เทคโนโลยี

คดีมหากาพย์ Epic vs Google ถึงจุดเปลี่ยนเมื่อสองอริยอมจับมือกันอีกครั้ง

ลืมสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในอดีตที่ผ่านมา

หลังจากต่อสู้ทางกฎหมายกันมานานกว่า 5 ปี ในที่สุดคดีประวัติศาสตร์ระหว่าง Epic Games และ Google ก็ดูเหมือนจะมาถึงจุดสิ้นสุดที่ไม่มีใครคาดคิด เมื่อทั้งสองฝ่ายตัดสินใจยื่นข้อตกลงยอมความ (Settlement) ร่วมกัน เพื่อขอให้ผู้พิพากษา James Donato แก้ไขคำสั่งเดิมที่เคยสั่งให้ Google ต้องเปิดระบบ Android ในสหรัฐฯ อย่างถอนรากถอนโคน โดยการตกลงยอมความครั้งนี้จะเปลี่ยนจากคำสั่งบังคับระดับประเทศ มาเป็นพันธสัญญาที่ Google จะปฏิรูประบบทั่วโลกแทน

ภายใต้ข้อตกลงที่ทั้งคู่เสนอ Google ตกลงที่จะปรับลดค่าธรรมเนียม App Store ทั่วโลก จากเดิมที่เคยเก็บสูงสุดถึง 30% ให้เหลือเพียง 9% สำหรับสินค้าประเภทเครื่องแต่งกายในเกม (Cosmetic) หรือแอปทั่วไป และ 20% สำหรับไอเทมที่ช่วยให้ได้เปรียบในการเล่นเกม (Gameplay advantage) นอกจากนี้ยังตกลงที่จะสร้างโปรแกรม Registered App Stores ที่จะช่วยให้สโตร์คู่แข่งอย่าง Epic Games Store สามารถติดตั้งบน Android ได้ง่ายเพียงคลิกเดียว โดยไม่ต้องผ่านหน้าจอแจ้งเตือนที่น่ากลัว หรือ Scare Screens อีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม บรรยากาศในห้องพิจารณาสถานการณ์เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2026 ที่ผ่านมาดูจะไม่ราบรื่นอย่างที่ทั้งสองบริษัทหวังไว้ ผู้พิพากษา Donato ได้แสดงความกังขาอย่างชัดเจนต่อการเปลี่ยนท่าทีที่รวดเร็วของทั้งคู่ โดยกล่าวในเชิงประชดประชันว่า “จากศัตรูคู่อาฆาตที่ซัดกันในศาลมาหลายปี จู่ๆ ก็กลายเป็นเพื่อนซี้ (BFFs) กันเสียอย่างนั้น” และเขายังแสดงความกังวลว่าข้อตกลงนี้อาจจะไม่ได้เป็นการเยียวยาความเสียหายจากการผูกขาดที่คณะลูกขุนตัดสินไว้จริงๆ แต่เป็นการตกลงเพื่อผลประโยชน์ของยักษ์ใหญ่สองบริษัทมากกว่า

epic-google-settlement-deals

จุดที่น่าสนใจคือหากผู้พิพากษาไม่เห็นชอบกับข้อตกลงนี้ Google ได้ส่งสัญญาณว่าอาจจะใช้มาตรการทางเลือกที่โหดกว่าเดิม คือการบังคับใช้โครงสร้างราคาใหม่ที่เรียกเก็บเงินจากนักพัฒนาเป็นรายดาวน์โหลด (Per-download fee) ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อเหล่านักพัฒนาแอปรายย่อยยิ่งกว่าเดิม ขณะที่ฝั่ง Epic ก็รีบแสดงความจริงใจด้วยการนำเกมยอดฮิตอย่าง Fortnite กลับคืนสู่ Google Play Store ทันทีเพื่อแสดงให้เห็นว่าความขัดแย้งจบลงแล้ว

สถานการณ์ในตอนนี้จึงยังคงแขวนอยู่บนเส้นด้าย เพราะผู้พิพากษา Donato ยืนยันว่าเขาไม่ต้องการให้เรื่องนี้จบลงในความมืดและต้องการให้สาธารณชนได้รับประโยชน์สูงสุด เขาจึงยังไม่อนุมัติข้อตกลงในทันทีและต้องการตรวจสอบรายละเอียดอย่างถี่ถ้วน โดยเฉพาะประเด็นที่ว่า Google ยังคงอำนาจในการควบคุมสโตร์คู่แข่งผ่านระบบการลงทะเบียนและค่าธรรมเนียมที่ซับซ้อนหรือไม่

บทสรุปของคดีนี้จะเป็นบรรทัดฐานใหม่ให้กับการทำธุรกิจบนแพลตฟอร์มดิจิทัลทั่วโลก หากข้อตกลงนี้ผ่าน Android จะกลายเป็นระบบที่เปิดกว้างขึ้นในระดับโลกจนถึงปี 2032 แต่หากถูกปัดตก Google อาจต้องเผชิญกับคำสั่งศาลที่เข้มงวดกว่าเดิม หรืออาจเลือกใช้มาตรการตอบโต้ที่ทำให้นักพัฒนาต้องปวดหัวกันอีกรอบ ต้องติดตามกันว่าคำตัดสินสุดท้ายของท่านผู้พิพากษาจะออกมาในทิศทางไหน

ที่มา
The Verge

Artherlus

แค่คนทั่วไปที่หลงใหลในวงการไอที
Back to top button