และมีสล็อตใส่แรม DDR5 มาให้ถึง 8 ช่อง ช่วยให้การประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่หรือการรันโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ทำได้อย่างรวดเร็วและลื่นไหลไม่มีสะดุด

เพื่อให้รองรับการประมวลผลหนักต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ตัวเครื่องจึงมาพร้อมกับเพาเวอร์ซัพพลายขนาดใหญ่ที่ให้กำลังไฟสูงถึง 2,000 วัตต์ และยังออกแบบมาให้ติดตั้งในตู้แร็ก (Rack) ได้ด้วย เหมาะสำหรับการนำไปจัดวางเป็นคลัสเตอร์ในดาต้าเซนเตอร์ นอกจากนี้ยังใส่พอร์ตเครือข่าย 10Gb Ethernet แบบคู่มาให้ เพื่อให้การรับส่งข้อมูลในระบบเน็ตเวิร์กขององค์กรทำได้ไวขึ้น ลดปัญหาคอขวดในงาน AI ระดับสูง
นอกจากเรื่องฮาร์ดแวร์แล้ว Razer ยังเปิดตัว Razer AIKit ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์แพลตฟอร์มแบบโอเพนซอร์สที่ช่วยให้นักพัฒนาสามารถจัดการ GPU และการตั้งค่าต่าง ๆ สำหรับการรันโมเดล AI ในเครื่องตัวเองได้ง่ายขึ้น ซึ่งสิ่งนี้จะทำงานร่วมกับ Forge AI ได้อย่างไร้รอยต่อ ถือเป็นการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ของฝั่ง AI ที่สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น โดยมุ่งเน้นไปที่การประมวลผลแบบโลคอลเพื่อความปลอดภัยของข้อมูล
ในส่วนของราคาและวันวางจำหน่ายนั้น Razer ยังไม่ได้เปิดเผยตัวเลขที่แน่นอนออกมา เนื่องจากผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้จะเป็นสินค้าแบบสั่งทำพิเศษ (Custom-built) สำหรับลูกค้าแต่ละรายที่ต้องติดต่อผ่านทีมขายโดยตรง ซึ่งชัดเจนว่ากลุ่มเป้าหมายไม่ใช่คนทั่วไป แต่เป็นภาคธุรกิจและแล็บวิจัยที่ต้องการขุมพลังในการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ท่ามกลางยุคทองของ AI ที่กำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือดในปัจจุบัน


![[รีวิว] Razer Viper V2 Pro 5 [รีวิว] Razer Viper V2 Pro](https://thisisgamethailand.com/wp-content/uploads/2024/06/02358240016530329898916_RAZER_VIPER_V2_PRO_main-421x220.jpg)




