เทคโนโลยี

NASA ไฟเขียวส่ง iPhone 17 Pro Max ร่วมภารกิจ Artemis II ทะยานสู่ดวงจันทร์

ใช้ถ่ายภาพและวิดีโอในสภาพไร้น้ำหนัก

หลังจากที่ Jared Isaacman ผู้บริหารของ NASA ได้ยืนยันไปเมื่อช่วงต้นปีว่าเหล่านักบินอวกาศในภารกิจ Artemis II จะได้รับอนุญาตให้พกสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดติดตัวไปด้วย ล่าสุดมีรายงานจาก The New York Times เปิดเผยถึงกระบวนการตรวจสอบสุดเข้มงวดกว่าที่ iPhone 17 Pro Max ทั้ง 4 เครื่องจะได้รับอนุมัติให้ร่วมเดินทางไปกับยานอวกาศที่กำลังมุ่งหน้าสู่ดวงจันทร์ด้วยความเร็วประมาณ 25,000 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือราว 40,233 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

แม้ว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่สมาร์ทโฟนจาก Apple ได้ขึ้นไปบนอวกาศ แต่ภารกิจ Artemis II ถือเป็นครั้งแรกที่ NASA มอบ iPhone ให้กับลูกเรือทุกคนเพื่อใช้เป็นอุปกรณ์หลักในการบันทึกภาพและวิดีโอโดยเฉพาะ อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์เหล่านี้ถูกจำกัดความสามารถให้ทำได้เพียงแค่การบันทึกภาพเท่านั้น โดย NASA ยืนยันว่าพวกมันไม่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตหรือใช้งาน Bluetooth ได้ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของระบบควบคุมภายในยาน

ขั้นตอนการอนุมัติของ NASA นั้นประกอบด้วย 4 ระยะที่เข้มงวด เริ่มจากการนำอุปกรณ์เข้าสู่คณะกรรมการความปลอดภัย ต่อด้วยการระบุอันตรายที่อาจเกิดขึ้น เช่น ชิ้นส่วนที่ขยับได้หรือวัสดุประเภทกระจกที่อาจแตกละเอียดในสภาวะไมโครกราวิตี้ จากนั้นจึงวางแผนรับมือกับอันตรายเหล่านั้น และสุดท้ายคือการพิสูจน์ว่าแผนการรับมือใช้งานได้จริง ซึ่ง iPhone 17 Pro Max ที่มาพร้อม Ceramic Shield 2 ทั้งด้านหน้าและด้านหลังนั้นได้รับการยอมรับว่ามีความแข็งแกร่งเป็นพิเศษ

ความท้าทายสำคัญที่ NASA ต้องพิจารณาคือการใช้งานในแคปซูลที่ปิดสนิทและอยู่ในสภาวะที่ไร้น้ำหนัก ซึ่งอุปกรณ์ต่าง ๆ จะทำงานต่างจากบนโลกอย่างสิ้นเชิง จนถึงขั้นมีการหารือกันว่าจะใช้ Velcro หรือเทปตีนตุ๊กแกในการยึดติดโทรศัพท์ไว้กับผนังยาน Orion หรือไม่ และในช่วงก่อนการปล่อยตัว นักบินอวกาศอย่าง Jeremy Hansen ก็ได้ทำการเก็บตัวเครื่องไว้ในกระเป๋าที่ขาของชุดนักบินเพื่อให้เข้าถึงได้สะดวกที่สุด

ทางด้าน Apple ระบุว่าบริษัทไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในขั้นตอนการอนุมัติของ NASA แต่ก็นับว่าเป็นครั้งแรกที่ iPhone ได้รับการรับรองอย่างเต็มรูปแบบสำหรับการใช้งานระยะยาวในวงโคจรและพื้นที่ที่ไกลออกไปกว่านั้น ซึ่งนอกจาก iPhone ทั้ง 4 เครื่องแล้ว บนยานยังมีกล้อง GoPro Hero 11 อีก 4 ตัว และกล้อง Nikon D5 อีก 2 ตัว เพื่อให้มั่นใจว่าโลกจะได้รับชมภาพถ่ายที่สวยงามที่สุดจากมุมมองของเหล่านักบินอวกาศ

การส่ง iPhone 17 Pro Max ขึ้นไปในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการทดสอบสมรรถภาพของฮาร์ดแวร์ในสภาวะสุดขั้ว แต่ยังเป็นการแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีระดับผู้ใช้งานทั่วไปสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดไปสู่การใช้งานในระดับภารกิจสำรวจอวกาศได้ หากผ่านการทดสอบและปรับปรุงให้เหมาะสม ซึ่งแฟน ๆ ทั่วโลกต่างรอคอยที่จะได้เห็นภาพประวัติศาสตร์จากกล้องสมาร์ทโฟนที่ส่งตรงมาจากห้วงอวกาศในเร็ว ๆ นี้

ที่มา
9to5mac

Artherlus

แค่คนทั่วไปที่หลงใหลในวงการไอที
Back to top button