KLab เปิดตัวไอดอล AI แต่งเพลงเองได้ แถมสตรีมเกมโชว์มีทำพลาดให้ดูสมจริง
เตรียมเดบิวต์วงเกิร์ลกรุ๊ป 5 คนบนโลกเสมือน

วงการบันเทิงญี่ปุ่นกำลังจะก้าวล้ำไปอีกระดับ เมื่อ KLab ผู้พัฒนาเกมมือถือชื่อดังจากกรุงโตเกียว ประกาศพัฒนาโปรเจกต์ไอดอลที่ขับเคลื่อนด้วย Generative AI แบบเต็มตัว โดยไอดอลเหล่านี้สามารถพูดคุยโต้ตอบ แต่งเพลงเอง และร้องเพลงได้อย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งมีกำหนดการจะเปิดตัวผ่านการถ่ายทอดสดในวันที่ 15 กุมภาพันธ์นี้ นอกจากงานสายดนตรีแล้ว พวกเธอยังจะโชว์ทักษะการสตรีมเกมให้แฟนๆ ได้ชมกันอีกด้วย
โปรเจกต์นี้ใช้ชื่อว่า Yumekairo Production ซึ่งเริ่มโปรเจกต์มาตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว โดยเน้นการนำโพสต์และความเห็นของแฟนๆ มาให้ AI เรียนรู้เพื่อพัฒนาบุคลิกภาพของตัวละครให้ตรงใจผู้เล่นมากที่สุด วงนี้ประกอบด้วยสมาชิก 5 คน นำโดย Yumemina Nana สาวน้อยวัย 20 ปีจากจังหวัดยามานาชิ ผู้มีบุคลิกเรียบร้อยแต่จะกระตือรือร้นเป็นพิเศษเมื่อได้ทำในสิ่งที่รัก โดยทาง KLab ตั้งเป้าจะปั้นให้แบรนด์นี้กลายเป็นทรัพย์สินทางปัญญาหรือ IP ที่แข็งแกร่งในอนาคต
ความน่าสนใจอยู่ที่เทคนิคการทำงานของ AI ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่แค่การขยับตัวตามจังหวะเต้นเท่านั้น แต่ในส่วนของการสตรีมเกม ทีมพัฒนาได้ปรับแต่งให้ AI มีการเล่นที่ผิดพลาดบ้างในบางจังหวะ เพื่อให้ดูเหมือนมนุษย์จริงๆ กำลังนั่งเล่นเกมอยู่มากที่สุด ส่วนด้านงานเพลง AI จะเรียนรู้จากเสียงและท่วงทำนองของนักพากย์ตัวจริงที่ผ่านการคัดเลือกมาอย่างเข้มงวด ทำให้สามารถสร้างบทเพลงใหม่ๆ ออกมาได้โดยไม่ต้องนัดบันทึกเสียงเพิ่มทุกครั้ง

Yoshiharu Kayanuma โปรดิวเซอร์ผู้ดูแลโครงการนี้เปิดเผยว่าเขาเป็นคนนำโปรเจกต์นี้ไปเสนอต่อประธานบริษัทด้วยตัวเอง เพราะเล็งเห็นว่า AI คือเทคโนโลยีสำคัญที่จะเปลี่ยนโลกธุรกิจ โดยเฉพาะ AI สำหรับสตรีมเกมที่ได้รับความสนใจอย่างมากภายในบริษัท ซึ่งทางทีมงานได้ทำการออดิชันเฟ้นหาหญิงสาวที่มีความสามารถด้านการร้องเพลงและเป็น Virtual YouTuber มาเป็นต้นแบบเสียงให้ AI ได้เรียนรู้ทั้งเนื้อเสียงและจังหวะการเอื้อนที่สมจริง
ประเด็นเรื่องลิขสิทธิ์เสียงเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันหนักในญี่ปุ่น เพราะเสียงพากย์ไม่มีกฎหมายลิขสิทธิ์คุ้มครองโดยตรง ทำให้มักเกิดปัญหาการนำเสียงนักพากย์ชื่อดังไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต แต่กรณีของ KLab ได้สร้างมาตรฐานใหม่ด้วยการทำสัญญาแยกส่วนกันอย่างชัดเจนระหว่างข้อมูลที่ใช้สอน AI กับตัวตนของนักพากย์ พร้อมทั้งเปิดเผยกระบวนการบันทึกเสียงอย่างโปร่งใส เพื่อให้เป็นโมเดลตัวอย่างในการคุ้มครองสิทธิ์ของเจ้าของเสียงในยุค AI ครองเมือง
ความสำเร็จของโมเดลธุรกิจดิจิทัลนี้สอดคล้องกับภาพรวมตลาดโลกที่บริการผ่านระบบสมาชิกกำลังเติบโตอย่างรุนแรง อย่างในปี 2025 ที่ผ่านมา Google รายงานว่ารายได้จากโฆษณาและการสมาชิก YouTube พุ่งเกิน 6 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.99 ล้านล้านบาท การที่ KLab กระโดดเข้าสู่สนาม AI ไอดอลจึงเป็นก้าวที่น่าจับตามองว่าความบันเทิงรูปแบบใหม่นี้จะสามารถสร้างรายได้มหาศาลจากเหล่าแฟนคลับได้เหมือนกับไอดอลในโลกจริงหรือไม่







