เทคโนโลยี

Apple เตรียมลุยสงครามราคา iPhone 18 Pro อาจเปิดตัวด้วยราคาที่เป็นมิตรเกินคาด

กลยุทธ์ราคาดึงลูกค้าจากฝั่ง Android เข้ามาเพิ่ม

ในขณะที่ตลาดสมาร์ทโฟนฝั่ง Android กำลังปวดหัวกับต้นทุนของหน่วยความจำที่พุ่งสูงขึ้นจนต้องทยอยปรับราคาเครื่องขึ้นตามๆ กันไป แต่ฝั่งสาวก Apple กลับได้รับข่าวดีแบบไม่คาดฝัน เมื่อนักวิเคราะห์ชื่อดังอย่าง Jeff Pu ออกมาคาดการณ์ว่า Apple มีแผนที่จะใช้กลยุทธ์การตั้งราคาแบบดุดันหรือ aggressive pricing สำหรับ iPhone 18 Pro และ Pro Max ที่กำลังจะเปิดตัวในช่วงปลายปีนี้ เพื่อสร้างความได้เปรียบในตลาดที่กำลังมีการแข่งขันอย่างรุนแรง

สาเหตุที่ราคาอะไหล่แพงขึ้นเป็นเพราะความต้องการใช้งาน AI ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมากจนทำให้หน่วยความจำขาดตลาดและมีราคาสูงลิ่ว ส่งผลให้ผู้ผลิตมือถือ Android หลายเจ้าต้องขยับราคาขึ้นไปก่อนหน้านี้แล้ว และนักวิเคราะห์ยังมองอีกว่าตลาด Android อาจจะหดตัวลงในปีนี้ เนื่องจากมือถือรุ่นราคาประหยัดบางรุ่นอาจจะไม่ถูกผลิตออกมาเพราะสู้ต้นทุนไม่ไหว ทำให้หลายคนเริ่มจับตามองว่า Apple จะจัดการกับสถานการณ์นี้อย่างไรกับมือถือเรือธงรุ่นใหม่ของตนเอง

สำหรับไลน์อัปในปีนี้ Apple เตรียมจะเปิดตัว iPhone 18 Pro และ Pro Max เคียงคู่ไปกับรุ่นท็อปใหม่อย่าง iPhone Ultra แม้ว่า iPhone Ultra จะถูกคาดหมายว่าต้องมาพร้อมค่าตัวที่สูงลิบลิ่วแน่นอนตามชื่อรุ่น แต่ข่าวคราวเกี่ยวกับราคาของรุ่น Pro กลับออกมาในทิศทางที่น่าใจชื้นมาก โดย Jeff Pu ได้ระบุในบันทึกการวิจัยล่าสุดว่า Apple จะพยายามรักษาราคาเริ่มต้นของรุ่น Pro เอาไว้ให้ใกล้เคียงเดิมมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

apple-iphone-18-pro-price-aggresive

การวิเคราะห์นี้สอดคล้องกับรายงานก่อนหน้าของ Ming-Chi Kuo ที่ระบุว่า Apple อยากจะคงราคาเปิดตัวของรุ่นเริ่มต้นให้เท่ากับปีที่ผ่านมา นั่นหมายความว่าเราอาจจะได้เห็น iPhone 18 Pro เริ่มต้นที่ราคา 1,099 USD หรือประมาณ 37,500 บาท และ iPhone 18 Pro Max เริ่มต้นที่ 1,199 USD หรือประมาณ 40,900 บาท ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าสนใจมากเมื่อเทียบกับคู่แข่งในระดับเดียวกันที่ขยับราคาหนีไปแล้ว

แน่นอนว่า Apple คงไม่อยากให้กำไรของบริษัทลดลง ดังนั้นทางออกที่เป็นไปได้คือการไปเพิ่มราคาในรุ่นที่มีความจุสูงๆ แทน เพื่อเป็นการชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในภาพรวม กลยุทธ์นี้จะช่วยให้ Apple ยังคงรักษาฐานลูกค้าที่มองหามือถือรุ่นโปรในราคาเริ่มต้นที่เข้าถึงได้เอาไว้ได้ พร้อมกับภาพลักษณ์ของสินค้าที่ราคาดูไม่สูงจนเกินไปเมื่อเทียบกับประสิทธิภาพที่ได้รับบนเครื่องโน้ตบุ๊กหรืออุปกรณ์อื่นๆ ในเครือข่าย

หากแผนการนี้เป็นจริง Apple อาจจะสามารถแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดจากฝั่ง Android มาได้มากขึ้นไปอีก ซึ่งเป็นทิศทางที่เริ่มเห็นได้ชัดมาตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมาแล้ว การที่ Apple เลือกจะสู้ด้วยราคาท่ามกลางวิกฤตต้นทุนแพงแบบนี้ นอกจากจะทำให้แฟนคลับยิ้มได้แล้ว ยังเป็นการกดดันคู่แข่งอย่างหนักในสมรภูมิมือถือระดับพรีเมียมที่ใครอึดกว่าคนนั้นคือผู้ชนะตัวจริงของปีนี้เลยทีเดียว

ที่มา
9to5mac

Artherlus

แค่คนทั่วไปที่หลงใหลในวงการไอที
Back to top button