
ในโลกของเกมที่ Steam ยังคงเป็นยักษ์ใหญ่ครองเมือง แต่ Epic Games Store ก็พิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเขาไม่ได้มาเล่นๆ โดยล่าสุด Steve Allison รองประธานและผู้จัดการทั่วไปของ Epic Games ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่าบริษัทกำลังมีการเจรจากับทีมงานของ Microsoft ถึงความเป็นไปได้ในการนำ Epic Games Store ไปเปิดให้บริการบนเครื่อง Xbox รุ่นถัดไป ซึ่งหาก Microsoft ยอมเปิดทางให้ร้านค้าอื่นเข้าไปโลดแล่นบนคอนโซลได้จริง แฟนเกมก็เตรียมตัวพบกับแอปพลิเคชันเวอร์ชันเฉพาะที่จะทำให้การเล่นเกมข้ามแพลตฟอร์มสะดวกขึ้นกว่าเดิม
ตัวเลขรายงานประจำปี 2025 ของ Epic Games แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งอย่างเหลือเชื่อ โดยมียอดใช้จ่ายในเกมจากผู้พัฒนาภายนอก (Third-party) พุ่งสูงถึง 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 13,200 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 57% ท่ามกลางสถานการณ์ที่อุตสาหกรรมเกมโดยรวมค่อนข้างซบเซา นอกจากนี้จำนวนผู้ใช้งานบน PC ยังทะลุ 317 ล้านราย และมียอดผู้ใช้งานต่อเดือนในเดือนธันวาคม 2025 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 78 ล้านราย ซึ่งถือเป็นการตอกหน้าบรรดานักวิเคราะห์ที่เคยปรามาสไว้ว่าคนเข้ามาเพื่อรอรับเกมฟรีเพียงอย่างเดียว
อย่างไรก็ตาม Steve Allison ยอมรับแบบตรงไปตรงมาว่า Launcher ของ Epic Games Store ในปัจจุบันนั้นมีปัญหาเรื่องความอืดและกินทรัพยากรเครื่อง ซึ่งเขาถึงขั้นใช้คำว่า มันค่อนข้างแย่ และเปรียบเปรยว่าระบบเดิมถูกสร้างขึ้นบนรากฐานที่เปราะบางเหมือนบ้านกระดาษ ดังนั้นทีมวิศวกรจึงตัดสินใจรื้อโครงสร้างพื้นฐานใหม่ทั้งหมดมาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว โดยคาดว่าระบบเวอร์ชันอัปเกรดที่จะทำให้การเข้าห้องสมุดเกมลื่นไหลแบบทันใจจะเปิดให้ใช้งานได้ในช่วงเดือนพฤษภาคมหรือมิถุนายนปี 2026 นี้

ในด้านกลยุทธ์การตลาด Epic Games ยังคงเดินหน้าโครงการแจกเกมฟรีต่อไปอย่างเหนียวแน่น เพราะมองว่าเป็นวิธีหาลูกค้าใหม่ที่คุ้มค่าที่สุด โดยในปี 2025 เพียงปีเดียวมีการแจกเกมไปกว่า 100 รายการ และถูกกดรับไปมากกว่า 662 ล้านครั้ง ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจคือการแจกเกมฟรีบน Epic Games Store ไม่ได้ทำให้ยอดขายบนแพลตฟอร์มอื่นลดลง แต่กลับสร้างกระแส Halo Effect ที่ช่วยดันยอดผู้เล่นใน Steam ให้พุ่งสูงขึ้นถึง 40% ในช่วงเวลาที่มีการแจกเกมนั้นๆ อีกด้วย
อีกหนึ่งจุดแข็งที่ทำให้ Epic Games Store ยังคงดึงดูดผู้พัฒนาเกมได้ดีคือโมเดลส่วนแบ่งรายได้ที่เป็นมิตร โดยตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2025 เป็นต้นมา ผู้พัฒนาจะได้รับรายได้เต็มๆ 100% สำหรับเงิน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐแรก (ประมาณ 33 ล้านบาท) ของรายได้สุทธิต่อปี ก่อนที่จะเข้าสู่ระบบส่วนแบ่งมาตรฐาน 88/12 ซึ่งถือว่าเป็นข้อเสนอที่ใจป้ำกว่าคู่แข่งหลายรายในตลาด และช่วยให้ค่ายเกมเล็กๆ สามารถลืมตาอ้าปากได้ในยุคที่ต้นทุนการพัฒนาเกมสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สุดท้ายนี้ แม้เป้าหมายของ Epic Games จะไม่ใช่การโค่นล้ม Steam แต่คือการสร้างทางเลือกที่ยั่งยืนและเข้าถึงง่ายในทุกอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็น PC โน้ตบุ๊ก หรือแม้แต่บนมือถือ iOS และ Android ที่เพิ่งเปิดตัวแอปโฉมใหม่ไปเมื่อต้นปี การที่บริษัทพยายามจะเข้าไปอยู่ในคอนโซลยุคถัดไปอย่าง Xbox จึงเป็นก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าอุตสาหกรรมเกมให้เข้าสู่ยุคที่ ร้านค้าเกม ไม่ได้จำกัดอยู่แค่บนแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่งอีกต่อไป







