บทสัมภาษณ์สกู๊ปพิเศษ

สัมภาษณ์พิเศษคุณ Jun Furutani โปรดิวเซอร์ Dragon Ball: Sparking! ZERO

เบื้องหลังการพัฒนาภาคใหม่ของเกมรวมดาวนักสู้ดราก้อนบอล

การกลับมาของเกมต่อสู้จากอนิเมะอย่าง Dragon Ball: Sparking! ZERO นั้นย่อมสร้างเสียงฮือฮาให้กับผู้เล่นที่ตั้งตารอคอยกันมานานเพราะว่าต้องทิ้งช่วงกันหลายปีเลย และแม้จะมีภาค Xenoverse ที่ยอดเยี่ยมในการถ่ายทอดเทคนิคการแลกหมัดมากๆ อยู่แล้ว ทว่าความสนุกสไตล์แฟนเซอร์วิสนั้นก็ไม่อาจเทียบเท่าภาค Budokai Tenkaishi ซึ่งล่าสุดพวกเราก็ได้โอกาสจาก BANDAI NAMCO Entertainment Asia ในการสัมภาษณ์คุณ Jun Furutani โปรดิวเซอร์ประจำโปรเจ็กต์นี้แล้วด้วยเช่นกัน และจะมีอะไรมาแบ่งปันขอเชิญติดตามข้างล่างนี้ได้เลย

Q1. ก่อนอื่นเลยอยากทราบความรู้สึกของทีมงานที่ได้กลับมาทำเกมภาคใหม่อีกครั้ง หลังจากในช่วงระยะเวลาที่ทิ้งห่างกันถึงสองเจ็นเนอเรชันของคอนโซลระหว่างเกม Sparking!* ภาคสาม และ Spaking! Zero

A: ดีใจครับ ส่วนหนึ่งก็คือการเรียกร้องจากแฟนเกมที่มีมาให้เห็นกันเยอะมากเลยครับ โดยเสน่ห์ของเกมชุด Sparking! เองก็เป็นเกมที่ทุกคนชื่นชอบระบบการต่อสู้ เลยอยากให้ความสำคัญในส่วนนี้เป็นพิเศษ แถมระยะเวลา 15 ปีที่ห่างหายกันกันไปนั้น ว่าตามตรงประสบการณ์ของตัวละครในเกมเองก็เพิ่มขึ้นเยอะ เช่นเดียวกับเรื่องราวใหม่ๆ ที่สามารถนำมาถ่ายทอดสู่รูปแบบวิดีโอเกม และแน่นอนว่าพวกเราเองก็ตื่นเต้นไม่แพ้กันครับ

หมายเหตุ: เกมภาค Budokai Tenkaishi ในภาษาอังกฤษ มีชื่อต้นฉบับว่า Sparking! ในภาษาญี่ปุ่น

Q2. เหตุผลที่เลือกกลับมาทำเกมชุดใหม่นี้คืออะไรครับ?

A: ก็อย่างที่ว่าพวกเรารอกันมานาน แต่ความจริงแล้วทีมงานทุกคนก็มีความต้องการที่จะกลับมาอีกครั้ง และเวลานี้เองเทคโนโลยีก็ก้าวหน้ามากขึ้นด้วย ประสบการณ์ที่ผู้เล่นจะได้รับก็จะตรงกับวิสัยทัศน์ที่เราตั้งเอาไว้ตามที่คาดหวัง (สื่อถามต่อ: แล้วมีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปบ้างไหมครับ?) มีครับ ระบบท่าไม้ตายที่อลังการงานสร้างกว่าเดิม รวมไปถึงกราฟิกที่จะพัฒนาให้ยอดเยี่ยม ผู้เล่นจะได้เห็นฟิสิกส์การทำลายฉากที่ยิ่งใหญ่ และสภาพแวดล้อมที่พังทลายได้จากการต่อสู้ของเรามันดูดีจริงๆ ครับ

Dragon Ball: Sparking! ZERO

Q3. จะว่าไปแล้วชื่อของ Sparking! เคยใช้แค่ในประเทศญี่ปุ่นเพียงอย่างเดียว แต่คราวนี้เราเห็นว่าแม้จะเป็นการแปลภาษาสู่ภาคอังกฤษแต่ก็ไม่ได้ใช้ชื่อ Budokai Tenkaishi แล้ว เลยอยากทราบเหตุผลการตัดสินใจเลือกใช้ชื่อนี้ครับ

A: ก่อนหน้านี้ผู้เล่นหลายคนอาจจะยังไม่ทราบเกี่ยวกับตัวตนของเกม เลยต้องพยายามใช้ชื่อที่มีความโดดเด่น แต่ตอนนี้ทุกคนรู้จักเกมนี้แล้ว และเกมเองก็จะได้รับการวางจำหน่ายพร้อมๆ กันทั่วโลกด้วยครับ พวกเราเลยเลือกที่จะยึดอัตลักษณ์เกมเวอร์ชันดั้งเดิมเป็นหลักเพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ให้ทุกคนได้เห็นตัวตนของเกมนี้กันเลยนั่นเองครับ

Q4. ในเมื่ออายุของเกมภาคเก่าทิ้งห่างกันแบบนี้ ก็คงจะมีคนที่ไม่ได้มีโอกาสเล่นเกมภาคที่แล้ว เช่นเดียวกับคนที่คาดหวังตั้งตามานาน อยากรู้จังครับว่าทีมงานมีความเตรียมความพร้อมอย่างไรกับผู้เล่นทั้งสองกลุ่มครับ?

A: อย่างแรกเลยผู้เล่นที่เคยมาเล่นเกมชุดนี้ก็จะได้รับประสบการณ์ที่แปลกใหม่ ขณะที่ผู้เล่นจากภาคที่แล้วก็สามารถสนุกเกมเพลย์ที่เป็นเหมือนภาคดั้งเดิมที่คิดถึงกัน แต่สิ่งที่ทุกคนจะได้รับจำลองการต่อสู้สไตล์ Dragon Ball ที่ทุกคนสนุกด้วยกันได้ เช่นคำสั่งปุ่มแบบโมเดิร์นที่ออกแบบใหม่ หรือระบบคอมโบเล่นง่ายๆ ที่กดปุ่มสี่เหลี่ยม (บน PS5) รัวๆ ก็ออกท่าเท่ๆ ได้แล้วครับ ทั้งหมดนี้ปรับแต่งได้ตามความถนัดเลย

Q5. สังเกตว่าไฮไลต์เด็ดที่พวกเราได้เห็นกันก็คือ Custom Mode ที่มอบอิสระให้เราสร้างฉากการต่อสู้ขึ้นมาตามความต้องการ อยากทราบเบื้องหลังการออกแบบโหมดนี้ว่ามีแรงบันดาลใจอะไรบ้างครับ?

A: ใน Dragon Ball: Sparking! ZERO พวกเรามีตัวละครจำนวนมากให้เลือกเล่น ก็เลยอยากจะให้ผู้เล่นได้เห็นว่าหากตัวละครหนึ่ง มาพบกับอีกตัวละครหนึ่งในสถานการณ์ใดๆ ก็ตาม แม้ตามเส้นเนื้อเรื่องอนิเมะจะไม่เคยเจอกัน พวกเขาจะมีการโต้ตอบอย่างไร โดยจะมีเครื่องมือหลายอย่างให้ใช้งาน ซึ่ง Rino Okamoto ซังมองว่าเป็นวิธีที่ผู้พัฒนาจะได้คอนเนกต์กันกับผู้เล่น และได้เห็นความคิดของผู้เล่นน่ะครับ

Dragon Ball: Sparking! ZERO

Q6. แล้วระหว่างการพัฒนาเกมมีโมเมนต์ไหนบ้างไหมครับที่รู้สึกว่าเป็นอุปสรรคหรือความท้าทาย

A: ต้องเป็นเรื่องระยะห่างของการวางจำหน่ายภาคก่อนหน้านั่นแหละครับ เพราะ 15 ปีที่ผ่านมามีตัวละครใหม่ที่สามารถนำมาใส่ในเกมเกิดขึ้นเยอะมาก และพวกเราก็แคร์ความรู้สึกของแฟนเกมมากๆ ด้วย เพราะพอประกาศเปิดตัวก็จะต้องมีความคาดหวังตามมา เลยมีความกดดันอยู่บ้างเมื่อกัน นอกจากนั้นก็จะเป็นการปรับแต่งภายในเกม เช่นระบบกราฟิกที่เราต้องการทำให้เหมือนกับอนิเมะ เช่นท่าทางการเคลื่อนไหวหรือการชาร์จพลัง อีกทั้งต้องดูเรื่องความแข็งแกร่งที่สอดคล้องกับเนื้อเรื่องจริงๆ ด้วย

Dragon Ball: Sparking! ZERO

Q7. เมื่อพูดถึงเกมต่อสู้ อีกหนึ่งความคิดที่เกิดขึ้นคือ eSport จุดนี้อยากรู้ว่าทีมงานมีแผนให้การผลักดัน Dragon Ball: Sparking! ZERO สู่เวทีนี้ไหมครับ

A: ด้วยความสัจจริงเลยนะครับ… ยังไม่ได้คิดเลยครับ (หัวเราะ) เพราะเรามีเกมที่พัฒนามาโดยได้รับการสนับสนุนเพื่อวงการ eSport อยู่แล้วก็คือ FighterZ แต่สำหรับเกมภาคนี้ผมอยากให้ทุกคนโฟกัสที่ประสบการณ์สไตล์อนิเมะที่จะได้รับมากกว่า ทั้งนี้ยังไม่สามารถให้คำตอบระยะยาวได้นะครับว่าจะลงสู่สังเวียนการแข่งขันแบบทัวร์นาเมนต์หรือเปล่า จุดนี้จะลองพิจารณาดูอีกครั้งครับ

Q8. ท้ายที่สุดขอให้ฝากความเห็นถึงแฟนเกมที่กำลังรอเกมนี้อยู่สักเล็กน้อยนะครับ

A: ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนที่มีให้เสมอมานะครับ และอยากบอกทุกคนว่าพวกเราได้ยินเสียงเรียกร้องของพวกคุณตลอดนะครับ ซึ่งความตั้งใจที่จะพัฒนาเกมนี้เพื่อผู้เล่นทำให้เราต้องใ้ช้เวลานานสักเล็กน้อย แต่หัวใจสำคัญอย่างแนวคิด ‘Anime stays true’ จะมีอยู่ไม่หายไปไหนแน่นอน ส่วนใครที่เป็นผู้เล่นใหม่ อยากให้สนุกกับเกมกันมากๆ เพราะพวกเราก็มีโหมดการบังคับที่ปรับปรุงให้ง่ายขึ้นเพื่อการเข้าถึงที่มากกว่าเดิมเหมือนกันนะครับ ขอบคุณมากๆ นะครับ!

Dragon Ball: Sparking! ZERO

Dragon Ball: Sparking! ZERO (รองรับภาษาไทย) เป็นเกมต่อสู้ที่ต่อยอดจาก Budokai Tenkaishi สู่ตำนานสังเวียนคลื่นเต่าบทใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เคยด้วยกองทัพตัวละครมากกว่า 160 นักสู้ให้เลือกใช้งานพร้อมทักษะเฉพาะตัวทั้งการเปลี่ยนร่างหรือท่าซิกเนเจอร์ที่คุ้นเคยจากการ์ตูนพร้อมให้เราได้ปลดปล่อยจิตวิญญาณแห่งความแข็งแกร่งเพื่อเอาชนะคู่ต่อสู้ท่ามกลางสมรภูมิรบรูปแบบอินเทอแรกทีฟสุดสมจริง โดยเกมจะเปิดวางจำหน่ายให้กับ PlayStation 5, Xbox Series X|S และ PC ในอนาคต

GantaroZX

นักเขียนข่าววิดีโอเกมเชิงวิพากษ์ด้านสังคม วัฒนธรรม ศิลปะ | ผู้ใหญ่บ้านแห่ง Animal Crossing | ชอบกิน | ปากร้ายแต่ใจดี น่ารักอ่อนหวานคิขุ และแบ๊วกรุบ
Back to top button