
Google ได้เผยตัวอย่างการใช้งานที่น่าทึ่งถึง 15 รายการของ Gemini 3 ซึ่งเป็นโมเดล AI รุ่นใหม่ที่มีความสามารถโดดเด่นในด้าน reasoning (การให้เหตุผล), multimodal (การประมวลผลหลายรูปแบบ) และ agentic (การทำงานแบบหลายขั้นตอน) โมเดลนี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเรียนรู้เรื่องยากๆ, สร้างโค้ด, และวางแผนหลายขั้นตอนได้ง่ายขึ้น โดยสามารถประมวลผลข้อมูลทั้งข้อความ, ภาพ, วิดีโอ, เสียง และโค้ดร่วมกันได้อย่างชาญฉลาด
ตัวอย่างที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือความสามารถในการช่วย อธิบายหัวข้อทางวิทยาศาสตร์ที่ซับซ้อน โดย Gemini 3 สามารถสร้างภาพประกอบหรือโค้ดที่เข้าใจได้ง่ายขึ้นอย่างอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ coaching ที่สามารถวิเคราะห์การนำเสนอจากบันทึกซ้อมและสไลด์ เพื่อให้คำแนะนำที่ชัดเจนและเหมาะสมกับสไตล์การพูดของผู้ใช้แต่ละคนได้อย่างตรงจุด
อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่โดดเด่นและสร้างสรรค์คือ Dynamic view ซึ่งใช้ความสามารถของโมเดลในการสร้างอินเทอร์เฟซแบบกำหนดเองตามคำสั่งของผู้ใช้ ตัวอย่างเช่น การขอให้ AI อธิบายผลงานศิลปะพร้อมมุมมองแบบ interactive ที่ผู้ใช้สามารถแตะหรือเลื่อนดูรายละเอียดต่างๆ ได้ ซึ่งเป็นการยกระดับการโต้ตอบกับข้อมูลจากเดิมที่เป็นเพียงข้อความ
ในด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ Gemini 3 ก็มีความสามารถในการ สร้างเว็บ UI แบบ interactive จากข้อความธรรมดาๆ ซึ่งช่วยให้ผู้พัฒนาสามารถแปลงไอเดียให้เป็นหน้าเว็บจริงได้ทันที นอกจากนี้ยังสามารถ แปลงภาพนิ่งให้เป็นเนื้อหา interactive หรือเกมบอร์ดได้อย่างง่ายดาย แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเป็นเครื่องมือสร้างสรรค์คอนเทนต์
โมเดลนี้ยังเป็นผู้ช่วยที่ยอดเยี่ยมในการวางแผนกิจกรรมต่างๆ เช่น การสร้าง แผนการเดินทางแบบกำหนดเอง ผ่าน AI Mode ใน Search ซึ่งจะสร้างเลย์เอาต์ข้อมูลแบบ interactive พร้อมข้อมูลเชิงลึกตามคำถามของผู้ใช้ ทำให้การวางแผนทริปที่ซับซ้อนกลายเป็นเรื่องที่ทำได้อย่างรวดเร็วและเป็นระบบมากขึ้น
Gemini 3 พร้อมใช้งานแล้วในแอป Gemini, AI Mode ใน Search, และ Google AI Studio โดย Google ตั้งเป้าที่จะทำให้การเรียนรู้, การสร้างสรรค์, และการวางแผนเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นสำหรับทั้งผู้ใช้ทั่วไปและนักพัฒนา ถือเป็นการเปิดประตูสู่ยุคใหม่ของการทำงานร่วมกับ AI ที่เข้าใจโลกและบริบทของผู้ใช้ได้อย่างลึกซึ้ง




