Google Search ในโหมด AI อันตรายเกินไปสำหรับนักเรียน ?
ช่องโหว่ที่อาจส่งผลกระทบต่อการเรียนรู้ของเด็กทั่วโลก

ย้อนกลับไปในยุคที่อินเทอร์เน็ตยังเป็นเรื่องใหม่ หลายคนถูกสอนให้ระวังความไม่น่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูลออนไลน์ แต่ในยุคปัจจุบันที่ Gen Alpha กำลังก้าวเข้าสู่ห้องเรียนที่ขับเคลื่อนด้วย AI คำถามสำคัญคือ Google Search ยังคงเป็นเครื่องมือที่ไว้ใจได้อยู่หรือไม่ เพราะรายงานล่าสุดจาก Common Sense Media ระบุว่าระบบค้นหาที่รวม AI เข้าไปนั้นมีความเสี่ยงที่ไม่สามารถยอมรับได้สำหรับผู้ใช้งานวัยเยาว์ ถึงขั้นมีการเสนอให้สถานศึกษาหยุดใช้งาน Google Search จนกว่าทาง Google จะยอมให้ปิดฟีเจอร์ AI เหล่านี้ได้
ปัญหาหลักคือ Google ได้เปิดตัว AI Mode สำหรับการค้นหาโดยที่ผู้ใช้งานทั่วไปและบัญชีการศึกษาเข้าถึงได้ทันที ซึ่ง AI Mode นี้ทำงานด้วยโมเดล Gemini ที่ในบริการอื่นของ Google นั้นมีการจำกัดอายุผู้ใช้งานไว้ แต่กลับมาปรากฏอยู่บนหน้าเว็บค้นหาหลักที่เด็กๆ ต้องใช้ทำการบ้านเป็นประจำ การที่ AI ถูกฝังรากลึกจนแยกไม่ออกว่าส่วนไหนคือการค้นหาข้อมูลจริงหรือส่วนไหนคือคำตอบจากแชทบอท ทำให้เกิดความกังวลว่าความเชื่อมั่นที่สั่งสมมานานหลายปีของ Google กำลังถูกทำลายลง
ด้านนักวิจัยพบว่าฟีเจอร์ AI Overviews ของ Google มักแสดงข้อมูลที่บิดเบือนหรือข้อมูลเท็จออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยออกแบบให้ดูมีความเป็นทางการและน่าเชื่อถือจนเด็กๆ อาจหลงเชื่อได้ง่าย อีกทั้งตัวแชทบอทเองยังพร้อมจะสรุปงานทำการบ้านแทนเด็กนักเรียน ส่งผลให้เกิดปัญหาเรื่องการโกงโดยไม่ได้ตั้งใจ และทำให้กระบวนการเรียนรู้ที่ควรจะเป็นการฝึกทักษะการค้นหาด้วยตนเองนั้นยากลำบากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว

ขณะนี้ Google ยังไม่มีตัวเลือกให้ปิดเฉพาะฟีเจอร์ AI โดยยังคงใช้ระบบค้นหาแบบปกติได้ ซึ่งหมายความว่าตราบใดที่เด็กๆ ยังต้องใช้ Google Search ในการหาข้อมูลเพื่อทำงานส่งครู พวกเขาต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากการได้รับข้อมูลที่ไม่เหมาะสมเหล่านี้ไปโดยปริยาย ทางด้านผู้เชี่ยวชาญมองว่านี่คือการบีบบังคับให้นักการศึกษาต้องเลือกระหว่างการห้ามเด็กๆ ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการเรียนรู้ หรือยอมให้เด็กเข้าถึงแหล่งข้อมูลที่อาจเป็นอันตราย
ทางด้าน Google ออกมาชี้แจงว่าการทดสอบของ Common Sense Media นั้นแคบเกินไปและไม่ได้วัดประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ได้อย่างถูกต้อง อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยสำหรับเด็กเริ่มเรียกร้องให้สถานศึกษาพิจารณาตัดความสัมพันธ์กับผลิตภัณฑ์ของ Google หากทางบริษัทยังไม่ยอมมอบอำนาจให้ผู้ดูแลระบบสามารถปิดฟีเจอร์ AI เหล่านี้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ เพราะโรงเรียนถือเป็นฐานรากสำคัญของประชาธิปไตยที่ไม่ควรถูกครอบงำด้วยเทคโนโลยีที่สุ่มเสี่ยง
เหตุการณ์นี้กลายเป็นบทเรียนราคาแพงที่บรรดาเขตการศึกษาต้องเร่งปรับตัว บางเขตการศึกษาพยายามออกนโยบายห้ามใช้ AI ในห้องเรียน แต่ก็ยังพลาดท่าให้กับระบบของ Google ที่แฝงมากับโน้ตบุ๊ก Chromebook และ Google Workspace ที่ใช้กันแพร่หลายในโรงเรียน สถานการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินที่ผู้ปกครองและครูต้องช่วยกันกดดันให้บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ต้องรับผิดชอบต่อผลกระทบที่อาจเกิดกับเยาวชนในระยะยาวก่อนที่จะสายเกินไป







