Google อัปเกรด Gemini ชุดใหญ่ พลิกโฉมการทำงานบน Workspace ให้ดีกว่าเดิม
ฟีเจอร์ใหม่ใน Docs, Sheets, Slides และ Drive

ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเทคโนโลยีอย่าง Google เพิ่งประกาศข่าวดีเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาเกี่ยวกับการนำขีดความสามารถของ Gemini เข้ามาเสริมทัพในบริการยอดฮิตอย่าง Docs, Sheets, Slides และ Drive แบบจัดเต็ม โดยหัวใจสำคัญของการอัปเดตครั้งนี้คือการช่วยให้ทุกคนสร้างงานได้เร็วขึ้น ตั้งแต่การร่างเอกสารไปจนถึงการทำสไลด์นำเสนอ โดยที่ Gemini จะไปดึงข้อมูลสำคัญจาก Gmail, Chat หรือไฟล์ใน Drive มาจัดการให้เสร็จสรรวพในที่เดียว ไม่ต้องเสียเวลาเปิดไปมาหลายหน้าต่างให้ปวดหัวอีกต่อไป
ในส่วนของ Docs มีเครื่องมือใหม่ที่น่าสนใจมากอย่าง Help me create ที่แค่พิมพ์อธิบายสิ่งที่ต้องการ Gemini ก็จะไปกวาดข้อมูลจากแหล่งต่างๆ มาเขียนร่างแรกให้ทันที เช่น สั่งให้ร่างจดหมายข่าวหมู่บ้านโดยอ้างอิงจากบันทึกการประชุมในเครื่อง แถมยังมีฟีเจอร์ Match writing style ที่ช่วยปรับจูนเนื้อหาจากหลายคนเขียนให้มีโทนเสียงเดียวกัน หรือจะใช้ Match the format เพื่อก๊อปปี้สไตล์การจัดวางจากเอกสารอื่นมาใส่ข้อมูลทริปเที่ยวที่ดึงมาจากอีเมลยืนยันการจองตั๋วเครื่องบินก็ทำได้ง่ายๆ
ด้าน Sheets ก็ขยับฐานะจากแค่เครื่องมือบันทึกข้อมูลมาเป็นคู่หูร่วมงานอย่างเต็มตัว เพราะตอนนี้สามารถสั่งให้ Gemini สร้างตารางที่จัดรูปแบบมาให้เสร็จสรรพเพียงแค่การพิมพ์คำสั่งเดียว เช่น การสั่งให้รวบรวมข้อมูลย้ายบ้าน จัดลิสต์ของที่ต้องแพ็ก แยกตามห้อง พร้อมตารางเปรียบเทียบราคาบริษัทขนส่งที่ดึงมาจากกล่องจดหมาย หรือจะใช้ Fill with Gemini เพื่อเติมข้อมูลในตารางโดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นการหาข้อมูลค่าเทอมหรือวันปิดรับสมัครเรียนต่อจาก Google Search มาใส่ให้แบบไม่ต้องนั่งหาเอง

สำหรับสายนำเสนอใน Slides ก็สบายขึ้นเยอะ เพราะ Gemini สามารถสร้างสไลด์ที่แก้ไขได้และมีดีไซน์เข้ากับธีมหลักของงานโดยอ้างอิงจากไฟล์หรืออีเมลที่มีอยู่ หากรู้สึกว่าสไลด์ที่ได้ยังไม่โดนใจ ก็สั่งปรับให้ดูเรียบง่ายขึ้นหรือเปลี่ยนสีให้คุมโทนได้ตามสั่ง ซึ่งในอนาคต Google วางแผนจะทำให้ Gemini สามารถเนรมิตสไลด์ทั้งชุดขึ้นมาได้จากการพิมพ์คำสั่งเพียงประโยคเดียวเท่านั้น เพื่อประหยัดเวลาในการเตรียมงานให้เหลือน้อยที่สุด
Drive เองก็ไม่ได้เป็นแค่ที่เก็บไฟล์อีกต่อไป แต่กลายเป็นผู้ช่วยสืบค้นข้อมูลตัวยงด้วยฟีเจอร์ Ask Gemini in Drive ที่เปิดโอกาสให้ถามคำถามยากๆ ข้ามไฟล์เอกสาร ปฏิทิน และอีเมลได้เลย ตัวอย่างเช่น การเลือกไฟล์ที่เกี่ยวกับภาษีทั้งหมดแล้วถามว่าควรปรึกษาอะไรผู้เชี่ยวชาญก่อนยื่นภาษีปีนี้บ้าง ระบบก็จะสรุปคำตอบที่อ้างอิงจากข้อมูลจริงมาให้ นอกจากนี้ยังมี AI Overview ด้านบนสุดของผลการค้นหาเพื่อสรุปเนื้อหาสำคัญจากไฟล์ต่างๆ โดยที่แทบไม่ต้องกดเปิดดูข้างในเลยด้วยซ้ำ
ฟีเจอร์ใหม่สุดล้ำเหล่านี้เริ่มเปิดให้ใช้งานแล้วในเวอร์ชัน Beta สำหรับผู้ที่สมัครสมาชิก Google AI Ultra และ Pro ซึ่งมีค่าบริการเริ่มต้นประมาณ 20 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 700 บาทต่อเดือน โดยเริ่มใช้งานได้ทั่วโลกในเวอร์ชันภาษาอังกฤษสำหรับ Docs, Sheets และ Slides ส่วนฟีเจอร์ใน Drive จะเริ่มนำร่องใช้งานในสหรัฐอเมริกาก่อนเป็นที่แรก ใครที่ชอบความสะดวกสบายในการทำงานแบบจบในที่เดียวต้องรีบไปลองหามาใช้กันดู







