เทคโนโลยี

Google เผยความลับเกมโปรดที่เล่นอยู่ อาจสร้างด้วย AI มาตั้งนานแล้ว

แอบใช้ AI ช่วยพัฒนาแต่ไม่กล้าบอก

Jack Buser ผู้อำนวยการระดับโลกฝ่ายเกมของ Google Cloud ออกมาเปิดเผยข้อมูลที่อาจทำให้หลายคนต้องประหลาดใจว่า เกมยอดฮิตที่หลายคนกำลังสนุกกันอยู่ในขณะนี้ แท้จริงแล้วมีการใช้ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI เข้ามาช่วยในกระบวนการสร้างมาตั้งนานแล้ว โดยจากการสำรวจพบว่าผู้พัฒนาเกมกว่า 9 ใน 10 รายยอมรับว่าใช้เครื่องมือ AI ในการทำงานจริง เพียงแต่ส่วนใหญ่มักจะเลือกปิดเงียบไว้ไม่บอกให้สาธารณชนทราบ เนื่องจากกังวลเรื่องภาพลักษณ์และกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากเหล่าเกมเมอร์ที่ยังมีความกังวลต่อเทคโนโลยีนี้

Jack Buser อธิบายว่าความแตกต่างระหว่างสถิติที่ดูเหมือนนักพัฒนาไม่ค่อยสนับสนุน AI กับความเป็นจริงที่ใช้กันเกือบทั้งวงการนั้น เกิดจากความไม่มั่นใจที่จะเปิดเผยตัวตน โดยปัจจุบันเครื่องมืออย่าง Gemini และ Nano Banana Pro ของ Google ได้กลายเป็นตัวช่วยสำคัญที่เข้ามาช่วยลดงานที่ซ้ำซากและน่าเบื่อออกไป ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือค่ายเกมยักษ์ใหญ่อย่าง Capcom ที่นำ AI มาช่วยในการระดมไอเดียเล็กๆ น้อยๆ เช่น การออกแบบก้อนหินริมทางหรือรายละเอียดประกอบฉากจำนวนมหาศาล เพื่อให้ทีมงานฝ่ายศิลป์สามารถเอาเวลาไปโฟกัสกับงานสร้างสรรค์ที่มีคุณค่าสูงกว่าได้อย่างเต็มที่

ทางด้าน Capcom เองแม้จะยอมรับว่ามีการใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและผลิตภาพในการทำงาน แต่ก็ได้ขีดเส้นตายไว้อย่างชัดเจนว่าจะไม่ใช้เนื้อหาที่สร้างจาก AI โดยตรงมาใส่ไว้ในเกมในฐานะชิ้นงานสำเร็จรูป (Assets) แต่จะใช้เพื่อเป็นแนวทางหรือช่วยในการจัดการข้อมูลปริมาณมากแทน ซึ่งการออกมาให้ข้อมูลของ Jack Buser ในครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำว่า AI ไม่ใช่เรื่องในอนาคตอีกต่อไป แต่มันคือส่วนหนึ่งของรากฐานการพัฒนาเกมในปัจจุบันที่ช่วยให้สตูดิโอสามารถสร้างโลกในเกมที่กว้างใหญ่ได้โดยไม่เสียเวลาไปกับงานจุกจิก

google-cloud-on-ai-games-developer

Jack Buser เชื่อว่าในท้ายที่สุดแล้ว ความรู้สึกไม่ไว้วางใจ AI ของเหล่าผู้เล่นจะค่อยๆ เปลี่ยนไป เมื่อทุกคนเริ่มตระหนักได้ว่าเทคโนโลยีนี้ช่วยให้พวกเขาได้เล่นเกมที่รักได้เร็วขึ้น และยังช่วยให้ค่ายเกมมีพื้นที่ในการรับความเสี่ยงเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ได้มากกว่าเดิม แทนที่จะต้องใช้เวลาพัฒนานานถึง 7 ปีต่อหนึ่งเกม AI จะช่วยให้สตูดิโอสามารถทำโปรเจกต์ได้หลากหลายขึ้น และกลายเป็นทางออกสำคัญของปัญหาต้นทุนการผลิตเกมที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม แม้ฝั่งผู้ให้บริการคลาวด์และเครื่องมือ AI จะมองว่านี่คือตั๋วใบสำคัญที่จะช่วยกอบกู้อุตสาหกรรมเกมที่กำลังเผชิญวิกฤต ทั้งเรื่องงบประมาณมหาศาลและการปลดพนักงาน แต่ฝั่งคนเล่นเกมและนักพัฒนาบางส่วนยังคงตั้งคำถามว่าความคุ้มค่าที่ได้มานั้นจะแลกกับเสน่ห์ของงานฝีมือที่สร้างโดยมนุษย์หรือไม่ ซึ่งถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่ Google และค่ายเกมต่างๆ ต้องพิสูจน์ให้เห็นว่า AI จะเข้ามาเป็นผู้ช่วยที่ทำให้เกมสนุกขึ้นจริงๆ ไม่ใช่แค่เครื่องมือลดต้นทุนเพียงอย่างเดียว

บทสรุปของเรื่องนี้คงต้องรอดูกันต่อไปว่าความโปร่งใสในการใช้ AI จะเพิ่มมากขึ้นแค่ไหนในอนาคต Jack Buser ทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจว่าการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีในวงการเกมมักจะเจอแรงต้านเสมอ ไม่ว่าจะเป็นยุคการเปลี่ยนผ่านสู่กราฟิก 3D หรือการเริ่มมีระบบเกมออนไลน์ แต่เมื่อเวลาผ่านไปและผลลัพธ์พิสูจน์ตัวเองได้ ผู้คนก็จะยอมรับมันในที่สุด เช่นเดียวกับ AI ที่กำลังแฝงตัวอยู่ในทุกก้อนหินและทุกใบหญ้าของโลกเสมือนที่คุณกำลังโลดแล่นอยู่ในตอนนี้โดยไม่รู้ตัว

ที่มา
PCGamer

Artherlus

แค่คนทั่วไปที่หลงใหลในวงการไอที
Back to top button