สกู๊ปพิเศษเกมไกด์

จัด Tier List ของ Final Fantasy Pixel Remaster

ไปดูกัน 1-6 ภาคนี้ ภาคไหนดีที่สุด

กลายมาเป็นของสะสมที่หาได้ยากไปซะแล้ว สำหรับแผ่นเกมรวมภาค Final Fantasy Pixel Remaster บน Nintendo Switch ถึงแม้ว่าเครื่องอื่นก็มีให้เลือกซื้อแบบ Digital Download แต่ดูเหมือนว่าผู้เล่นเกมนี้จำนวนไม่น้อยจะนิยมซื้อแผ่นมาเก็บไว้ ซึ่งในแผ่นนี้ก็ได้รวบรวมเกมภาคบุกเบิกตั้งแต่ 1-6 มาให้เราได้เล่นกันอีกครั้ง ถึงแม้ว่ามีบางภาคที่ถูก Remake หรือมีภาคต่อมาอยู่บ้าง แต่ 1-6 ที่อยู่ใน Collection นี้จะเป็นการ Remaster เวอร์ชั่นต้นฉบับที่สุดของเกม ทำให้ผู้เล่นยุคใหม่ได้สัมผัสถึงความคลาสสิคของเกมยุคเก่าได้เป็นอย่างดี โดยสื่อนอกก็ได้ทำการจัด Tier List เอาไว้ด้วยว่าใน 1-6 ภาคนี้ ภาคไหนดีที่สุดสำหรับมุมมองของต่างชาติครับ ไปชมกัน

Tier S – Final Fantasy VI

Final Fantasy VI ถือว่าเป็นภาคที่อยู่ในยุค 16 Bit ที่ดีที่สุดตลอดกาล เนื่องจากตัวเกมภาคนี้มีการยกระดับกราฟิกให้สูงขึ้นกว่าภาคก่อน ๆ ในยุคนั้น แต่ก็ยังคงคอนเซ็ปต์ของงาน Pixel Art แบบละเอียดได้เป็นอย่างดี ในด้านเนื้อเรื่องค่อนข้างทำได้ลึกซึ้งและละเอียดอ่อน มีคำถามเชิงปรัชญาตลอดการเล่น และการดำเนินเรื่องที่เรียกว่าไซส์ใหญ่ที่สุดเท่าที่มีมาจาก 5 ภาคแรก ตัวร้ายอย่าง Kefka ก็เป็นตัวร้ายที่ดูมีมิติมากกว่าภาคก่อน ๆ มีความเป็นมนุษย์มากกว่าตัวร้ายภาคอื่น ทำให้ผู้เล่นรู้สึกอินและเข้าใจตัวละครตัวนี้ได้ ในขณะที่ด้านเกมเพลย์นั้นก็เป็นภาคแรกที่นำเอาระบบ Limit Break เข้ามาใช้งาน เพื่อให้การต่อสู้มีมิติมากยิ่งขึ้นและทำให้ผู้เล่นรู้สึกตื่นตาตื่นใจมากยิ่งขึ้นไป แถมเอฟเฟกต์ต่าง ๆ ในการต่อสู้ยังสวยงามกว่าภาคก่อน ๆ อีกด้วยครับ Final Fantasy VI จึงมักถูกพูดถึงในแง่ Best Final Fantasy ในสายตาของหลาย ๆ เจ้า

Tier S – Final Fantasy IV

Final Fantasy IV ก็เป็นอีกหนึ่งภาคที่อยู่ในตระกูล 16 Bit และเป็นภาคแรกที่เข้าสู่ยุค 16 Bit ของซีรีส์ Final Fantasy อีกด้วย จากการยกระดับที่น่าตื่นตาตื่นใจจาก 8 Bit สู่ 16 Bit นั้นค่อนข้างเห็นความต่างชั้นในแง่ของกราฟิกค่อนข้างมาก ด้วยขุมพลังที่มากขึ้นทำให้ Final Fantasy IV สามารถผจญภัยบน Open World ได้ด้วยเรือเหาะ แถมยังมีการปรับมุมมองขณะบินได้ ซุกซ่อน Content ไว้มากมายแถมยังมีโลกบนดิน โลกใต้ดินและดวงจันทร์ มีตัวละครให้เล่นได้หลากหลาย และในด้านเนื้อเรื่องก็มีอรรถรสที่ค่อนข้างจะครบถ้วน ทั้งเรื่องรักสามเศร้า ความโกรธแค้น ความฝันและการเสียสละ แถมตอนท้ายยังมีเรื่องของการหักมุมที่ผู้เล่นต้องเซอร์ไพรส์เกี่ยวกับตัวร้าย ทำให้ด้านเนื้อเรื่องนั้น Final Fantasy IV เป็นเกมที่มีมิติอย่างมากเมื่อเทียบกับภาคอื่น ๆ ในช่วงนั้นครับ

Tier A – Final Fantasy V

Final Fantasy V เป็นอีกหนึ่งภาคที่อยู่ในตระกูล 16 Bit เหมือนกับภาค 4 และ 6 เพียงแต่น่าเสียดายตรงที่ว่าในสมัยนั้น Final Fantasy V ไม่ได้ถูกรับการโปรโมทสู่แดนตะวันตกเหมือนกับภาคอื่น ๆ และเป็นภาคที่เล่นกันในญี่ปุ่นเท่านั้น ส่วนใครที่อยากหาเล่นในช่วงนั้นก็จะติดปัญหาด้านภาษาตามกันไป แต่เอาเข้าจริง Final Fantasy V คือภาคที่ทีมพัฒนา FF16 ชอบมากที่สุดและยกย่องค่อนข้างมาก เพราะ Final Fantasy V เป็นภาคที่นำเอาระบบ Jobs ของภาค 3 มาพัฒนาต่อจนเป็นรูปเป็นร่างและเสริมความสนุกให้กับผู้เล่นอย่างมาก และภายหลังก็พัฒนาต่อจนเป็นระบบ Jobs ภายใน Final Fantasy Tactics บนเครื่อง PS1 อย่างที่เรารู้จักกัน ส่วนในด้านเนื้อเรื่องนั้นแม้จะไม่ได้มีความตึงเครียดมากกว่าภาคอื่น ๆ แต่ก็มีความตื่นเต้นในแง่ของการผจญภัยบนโลกกว้าง ความรู้สึกแง่บวกที่ถูกสื่อสารออกมาทำให้ Final Fantasy V เป็นเกมที่น่าเล่นครับ

Tier B – Final Fantasy

แม้ว่า Final Fantasy จะเป็นจุดแรกเริ่มของตำนานซีรีส์นี้และเมื่อเทียบกับเกมในยุคนี้ก็แน่นอนว่ามันค่อนข้างที่จะโบราณไปแล้ว แต่หากมองย้อนกลับไปในยุค 1987 บนเครื่องเกมที่แสดงผลได้เพียงแค่ 8 Bit นั้นกลับเป็นเกมขึ้นหิ้งในเรื่องของการผจญภัยและความแฟนตาซี ที่ผู้สร้างอย่างคุณ Hironobu Sakaguchi ได้ฝากเอาทุกอย่างทิ้งไว้ในเกมนี้เพราะคิดว่าน่าจะเป็นผลงานชิ้นสุดท้าย แต่กลายเป็นว่าผลตอบรับกลับดีเกินคาด ถึงขนาดตีคู่เกมระดับตำนานในยุคนั้นอย่าง Dragon Quest ได้อย่างสูสี และกลายมาเป็นเกมชั้นครูขึ้นหิ้งของวงการเกม JRPG ตลอดกาล ถึงแม้เนื้อเรื่องจะไม่ได้ซับซ้อนอะไรและเกมเพลย์จะไม่ได้มีอะไรหวือหวาเมื่อเทียบกับภาคอื่น ๆ ในรุ่นเดียวกัน แต่ในแง่ของการเรียนรู้เกมครูและการผจญภัยก้าวแรกของชีวิตผู้เล่นหลายคน ทำให้เกมนี้ฝังอยู่ในความทรงจำของใครหลาย ๆ คนครับ

Tier B – Final Fantasy III

Final Fantasy III เป็นภาคสุดท้ายของภาคหลักที่ได้อยู่ในยุคสมัย 8 Bit ก่อนที่ภาคต่อไปจะเข้าสู่ยุค 16 Bit ซึ่งเป็นภาคที่เริ่มต้นให้อิสระกับผู้เล่นอย่างมาก ทั้งตัวละคร 4 ตัวที่ตั้งชื่อว่าอะไรก็ได้ และยังสามารถเปลี่ยนอาชีพเป็นสายอะไรก็ได้อีกด้วย ถือว่าเป็นรากฐานสำคัญสำหรับระบบ Jobs ภายในเกมตระกูลนี้เป็นต้นมา ทำให้การเล่น Turn-based ของผู้เล่นมีความซับซ้อนและมีมิติขึ้น สนุกขึ้น ตามใจฉัน แต่มันก็ยังไม่ได้ดีเท่าภาค 5 ที่ถูกออกแบบมาให้ลงตัวกว่านี้ ส่วนในด้านเนื้อเรื่องเองก็ค่อนข้างที่จะทำออกมาได้มีเสน่ห์และเบาสมองกว่าภาคอื่น ๆ ผสมผสานกับการเล่นที่ดูจะมอบอิสระให้กับผู้เล่นมากกว่าภาคอื่น ๆ ก่อนที่ภาค 5 จะมาครับ

Tier C – Final Fantasy II

น่าจะเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับทุกซีรีส์ที่มักจะถูกคาดหวังไว้สูงเมื่อภาคแรกทำออกมาได้ดีเกินคาด ปัญหาส่วนใหญ่มักจะมาตกอยู่ในภาคที่ 2 เสมอ เนื่องจากมาตรฐานที่สร้างมามันสูงมาก และคนคาดหวังจะให้ดียิ่งขึ้นไปอีก ทำให้ Final Fantasy II ได้มีการลองระบบใหม่ ๆ ที่ใส่เข้ามาในเกมเพลย์ ทำให้เกิดความซับซ้อนและทำให้ผู้เล่นสับสน มีผู้เล่นจำนวนไม่น้อยที่เลิกเล่นไปกลางคันจากการที่เกมนี้มีความยากมากเกินไป และผู้เล่นไม่ได้รับอิสระในการเล่นเท่าที่ควร ในด้านเนื้อเรื่องเองก็เป็นประเด็นเกี่ยวกับการเมืองและตัวละครก็ถูกฟิกซ์เอาไว้แล้วว่าเป็นใครมาจากไหน แต่สิ่งที่น่าจะสร้างปัญหาให้กับผู้เล่นคือความยากจากการลองระบบใหม่ภายในเกมนี้แหละครับ

และนี่คือ Final Fantasy Pixel Remaster Tier List ที่สื่อนอกได้จัดลำดับเอาไว้ว่าภาคไหนน่าเล่นกว่ากันครับ อย่างไรก็ตามเวอร์ชั่นที่ถูกพูดถึงนี้เป็นเพียงเวอร์ชั่น Original ที่อยู่ใน Pixel Remaster เท่านั้นนะครับ ไม่นับภาค Remake หรือภาคต่อต่าง ๆ ที่ถูกสร้างขึ้นนะ จะว่าไปก็แอบเห็นด้วยหน่อย ๆ เพราะส่วนใหญ่ภาคที่ทำออกมาดีคือภาคที่อยู่ในช่วง 16 Bit แล้วทั้งนั้น ซึ่งก็ต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้วเพราะเกมออกใหม่ก็ย่อมดีกว่าภาคเก่าที่สร้างขึ้นก่อน ถึงแม้ว่าทุกเวอร์ชั่นจะถูก Remaster ลงเครื่องเดียวกันก็ตาม

อ่าน [รีวิว] Final Fantasy Pixel Remaster

MakinoJou

คนธรรมดาผู้ชื่นชอบ Japanese Culture, Games, Anime และ Vtuber
Back to top button