
เรียกได้ว่าเป็นการขยับตัวที่น่าจับตามองที่สุดของ Apple ในรอบหลายปี เมื่อมีรายงานจาก Mark Gurman จาก Bloomberg ระบุว่า Siri กำลังจะได้รับการยกเครื่องใหม่หมดจดใน iOS 27 และ macOS 27 โดยไฮไลต์สำคัญคือการมีแอปพลิเคชันแยกเป็นของตัวเอง และการเพิ่มฟีเจอร์ Ask Siri ที่จะเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานจากเดิมที่เป็นเพียงผู้ช่วยสั่งการด้วยเสียง ให้กลายเป็นแชตบอต AI เต็มตัวที่สามารถโต้ตอบได้อย่างเป็นธรรมชาติไม่ต่างจาก ChatGPT หรือ Gemini ที่เราคุ้นเคยกัน
ความฉลาดของ Siri เวอร์ชันใหม่ภายใต้รหัสพัฒนา Campos นี้ คือการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้จากแอปต่างๆ เช่น ข้อความ อีเมล และโน้ต เพื่อนำมาวิเคราะห์และทำตามคำสั่งได้อย่างแม่นยำ ตัวอย่างเช่น เราสามารถสั่งให้ Siri หาที่อยู่ที่เพื่อนเพิ่งส่งมาให้ในแชทแล้วบันทึกลงในรายชื่อผู้ติดต่อได้ทันที หรือสั่งให้ปรับแต่งรูปภาพในแอป Photos แล้วส่งอีเมลต่อให้คนอื่นได้แบบไร้รอยต่อ โดยที่เราไม่ต้องเปิดแอปสลับไปมาให้วุ่นวายเหมือนเมื่อก่อน
ในส่วนของอินเทอร์เฟซใหม่นั้น มีรายงานว่า Apple กำลังทดสอบดีไซน์ที่ดูทันสมัยขึ้น โดยอาจย้าย Siri ไปไว้บน Dynamic Island ที่ด้านบนของหน้าจอ เมื่อเปิดใช้งานจะมีแถบข้อความ Search or Ask ปรากฏขึ้นมาให้เลือกใช้งานได้ทั้งการพิมพ์หรือการพูด และเมื่อระบบกำลังประมวลผลคำตอบ ก็จะมีสัญลักษณ์ Searching แสดงให้เห็นอย่างชัดเจน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นการตอบรับกระแสความนิยมของ AI ยุคใหม่ที่เน้นการสนทนาโต้ตอบที่ลื่นไหลและเข้าใจบริบทได้ดีขึ้น

แม้ว่าที่ผ่านมาโครงการพัฒนา AI ของ Apple จะเผชิญกับความล่าช้ามาหลายครั้ง แต่ปัจจุบันเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นว่า Google Gemini จะเป็นขุมพลังสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความฉลาดของ Siri 2.0 นี้ โดยมีรายงานว่า Apple ยอมจ่ายเงินถึง 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 36,350 ล้านบาทต่อปี เพื่อใช้โมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่ปรับแต่งมาเป็นพิเศษ ซึ่งมีความสามารถสูงถึง 1.2 ล้านล้านพารามิเตอร์ เพื่อให้ Siri สามารถทำงานที่ซับซ้อนและเข้าใจความต้องการของผู้ใช้ได้อย่างลึกซึ้ง
สำหรับใครที่อยากเห็นของจริง เตรียมปักหมุดรอชมงาน WWDC 2026 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-12 มิถุนายนนี้ได้เลย โดยคาดว่า Apple จะเปิดตัว iOS 27 และโชว์ศักยภาพของ Siri ใหม่ในวันแรกของงาน ซึ่งนอกจากเรื่อง AI แล้ว iOS 27 ยังถูกวางตัวให้เป็นระบบปฏิบัติการที่เน้นความเสถียรและการจัดการบั๊กต่างๆ คล้ายกับยุคของ Snow Leopard เพื่อกอบกู้ความเชื่อมั่นจากผู้ใช้งานหลังจากที่เวอร์ชันก่อนๆ มักจะเจอปัญหาจุกจิกกวนใจอยู่บ่อยครั้ง
อย่างไรก็ตาม แม้ฟีเจอร์จะดูน่าตื่นเต้นแค่ไหน แต่กูรูหลายท่านก็ยังเผื่อใจไว้ว่าหากกระบวนการพัฒนายังคงติดขัด เราอาจจะเห็นฟีเจอร์เหล่านี้ถูกปล่อยออกมาแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้มาครบในทีเดียว แต่การที่ Apple ยอมเปลี่ยนทิศทาง Siri ให้กลายเป็นแอปแยกและรองรับการพิมพ์โต้ตอบแบบแชตบอต ก็ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าพวกเขากำลังเอาจริงในการทวงบัลลังก์ผู้นำเทคโนโลยีกลับคืนมา ใครที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ iPhone ห้ามพลาดการอัปเดตใหญ่ในช่วงกลางปีนี้เด็ดขาด







