Apple ประกาศหยุดจำหน่ายสินค้า 15 รายการ ต้อนรับกองทัพรุ่นใหม่
ตั้งแต่รุ่นปี 2019 จนถึงน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่กี่เดือน

ธรรมเนียมปฏิบัติที่แฟน Apple คุ้นเคยกันดีคือเมื่อมีของใหม่มา ของเก่าก็ต้องไป โดยในสัปดาห์นี้เพียงสัปดาห์เดียวมีการเปิดตัวอุปกรณ์ใหม่ถึง 10 รายการ ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์เดิมถึง 15 รุ่นถูกถอดออกจากหน้าร้านอย่างเป็นทางการ เพื่อเปิดทางให้ผู้ซื้อขยับไปหารุ่นล่าสุดที่สเปกจัดเต็มกว่าเดิม และช่วยให้หน้าเว็บสั่งซื้อดูสะอาดตาไม่สับสน ซึ่งมีตั้งแต่รุ่นที่เพิ่งวางขายได้เพียงครึ่งปีไปจนถึงพี่ใหญ่ที่อยู่มานานตั้งแต่ปี 2019
ไฮไลต์ของรุ่นที่ถูกยกเลิกการจำหน่าย (Discontinued) ในกลุ่ม iPhone และ iPad ได้แก่ iPhone 16e ที่หลีกทางให้กับ iPhone 17e รุ่นใหม่ล่าสุด รวมถึง iPad Air หน้าจอ 11 นิ้ว และ 13 นิ้ว ชิป M3 ที่ถูกแทนที่ด้วยรุ่นชิป M4 เป็นที่เรียบร้อย ใครที่เล็งแท็บเล็ตสายทำงานราคากลางๆ ไว้ ตอนนี้ตัวเลือกในมือก็จะกลายเป็นชิปตัวแรงรุ่นล่าสุดแทน
ข้ามมาที่ฝั่งคอมพิวเตอร์กันบ้าง ตระกูล MacBook Air ทั้งรุ่น 13 นิ้ว และ 15 นิ้ว ชิป M4 ถูกขยับขึ้นเป็นชิป M5 ทั้งหมด ส่วนที่น่าประหลาดใจที่สุดคือ MacBook Pro 13 นิ้ว ชิป M5 รุ่นความจุ 512GB ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว กลับถูกถอดออกหลังจากวางขายได้ไม่ถึง 6 เดือน โดย Apple ปรับให้รุ่นความจุ 1TB เป็นรุ่นเริ่มต้นแทน ซึ่งแน่นอนว่ามาพร้อมกับค่าตัวที่สูงขึ้นตามไปด้วย

นอกจากนี้ยังมีสินค้ากลุ่มหน้าจอและเดสก์ท็อปประสิทธิภาพสูงอย่าง Mac Studio ชิป M3 Ultra, จอ Studio Display รุ่นปี 2022 และจอระดับโปรอย่าง Pro Display XDR ที่ลากขายมาตั้งแต่ปี 2019 พร้อมอุปกรณ์เสริมทั้งขาตั้ง Pro Stand และ VESA Mount ก็ถึงเวลาต้องพักผ่อน โดยมี Studio Display XDR รุ่นใหม่เข้ามาทำหน้าที่แทนในฐานะจอภาพระดับท็อปของค่าย
อย่างไรก็ตาม คำว่า หยุดจำหน่าย ไม่ได้หมายความว่าอุปกรณ์ในมือจะกลายเป็นที่ทับกระดาษในทันที เพราะ Apple ยังคงสนับสนุนการอัปเดตซอฟต์แวร์และการซ่อมบำรุงต่อไปอีกหลายปี จนกว่าจะเข้าสู่สถานะ สินค้าล้าสมัย (Vintage/Obsolete) ซึ่งมักจะใช้เวลา 5-7 ปีหลังจากหยุดขาย ดังนั้นใครที่เพิ่งซื้อมาใช้งานก็สบายใจได้ว่า โน้ตบุ๊ก หรือหน้าจอของคุณยังใช้งานได้ดีอยู่แน่นอน







